พลัสฯเผยหลังวิกฤติโควิด-19 เร่งปรับรูปแบบการทำงานสอดคล้องสถานการณ์ตลาด รับปี63 มีความท้าทายของธุรกิจบริหารอาคารที่พักอาศัย  ขณะที่บริษัทฯกลับโตสวนกระแส มีลูกค้าใช้บริการเพิ่มขึ้น  29 โครงการ ส่งผลมีลูกค้าในมือรวม 235 โครงการ  
พลัสปลื้มโตสวนกระแสศก คว้างานบริหารโครงการเพิ่ม 29 โครงการ | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ
นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล
นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แม้ปี 2563 นี้เศรษฐกิจโดยรวมของไทยและทุกประเทศทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด–19 ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ ซึ่งคาดการณ์ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากเช่นกัน จากสัญญาณดังกล่าวส่งผลให้พลัสฯ ได้เพิ่มความระมัดระวัง และปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่มีการล็อกดาวน์เพื่อรับมือการระบาดในช่วงครึ่งปีแรก ในส่วนของงานบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย พลัสฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถป้องกันและรับมือวิกฤตที่เกิดขึ้นได้อย่างมืออาชีพ สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ที่อยู่อาศัยภายในโครงการได้ ด้วยกระบวนการทำงานที่ผ่านการอบรมโดยบุคลากรด้านสาธารณสุขโดยตรง มีการสื่อสารกับผู้พักอาศัยในโครงการตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชั่นที่สามารถเข้าถึงผู้พักอาศัยได้อย่างทันสถานการณ์

ทั้งนี้ปี 2563 เป็นปีที่ท้าทายของธุรกิจบริหารอาคารที่พักอาศัย แม้ธุรกิจอสังหาฯ โดยรวมจะอยู่ในภาวะที่ชะลอตัว แต่ในทางกลับกันธุรกิจบริหารอาคารที่พักอาศัยกลับมาเติบโตได้อย่างน่าสนใจ จากพอร์ตงานที่เติบโตขึ้นทุกปี มีหลายโครงการที่ใช้บริการต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยเฉพาะปี 2563 นี้ พลัสฯ มีผลงานที่โดดเด่น โดยล่าสุดมีโครงการที่พักอาศัยใหม่เข้ามาใช้บริการพลัสฯ เพิ่มขึ้นถึง 29 โครงการ ได้แก่ โครงการใหม่จาก บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือ SIRI จำนวน  17 โครงการ และเป็นโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริษัทอื่น จำนวน  12 โครงการ ประกอบด้วย ไอดีโอ มอร์ฟ 38, สาทรการ์เด้น, เดอะนิช โมโน สุขุมวิท 50, เดอะฟายน์ แบงค็อค ทองหล่อ-เอกมัย, เดอะแบงค็อค สาทร, เมโทร ลักซ์ พหลโยธิน 2, เวียสเต้ พระราม 2, พลูม วัชรพล-เอกมัย, เดอะ พาโน, เอช สุขุมวิท 43, ชีวาทัย เรสซิเด้นซ์ บางโพ และชีวาทัย เรสซิเด้นซ์ อโศก

สำหรับลูกค้าโครงการนอกทั้ง 12 โครงการที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั้น สะท้อนว่าการให้บริการของพลัสฯ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับจนโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำรายอื่นๆ เนื่องจากผลงานมีความแตกต่างจากผู้ให้บริการทั่วไป คือบริการมาตรฐานที่มาพร้อมความอุ่นใจ มีมาตรฐานด้านคุณภาพและบริการตามการประกอบวิชาชีพ รวมถึงระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015

“เรามีจุดแข็งจากบริการของทีมวิศวกรและช่างจากส่วนกลาง ที่พร้อมเข้าพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในทุกโครงการ และมีสถาบันภายในคือ PLUS Eduplex ที่มีการฝึกอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานสามารถส่งมอบงานตามมาตรฐานอย่างมืออาชีพ และยังมีการเสริมทักษะพิเศษรอบด้าน มีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนในการออกแบบหลักสูตรพิเศษเพื่อเสริมทักษะเฉพาะด้าน อาทิ การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการเปิดหลักสูตรนักจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับสร้างความรู้เจ้าหน้าที่ในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับทุกโครงการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และนอกจากด้านมาตรฐานแล้ว ทีมงานนิติบุคคลของพลัสฯ ยังโดดเด่นด้านการบริการด้วยใจ พร้อมปรับตัว มีการปรับเปลี่ยนยกระดับงานบริการ เสนอทางเลือกและการดูแลการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์” นางสาวนฤมล กล่าว

นางสาวนฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า จากจุดแข็งที่มีความโดดเด่นทำให้ปัจจุบันพอร์ตลูกค้างานบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยของพลัสฯ รวมทั้งหมดอยู่ที่ 235 โครงการ รวมพื้นที่บริหาร 11 ล้านตารางเมตร ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการบริษัทไทยเพียงรายเดียวที่มีส่วนแบ่งการตลาดติดหนึ่งในสาม โดยสามารถให้บริการระดับ World Class เทียบเท่าระดับสากล โดยหัวใจสำคัญของงานบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยคือการสร้างคอมมูนิตี้ที่ดีและน่าอยู่ให้ลูกบ้านและผู้พักอาศัย ตลอดจนรักษาโครงการให้มีสภาพดีไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเหมือนวันแรกที่ส่งมอบโครงการ ระบบและฟังก์ชั่นในโครงการสามารถใช้การได้เต็มประสิทธิภาพ สิ่งแวดล้อมน่าอยู่ มีความสวยงาม และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*