พฤกษาฯคาดภาพรวมอสังหาฯครึ่งปีหลัง64 เริ่มฟื้นตัว จากการนำเข้าวัคซีนของภาครัฐ พร้อมปรับโมเดลธุรกิจใช้ผู้รับเหมาฯรายใหญ่ เน้นเซกเมนต์ 2-5 ล้านบาท เผยไตรมาส1/64 กวาดยอดขาย 6,940 ล้านบาท มีรายได้ 6,888 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 606 ล้านบาท ไตรมาส2 จ่อผุด 7-10 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมเกาะกระแสเทรนด์โลก ตอบโจทย์ผู้บริโภค ด้านรพ.วิมุต พร้อมเปิดให้บริการเฟสแรก 100 เตียง พร้อมขยายเครือข่าย “บ้านหมอวิมุต”เป็นรพ.ขนาดกลาง รอบรับลูกบ้าน ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีรวมแตะ 32,000 ล้านบาท

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือ PS ในเครือบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)หรือ PSH เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่เป็นจุดที่ต่ำสุด แต่ในปีนี้มีการปรับตัวด้วยการใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น ทำให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้น และแนวโน้มตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลัง 2564 คาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มองว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ จากการที่วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 เริ่มเข้ามาเพิ่มมากขึ้นและการกระจายตัวของการฉีดวัคซีนที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยจะหนุนให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้หลังจากที่ได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มีความยืดหยุ่น และสร้างผลประกอบการได้ดี โดยเฉพาะโครงการแนวราบ ด้มีการปรับเปลี่ยนจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็กเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่แทน ด้านการดีไซน์ก็ต้องตอบโจทย์กับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เน้นความปลอดภัย และรับสังคมผู้สูงอายุมากขึ้นด้วย โดยเน้นเซกเมนต์ 2-5 ล้านบาทเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรียลดีมานด์ ส่วนคอนโดฯก็จะต้องดูมาตรการของรัฐบาลที่จะตอบโจทย์ได้มากน้อยเพียงใด

 สำหรับผลการเนินงานในไตรมาส 1/2564 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถทำยอดขายได้ 6,940 ล้านบาท(ลบ.) เติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำรายได้ที่ 6,888 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 7% และมีกำไรสุทธิ 606 ล้านบาท โดยสัดส่วนของยอดขายที่ได้มาจากทาวน์เฮาส์ 51% บ้านเดี่ยว 29% คอนโดมิเนียม 20% และมีโครงการที่เปิดตัวในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,915 ล้านบาท ประกอบด้วย ทาวน์เฮาส์ 4 โครงการ บ้านเดี่ยว 1 โครงการ ทั้งนี้ยังคงแผนเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ตามเดิมที่ 29 โครงการ มูลค่ารวม 26,630 ล้านบาท และยังคงเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 32,000 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 21,000 ล้านบาท หรือเติบโต 45% จากปีก่อน และตั้งเป้ารายได้ที่ 32,000 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ที่ 29,200 ล้านบาท หรือเติบโต 9% จากปีก่อน และมียอดขายรอรับรู้รายได้ในช่วงปี 2564-2567 คิดเป็นมูลค่า 21,988 ล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 1,654 ล้านบาท ,บ้านเดี่ยว 618 ล้านบาท และคอนโดฯ 19,716 ล้านบาท

 “ด้วยบิซิเนสโมเดล (Business Model) ใหม่ของพฤกษาฯที่เน้นการพัฒนาโครงการให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายในแต่ละเซกเมนต์ ทำให้โครงการที่เปิดใหม่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ยกตัวอย่างโครงการที่เปิดใหม่ ในช่วงปลายไตรมาส 1 ได้แก่ บ้านพฤกษา ลาดกระบัง-ฉลองกรุง และ เดอะ แพลนท์ ซิตี้ ดอนเมือง-พหลโยธิน ซึ่งสามารถทำอัตราการขาย ณ สิ้นเดือนเมษายน ได้สูงถึง 83% และ 93% ตามลำดับ ประกอบกับกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นที่จัดต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถลดสินค้าคงค้าง (Inventory) ลงไปได้ 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คงเหลือมูลค่า 11,731 ล้านบาท ล่าสุด2แคมเปญส่งเสริมการขาย “พฤกษา คุ้ม จบทุกดีล” ที่เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่วยเร่งยอดขายและยอดโอนสำหรับบ้านพร้อมอยู่ ราว 1 เดือน สามารถสร้างยอดขายไปได้ 1,058 ยูนิต มูลค่า 2,155 ล้านบาท” นายปิยะ กล่าว

