ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น สุภาษิตนี้ใช้ได้กับตัวตนของไม้ผลที่หล่นใต้ต้น “คุณธีร ชุติวราภรณ์” EXEUTIVE ASSISTANT TO THE CEO ของบริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (V PROPERTY) และในฐานะลูกชายคนเก่งของ “คุณพรชัย” ที่เข้ามาเรียนรู้ช่วยงานคุณพ่อมาตั้งแต่โปรเจกต์แรกเมื่อ 7-8 ปีก่อนเรื่อยมาแบบเงียบๆหลังห้อง(แทบ)จะทุกครั้งตอนนั่งประชุม … ถึงวันนี้เขาขึ้นมานำพา V PROPERTY เดินหน้าบนถนนสายอสังหาริมทรัพย์ ที่แม้สภาวะการณ์โดยรวมของสภาพตลาดอสังหาฯเองจะอยู่ท่ามกลางมรสุมรุมเร้าแบบรอบทิศ แต่ “คุณธีร” ก็พกพาความพร้อมและความมุ่งมั่นอย่างเต็มพิกัดที่จะนำพาองค์กรก้าวข้ามผ่านวิกฤติต่างๆที่เผชิญ

ลูกไม้หล่นใต้ต้น ธีร ชุติวราภรณ์ บนถนนสายอสังหาฯภายใต้ V PROPERTY | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ตั้งเมื่อปี 2552 โดย Sapphire Holdings group กลุ่มบริษัทส่งออกอัญมณีรายใหญ่ในเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ กว่า 40 ปี กับธุรกิจส่งออกอัญมณี ทำให้กลุ่มบริษัทฯ เป็นที่รู้จักในตลาดอัญมณีทั่วโลก ปัจจุบันทางกลุ่มบริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการที่อยู่อาศัยประเภท คอนโดมิเนียมที่พัฒนา อาทิ โครงการ VTARA สุขุมวิท 36 , โครงการ เอช สุขุมวิท 43 , IKON อ่อนนุช , และโครงการล่าสุดคือ IKON อุดมสุข คอนโดมิเนียมใหม่ใกล้ บีทีเอส อุดมสุข ราคาขายเริ่ม 9.9 แสนบาท สูงสุด 3.5 ล้านบาทเป็นห้องลอฟท์ เปิดขายเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 2563 ภายในเดือนเดียวทำยอดขายได้แล้ว 75% มีจำนวน 334 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 600 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอ EIA คาดเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงไตรมาส 2/ 2564 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2565

โครงการ IKON อุดมสุข พัฒนาบนที่ดิน 3 ไร่กว่าๆ ออกแบบเป็น Low Rise จำนวน 2 อาคาร มีห้องชุดให้เลือก 8 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มจากห้องชุดขนาด 22.11,26.94, 28.19,33.53 และ ห้อง LOFT ขนาด 22.11 + 10.62, 26.94 + 13.42, 28.19 + 13.42, 33.53 + 18.26 ตารางเมตร ขายแบบ Fully Furnished จุดเด่นเพดานสูง 2.6 เมตร และ4.2 เมตรสำหรับห้อง LOFT เทียบกับอาคาร Low Rise ของคู่แข่งขันสูง 2.4-2.5 เมตร

ลูกไม้หล่นใต้ต้น ธีร ชุติวราภรณ์ บนถนนสายอสังหาฯภายใต้ V PROPERTY | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

จุดขายเด่น ทำเลโดน ราคาเด็ด โปรดักส์ตอบโจทย์ คงคอนเซ็ปต์ “ถูก” และ “ดี”

V PROPERTY เรายังคงคอนเซ็ปต์ “ถูก” และ “ดี” ครับ! และเอาใจใส่ทุกรายละเอียดของการพัฒนาโครงการ เป็นแนวคิดที่ได้มาจากคุณพ่อที่ว่า “ต้องไม่เอาเปรียบลูกค้า” ฉะนั้น ต้องเปิดโอกาสให้ลูกค้าทำ “กำไร” จากการลงทุนในอสังหาฯได้ด้วยไม่ว่าจะเป็นการซื้อไว้อยู่เองต้องมี Capital Gain หรือหากจะปล่อยเช่าก็ต้องมี Yield ที่ดีด้วย

