ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ประกาศแผนงานปี’64 ลุยเปิดตัวบ้านแนวราบใหม่ 10 – 12 โครงการ มูลค่า 6-7 พันล้านบาท ราคาเฉลี่ย 2 – 8 ล้าน พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 7 พันล้านบาทและรายได้ 6 พันล้านบาท ประเดิมครึ่งปีแรกเปิด 6โครงการ

 นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ว่า ตลาดอสังหาฯยังต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้านทั้งกำลังซื้อภายในประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ระดับหนี้ครัวเรือนที่ปรับสูงขึ้น และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทออกไปจนถึงสิ้นปี 2564

ขณะที่บริษัทเน้นกลยุทธ์การทำตลาดแนวราบที่เจาะกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่า รวมทั้งมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการทำวิจัยและตลาดเชิงลึก ทำให้บริษัทสามารถทำทำยอดรับรู้รายได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมียอดรับรู้รายได้ 5,765 ล้านบาท เติบโต 24.2% จากปี2562

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับราคา 2-6 ล้านบาท ที่มีสัดส่วนมากถึง 70% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทาว์เฮ้าส์ที่มีการเปิดตัวมากที่สุดถึง 60 % ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด

 โดยปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวโครงการทาวน์เฮ้าส์ 6 โครงการ เพื่อรองรับอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยมีแบรนด์สินค้าหลักคือ Lio ราคาขายเฉลี่ย 2-3 ล้านบาทต่อยูนิต ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจะเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดแบรนด์ Lanceo ระดับราคา 3 – 6 ล้านบาท
ส่วนในปีนี้บริษัทจะเพิ่มสัดส่วนกลุ่มสินค้าราคา 5-8 ล้านบาท แบรนด์บ้านลลิล The Prestige ออกแบบในสไตล์ French Colonial เพื่อขยายฐานตลาดกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ได้รับผลกระทบน้อยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจ

สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ประมาณ 10 – 12 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 6,000 – 7,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกนี้จะเปิดตัวโครงการใหม่ 1-2 โครงการ และไตรมาส 2 จะเปิดตัวอีก 4 โครงการ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 40-45 โครงการ คาดว่าปีนี้จะปิดการขายได้เพิ่ม 7-9 โครงการ

 ส่วนเป้ายอดขายตั้งไว้ 7,000 ล้านบาท ช่วง2เดือนแรกทำยอดขายได้แล้ว 1,500 ล้านบาท และเป้ายอดรับรู้รายได้ 6,000 ล้านบาท โดยมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) 1,200 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 1-2เดือนนี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*