ทั้งนี้ในไตรมาส2/2564 นี้ มีแผนจะเปิดตัวใหม่ทั้งสิ้น 7-10 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ในเซกเมนต์ราคา 2-5 ล้านบาท ประกอบด้วย คอนโดฯ 2 โครงการภายใต้แบรนด์ “พลัม คอนโด”, บ้านเดี่ยว 2 โครงการ ภายใต้แบรนด์ “The Plant” และ ทาวน์โฮมประมาณ 3-6 โครงการ ภายใต้แบรนด์ “พาทิโอ”

“ในช่วงไตรมาส 2/2563 ที่ผ่านมา เรามีผลประกอบการที่ต่ำ แต่ปีนี้ไตรมาส 2/2564 พบว่ายอดการเข้าเยี่ยมเข้าชมโครงการ โต 20-30% เพราะแม้ว่าหลายคนจะทำงานอยู่ที่บ้าน แต่ก็มีการศึกษาข้อมูลโครงการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาในการตัดสินใจซื้อนานมากขึ้นกว่าเดิม เพราะในช่วงนี้เราจะไม่ให้ลูกค้าเข้าชมห้องตัวอย่าง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ขณะเดียวกันในไซต์งานก่อสร้าง ก็มีมาตรการมาตรการตรวจในเชิงรุก ผู้ที่มีไข้จะไม่ให้เข้าในพื้นที่โครงการเลย” นายปิยะ กล่าว

นายปิยะ กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในช่วงปีที่เหลือ ของปี 2564 ว่า ได้มีการศึกษาเทรนด์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเร็วขึ้นกว่าที่เคย ในฐานะผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย จึงใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริโภคสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกล่วงหน้า โดยจับ 3 แกนหลักของเทรนด์โลกที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในวันนี้และอนาคต ได้แก่

1.เทรนด์การใส่ใจด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness Redefined) โดยจะดึงความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจากโรงพยาบาลวิมุตเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ ใส่ใจดูแลสุขภาพของลูกบ้านพฤกษาได้อย่างครบวงจร

2.เทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป (Lifestyle Disruption) เช่น แนวโน้มการทำงานจากบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น การให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ในบ้าน การใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ หรือ Internet of Things (IoT) ผนวกในใช้ในชีวิตประจำวัน

3.เทรนด์รักษ์โลกและการสร้างความยั่งยืน เพราะเชื่อว่าการมีบ้านเป็นการลงทุนทั้งชีวิต ไม่ใช่แค่เพื่อการใช้ชีวิตในวันนี้ แต่ต้องถูกคิดเพื่อชีวิตในวันพรุ่งนี้ด้วย ซึ่งเป็นที่มาของทิศทางในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไปของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด พฤกษา ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต “Tomorrow. Reimagined.” ซึ่งถือเป็นการให้คำมั่นสัญญาว่า พฤกษาไม่หยุดที่จะคิดสร้างสรรค์ พัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล

ด้านนายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุตโฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ได้เปิดดำเนินการโรงพยาบาลวิมุต ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งหมด 236 ห้องพัก แต่ในเบื้องต้นเปิดให้บริการในเฟสแรกก่อนจำนวน 100 ห้อง โดยเน้นจุดขายในด้านการรักษาโรคกระดูก หัวใจ สมอง เป็น Excellence Center โดยสัดส่วน 30% จะเป็นเตียงสำหรับคนไข้ ICU และโรคหัวใจ ที่เหลือเป็นคนไข้นอก ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบันส่งผลให้ครึ่งหนึ่งเป็นเตียงสำหรับคนไข้โควิด-19 โดยมีการแย่งส่วนชัดเจน และโซนที่เหลือเป็นคนไข้ที่มาผ่าตัด ประมาณ 10-20 เตียง คาดว่าภายในระยะเวลา 3 ปี จะมีคนไข้ใช้บริการได้ในสัดส่วน 80-90%