พร้อมกันนี้ผู้บริหารหนุ่มของ V PROPERTY ยังยกตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพแบบชัดๆด้วยว่าไม่ว่าจะเป็นโครงการ IKON อ่อนนุช ที่อยู่ห่าง BTS อ่อนนุช เพียง 800 เมตรที่ขายอยู่ 85,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม)ขณะที่คู่แข่งในย่านเดียวกันขายอยู่ที่ระดับราคา 130,000 – 140,000 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันมียอดขายไปแล้ว 85% เป็นคอนโดฯที่เพิ่งสร้างเสร็จไปเมื่อสองเดือนก่อน (สิงหาคม 2563)พร้อม Ready to move in อีกทั้งโครงการนี้ยังใส่รายละเอียดแบบจัดเต็ม พร้อมกับหาทางช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนแบบสุดๆ เช่น ฟรี! อินเตอร์เน็ต ฟรี! น้ำดื่ม ฟรี! ค่าโทร.หรือแม้แต่การกำหนดราคาขายโครงการคอนโดฯที่เปิดตัวใหม่ล่าสุด โครงการ IKON อุดมสุข คอนโดมิเนียมใหม่ใกล้ BTS อุดมสุข ราคาเปิดตัวเริ่มต้น 45,000 บาทต่อตารางเมตรถูกกว่าคู่แข่งในของตลาดในระแวกนี้ถึง 40% อีกทั้งการออกแบบโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า

ลูกไม้หล่นใต้ต้น ธีร ชุติวราภรณ์ บนถนนสายอสังหาฯภายใต้ V PROPERTY | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

โครงการ IKON อุดมสุข ยังมีความโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง ที่นอกจากตลอดแนวถนนอุดมสุขจะสมบูรณ์ไปด้วยอาหารการกินแล้ว อุดมสุขยังเป็นถนนคู่ขนานบางนา-ตราดทำเลที่การลงทุนและความเจริญต่างๆกำลังผุดขึ้นมามากมาย ที่อนาคตไม่ต่างจากสุขุมวิทตอนใน เพราะมีโครงการขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นแบงค็อก มอลล์ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมีข่าวว่าทางเดอะมอลล์ กรุ๊ปจะย้ายออฟฟิศมาที่นี่ด้วย รวมถึงอาคารสำนักงานให้เช่าเกรด A ตึกยุคใหม่ครบวงจร ทำเลสุขุมวิท 66 ใกล้สถานีBTSอุดมสุข คาดก่อสร้างเสร็จไตรมาส2/ 2564 ของเมืองไทยประกันชีวิต เป็นต้น

นอกจากนี้ โครงการ IKON อุดมสุข ยังล้อมด้วยรถไฟฟ้า 3 สาย คือ สายสีเขียว เส้นสุขุมวิท , สายสีเหลือง เส้นถนนศรีนครินทร์ และ รถไฟฟ้า Light Rail สายบางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งที่ตั้งโครงการ IKON อุดมสุขนั้นอยู่ตรงกลางไปได้ทั้งสามสาย นั่นคือจุดเด่นซึ่งทำให้เชื่อมต่อได้หลากหลายทาง ทั้งในเมืองและนอกเมือง เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิก็สะดวก และที่ตั้งโครงการก็อยู่ในซอย อุดมสุข 29 ซึ่งเป็นซอยทางลัดเชื่อมไปสุขุมวิท 101 และ สุขุมวิท101/1 ใกล้ทั้งตลาดอุดมสุขและตลาดสดมหาสินมีของกินตลอด 24 ชั่วโมง

ถึงตรงนี้กล่าวได้ว่า เสน่ห์ของ “อุดมสุข” ที่มีแทบจะไม่ต่างไปจากสุขุมวิทตอนต้นๆเลย ส่วนการปล่อยเช่าคอนโดนฯในย่านนี้อัตราการเฉลี่ยอยู่ที่ 400-600 บาท/ตารางเมตรถือว่าราคาดีมาก ลูกค้าที่ซื้อลงทุนก็ได้ Yield มากขึ้นแต่ซื้อห้องได้ในราคาที่ถูกกว่า

