กลุ่มธนาแลนด์ เจ้าถิ่นย่านปิ่นเกล้า ขยับทำเลบุกกลางเมืองเปิดตัวคอนโดฯโลว์ไรส์ “ธนา แอสทรา” ย่านถนนจันทน์ เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ ชูจุดขาย Touchless Condo ลิฟต์ไร้สัมผัส ประตูทางเข้าอัตโนมัติ ที่จอดรถชั้นใต้ดินพร้อมเพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษ พื้นที่เก็บของให้ทุกยูนิตทั้งภายในห้องชุดและพื้นที่ส่วนกลาง  เปิด Pre-Sale ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท


นายโกวิทย์ สุวาณิชย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า  บริษัทได้เปิดตัวคอนโดฯโลว์ไรส์โครงการใหม่ชื่อว่า ธนา แอสทรา ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 1 ไร่ย่านถนนจันทน์ ซอย 43 หรือซอยวัดไผ่เงิน  ซึ่งเป็นถนนซอยที่ขนานไปกับถนนจันทน์ ที่เชื่อมต่อกับถนนเจริญราษฎร์ ถนนสาทร และถนนนราธิวาสฯ ห่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเซ็นหลุยส์ประมาณ 2.5 กิโลเมตร

ออกแบบเป็นคอนโดฯโลว์ไรส์ 8 ชั้นและชั้นใต้ดินอีก 1ชั้น  มีจำนวนห้องชุดทั้งหมด 154 ยูนิต มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 24-25 ตารางเมตรแบบสตูดิโอ ไปจนถึงห้องชุดแบบ 2ห้องนอนขนาด 45-60 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 2.2 ล้านบาทหรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 86,000 บาท คาดว่าจะเริ่มลงมือก่อสร้างได้ในช่วงไตรมาส4ปีนี้ และมีกำหนดสร้างเสร็จพร้อมโอนช่วงกลางปี 2566

เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ที่มีรายได้ประมาณ 35,000 บาทขึ้นไปและกำลังมองหาที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งทำงานย่านสาธร สีลม  เจริญกรุง และสาธุประดิษฐ์ รวมถึงกลุ่มลูกคาที่ต้องการขยายครอบครัว และกลุ่มนักลงทุน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 2-3% เท่านั้น

“โครงการธนา แอสทรา เป็นคอนโดฯโครงการที่ 8 ของกลุ่มธนาแลนด์ ที่เริ่มต้นพัฒนาธุรกิจอสังหาฯมาจากบ้านแนวราบก่อนจะหันมาลงทุนคอนโดฯตั้งแต่ปี 2535จนถึงปัจจุบัน  มีทั้งคอนโดฯไฮไรส์และโลว์ไรส์ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในย่านปิ่นเกล้า ดังนั้นโปรเจ็กต์นี้ถือว่าเป็นโครงการแรกที่ขยับทำเลเข้ามาในย่านกลางเมือง โดยโครงการล่าสุดที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ มีห้องชุดเหลือขายอยู่ประมาณ 10 ยูนิต คือ โครงการธนา แอสโทเรีย ปิ่นเกล้า เป็นคอนโดฯไฮไรส์สูง 23 ชั้นจำนวน 497 ยูนิต”

นายโกวิทย์กล่าวว่า เดิมบริษัทวางแผนจะเปิดตัวโครงการธนา แอสทราตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 แต่ช่วงนั้นตลาดอสังหาฯได้รับผลกระทบกับมาตรการ LTV (Loan to Value) จึงได้เลื่อนแผนมาเปิดตัวในปี 2563 แต่ก็เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีการสั่งล็อคดาวน์ประเทศช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน บริษัทจึงยกเลิกแผนเปิดตัวโครงการอีกครั้งและกลับมาเปิดตัวโครงการในปีนี้แทน เพราะเริ่มมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนบางส่วนไปแล้ว

ทั้งนี้เพื่อสร้างจุดขายและแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้า ทางโครงการจึงเน้นการออกแบบให้เป็นคอนโดฯแนวใหม่ Touchless Condo เริ่มตั้งแต่ลิฟต์โดยสารเป็นระบบไร้สัมผัสจอดเฉพาะชั้นที่ลูกค้าพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง ประตูทางเข้าอาคารแบบอัตโนมัติ

ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งาน ได้เพิ่มพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าที่ออกแบบกว้างเป็นพิเศษตั้งแต่ 2.85-4.50 เมตร  และพื้นที่เก็บของส่วนตัว (Extra Personal Storage)ให้ทุกยูนิต ตั้งอยู่บริเวณ LockerZone หน้าลิฟต์แต่ละชั้น เพื่อใช้จัดเก็บสัมภาระส่วนตัวของเจ้าของห้งอชุด นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่มีระบบกรองอากาศดักจับฝุ่น PM 2.5

ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ ได้ออกแบบให้ล็อบบี้โถงสูง 2 ชั้น และเพิ่มจุดล้างรถและจุดเติมลมยางสำหรับคนรักรถ รวมทั้งพื้นที่ Co- Working & Meeting Space ให้เจ้าของร่วมสามารถจองใช้งานส่วนตัวได้ นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ พร้อมจากุชซี่ และสระเด็ก ห้องออกกำลังกาย) ห้องซาวน่าแยกชาย-หญิง และพื้นที่สกายบาร์และสวนชมจันทร์ (Lunar Garden) ตั้งอยู่บนชั้น 8

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*