นอกจากนี้ปี 2564 นี้จะเพิ่มศักยภาพคลินิก “บ้านหมอวิมุต”ให้มีขนาดใหญ่ โดยปรับเป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง ที่ให้บริการครบวงจรมากขึ้น และรองรับสังคมผู้สูงอายุ จึงปรับรูปแบบการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นโดยใช้งบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท มีจำนวนประมาณ 50 เตียง โดยเลือกทำเลที่สอดคล้องกับการพัฒนาของพฤกษาฯมากขึ้น เริ่มจากที่โครงการ “พฤกษา อเวนิว”ย่านสุขาภิบาล 2 เป็นแห่งแรก และอนาคตจะมีเพิ่มปีละ 1-2 แห่ง

 “โรงพยาบาลวิมุตมีแผนระยะยาวที่ต้องการสร้าง Ecosystem หรือ สภาพของการสร้างสังคมสุขภาพที่ดีของคนไทย โดยจะทำให้คนในชุมชนระแวกใกล้เคียงโรงพยาบาล และใกล้เคียงโครงการพฤกษา สามารถเข้าถึงศูนย์สุขภาพ อาทิ คลินิก ศูนย์กายภาพ ศูนย์ดูแลและบริบาลผู้สูงอายุ รวมทั้งการให้บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน (Home Health Care) ในโครงการพฤกษาได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เพื่อมุ่งสร้างสรรค์และยกระดับชุมชนน่าอยู่ที่ให้ความใส่ใจในด้านสุขภาพ พร้อมตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างครบวงจร โดยมีโรงพยาบาลวิมุต เป็นศูนย์กลางการรักษาระดับสูงและมีหน่วยบริการย่อยคือ ศูนย์สุขภาพ (Health Center) กระจายสู่ชุมชนต่างๆ เพื่อการเข้าถึงบริการที่ใกล้บ้านมากขึ้น” นายแพทย์กฤตวิทย์ กล่าว

 นายแพทย์กฤตวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการรวมถึงกลุ่มแพทย์ที่เข้ามารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างคับคั่ง ซึ่งทางโรงพยาบาลวิมุตได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อีกด้วย ซึ่งมีวัคซีนให้บริการแล้ว 2 แบรนด์ คือ ซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า และยังได้สั่งวัคซีนแบรนด์ “โมเดอร์นา” ไปแล้ว ซึ่งได้เปิดให้จองได้แล้วเช่นกัน คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ประมาณไตรมาส 4/2564


นอกจากนี้ มีแผนดึงกลุ่มลูกค้าพฤกษาฯเข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลมากขึ้น โดยมอบสิทธิพิเศษเฉพาะลูกบ้านในโครงการพฤกษา อาทิ ส่วนลดค่ายาและค่าห้อง ส่วนลดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้คำปรึกษาแพทย์ผ่านออนไลน์ (Telemedicine) บริการรถพยาบาลฉุกเฉินในระยะทางที่กำหนด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นต้น นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังได้จัดแพ็กเกจตรวจสุขภาพในราคาพิเศษเพียง 999 บาท สำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งมีหลายการตรวจที่หลากหลาย สามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง

“ในปีนี้โรงพยาบาลวิมุต คาดว่าจะมีรายได้เข้ามาประมาณ 200 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดไว้ 400 ล้านบาท เนื่องจากมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การดำเนินกิจการของโรงพยาบาลวิมุตในช่วงแรก เป็นการช่วยเหลืองานของภาครัฐเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่วัคซีนเริ่มเข้ามา บริษัทก็จะเริ่มให้บริการในการฉีดวัคซีน ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เปิดให้จองเพื่อที่จะรับการฉีดวัคซีนแล้ว”นายแพทย์กฤตวิทย์ กล่าวในที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*