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการเลือกซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของ V PROPERTY ทั้งโครงการที่ปิดการขายไปแล้วหรือโครงการที่กำลังดำเนินการพัฒนาและขายอยู่ในปัจจุบันล้วนอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ แต่ยังคงแนวคิดการกำหนดราคาขายที่ต่ำกว่าตลาดทั่วไปได้นั้น “คุณธีร” เล่าว่าเป็นเพราะราคาที่ดินที่ซื้อไม่สูงจนเกินไปบวกกับเป็นองค์กรที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้ค่าดำเนินการหรือ Fixed cost อื่นๆไม่สูง มีการบริหารการจัดการที่ดี มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเงิน “ทุกบาทสำคัญมาก” กว่าจะเซ็นอะไรแต่ละอย่างพิจารณาแล้วพิจารณาอีก ซึ่งการให้ความสำคัญในเรื่องนี้ทำให้บริษัทปลอดภัยในช่วงวิกฤติโควิด -19 ซึ่งนอกจากจะไม่มีการลดพนักงานแล้ว เงินเดือนก็ไม่ได้ปรับลดลงด้วย

เมื่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจต่ำผนวกกับการสานต่อแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยซึ่งถือเป็นปัจจัยสี่พื้นฐานเพื่อเติมเต็มสังคมให้น่าอยู่ขึ้น เพื่อมอบความสุขที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ วัสดุอุปกรณ์ที่เลือกมาให้ลูกค้านั้นมีความจำเป็นถึงเลือกมา อะไรที่ดูแล้วไม่จำเป็น เอามาแล้วเป็นภาระเพิ่มก็จะไม่ให้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ถูกนำมาคิดอย่างละเอียดใส่ลงไปในโปรดักส์ให้สอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภค เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ การรุกต่อคอนโดฯภายใต้แบรนด์ “IKON” เป็นโครงการที่สองปักหมุดทำเลอุดมสุข ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอายุ 20-35 ปี ปิดยอดขายได้ 75% ภายในเดือนเดียวที่เปิดตัวนอกจากจะได้รับแรงเหวี่ยงที่ดีจากโครงการ IKON อ่อนนุช แล้วความสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงการมองตลาดที่ขาดของผู้บริหารของ V PROPERTY และยังมีความยืดหยุ่นในการบริหารและจัดการให้ธุรกิจแม้ยามวิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยรวมทั้งการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ที่กระทบไปยังทุกภาคส่วน

ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยลบต่างๆนั้น “คุณธีร” ยอมรับว่า V PROPERTY ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ตัวอย่างเช่น โครงการ VTARA สุขุมวิท 36 มีลูกค้าบางส่วนกู้ไม่ผ่านรายได้ไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานใหม่ที่แบงก์ได้ปรับฐานเงินเดือนขึ้นจากฐานเดิม 15-20 % ซึ่งถือว่าค่อนข้างโหดมาก ในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าต่างชาติที่เป็นชาวจีนที่ยอมทิ้งเงินดาวน์ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางมาโอนได้หรือได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตอนที่ซื้อคอนโดฯหยวนหนึ่ง 5.7 บาท พอถึงกำหนดโอน หยวนหนึ่งเหลือแค่ 4 บาท ต้องใช้เงินหยวนเพิ่ม ห้องก็แพงขึ้น 20-30% ลูกค้าที่ยอมทิ้งดาวน์คิดเป็น 30 % (ของโควต้าลูกค้าต่างชาติ 49%) เมื่อต้องนำยูนิตเก่ากลับมาขายใหม่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมีคนที่รอคิวอยู่ (waiting list) ส่วนอีก 20 ยูนิตสุดท้ายที่เหลือขายก็ sold out ไปเมื่อเมษายน 2563 เป็นเดือนที่พีคสุดของการระบาดโควิด – 19 ซึ่งคีย์ซักเซสครั้งนี้ก็มาจากกลยุทธ์ราคาด้วยเช่นกัน

เปิดทางร่วมทุนเพิ่มโอกาสขยายธุรกิจ

พร้อมกันนี้ “คุณธีร” ยังเล่าถึงแผนการนำบริษัทฯเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ยังอยู่ในแผนและได้เตรียมความพร้อมไว้รองรับอยู่แล้ว แต่ด้วยสภาพตลาดที่ไม่เอื้อมากนักจึงไม่ได้เร่งรีบที่จะต้องดำเนินการภายในระยะอันใกล้นี้ ขณะเดียวกันสภาพคล่องทางการเงินที่ V PROPERTY มีอยู่ในมืออย่างต่ำๆก็ 1,000 ล้านบาทก็เพียงพอที่จะนำมาพัฒนาโครงการอสังหาฯได้พร้อมกัน 4-5โครงการ

“เราเลือกเดินอย่างแข็งแรงดีกว่า สิ่งหนึ่งที่ผมได้แนวคิดมาจากคุณพ่อคือ คุณพ่อ conservative มากๆและก็กลัวดอกเบี้ยสุดๆก็เลยเลือกที่จะใช้เงินทุนของตนเองเป็นเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า” แต่ขณะเดียวกันจากการที่ทีมงาน prop2morrowได้พูดคุยกับ “คุณธีร” ในครั้งก็เห็นชัดว่าเขาพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆเข้ามาหากพิจารณาแล้ว “คุ้ม” ซึ่งสะท้อนภาพได้จากการเข้าไปซื้อบิ๊กล็อตจากผู้ถือหุ้นเดิมจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับสองในบริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน)หรือ OCEAN รวมทั้งสิ้น 198,600,000 หุ้นหรือคิดเป็น 16.46 % และบริษัท โอเชียนฯนี้ก็เข้ามามาร่วมทุนลักษณะโปรเจกต์บายโปรเจกต์กับ V PROPERTY เช่นร่วมทุนในโครงการ IKON ทั้งที่อ่อนนุชและอุดมสุขในสัดส่วน 55% ต่อโครงการ (อีก 45% เป็นสัดส่วนของ V PROPERTY)

ไปต่อคอนโดฯทำเลคุ้นเคย “สุขุมวิท” พร้อมแตกทำเล ขยายสินค้าสู่ตตลาดบ้านแนวราบ

สำหรับแผนการลงทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 นั้น ได้ซื้อที่ดินเตรียมพร้อมไว้แล้ว เบื้องต้นได้เตรียมเปิด 2 โครงการรวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท โครงการแรกเป็นคอนโดฯสูง 22ชั้นในสุขุมวิท 38 บนที่ดิน เกือบ 1 ไร่ เป็นโครงการที่มีความเป็นส่วนตัว (private) สุดในย่านนั้นมีจำนวนเพียง 100 ยูนิตต้นๆ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 30-120 ตารางเมตร โดยยังคงคอนเซ็ปต์เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า คาดเปิดตัวในไตรมาส 3 / 2564

ส่วนโครงการที่สอง จะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ทำเลย่านรามอินทรา (เยื้องกับแฟชั่นไอส์แลนด์)บนเนื้อที่ดิน 16 ไร่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีชมพู บริษัทจะพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 70 ยูนิต ราคาขายประมาณ 10-15 ล้านบาท ตามแผนที่วางไว้จะเปิดตัวในไตรมาส 2 / 2564

“การเติบโตของ V PROPERTY ต่อปีต้องไม่ต่ำกว่า 10-15% เป็นตัวเลขที่ไม่หวือหวา แต่เรามั่นใจว่าทำได้” นั่นเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ “คุณธีร ชุติวราภรณ์”ผู้บริหารและทายาทของ V PROPERTY กล่าวในตอนท้าย

ลูกไม้หล่นใต้ต้น ธีร ชุติวราภรณ์ บนถนนสายอสังหาฯภายใต้ V PROPERTY | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*