สถาพร เอสเตทฯประกาศรุกตลาดพรีเมี่ยม ราคา 3-8 ล้านบาท เจาะเรียลดีมานด์ เปิดแผนปี63 ผุด 3 โครงการใหม่ รวมมูลค่ากว่า 4,600 ล้านบาท รับขายทิ้งที่ดินซอยเย็นอากาศ นำเงินพัฒนาโครงการใหม่ เดอะ เชดด์ สาทร 1ยอดขายพุ่ง 60% ตั้งเป้ายอดพรีเซลปีนี้แตะ 1,200 ล้านบาท  
นายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯ2563 ว่า จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ได้มีการะบุว่า ในปีนี้การเปิดตัวโครงการใหม่โดยรวมจดลดลงประมาณ 10% โดยแยกเป็นคอนโดฯลดการเปิดตัวลง 15% และแนวราบ ลดการเปิดตัว 2-3% ซึ่งโครงการแนวราบนั้นยังมีเรียลดีมานด์อยู่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี2563 จะรุกสินค้าระดับลักชัวรี่ ระดับราคา 5-25 ล้านบาทมากขึ้น จากที่ผ่านมาจะเน้นสินค้าระดับพรีเมี่ยม ระดับราคา 3-8 ล้านบาท  เนื่องจากมองว่าตลาดดังกล่าวยังมีเรียลดีมานด์ และเป็นกลุ่มที่มียอด Reject น้อยกว่ากลุ่มกลาง-ล่าง  โดยแบ่งสัดส่วนสำหรับการทำธุรกิจออกเป็น แนวสูง 35% และแนวราบ 65% ซึ่งจะใช้กลยุทธ์ในการรุกตลาดที่แตกต่างกันออกไป โดยแนวราบจะเน้นปัจจัยสำคัญในเรื่องศักยภาพของทำเลในอนาคต ติดถนนเส้นหลัก และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน ส่วนแนวสูงจะเน้นปัจจัยสำคัญในเรื่องของทำเล CBD ของกรุงเทพฯ ใกล้ BTS หรือ MRT และเพิ่มความสะดวกสบายของการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

 

โดยในปี 2563 นี้ บริษัทฯจะมีการเปิดตัวใหม่ในปีนี้ทั้งสิ้น 3 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4,600 ล้านบาท ประกอบด้วย

1.อิเธอร์นิตี้ ทาวน์ พริมโรส วัชรพล (ETERNITY TOWN PRIMROSE Vacharaphol) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 7 ไร่ครึ่ง พัฒนาในรูปแบบของทาวน์โฮม 3 ชั้น ขนาด 18-26 ตารางวา ราคาเริ่มต้นที่ 4.39-9 ล้านบาท  จำนวน 86 ยูนิต มูลค่าโครงการ 520 ล้านบาท  กำหนดเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นี้

2.ดิ อิเธอร์นิตี้ กรีนวู้ด รังสิต วงแหวน (THE ETERNITY Greenwood Rangsit – Wongwaen) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 75 ไร่ จากทั้งหมด 99 ไร่ บริเวณรังสิต คลอง 5 พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว ขนาด 50-70 ตารางวา  และบ้านแฝด ขนาด 38 ตารางวา จำนวนทั้งสิ้น 4 เฟสๆละประมาณ 80-90 ยูนิต  ระดับราคาประมาณ 4-9 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 2,160 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3/2563 นี้

3.The Crown Rama 4 (เดอะ คราวน์ พระราม 4) ตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 500 ตารางวา บริเวณถนนพระราม 4 เป็นคอนโดฯสูง 34 ชั้น ขนาด 30-100 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 6-25 ล้านบาท หรือเริ่มต้นที่ 200,000 บาทต้นๆ/ตารางเมตร จำนวน 183 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 1,920 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4/2563

ทั้งนี้เดิมในปี 2562 บริษัทฯมีแผนจะพัฒนาต่อเนื่องจากโครงการ “เดอะ เชดด์ สาทร1”อีก 3 โครงการ เป็นแนวสูง 2 โครงการ คือย่านพระราม4 และเย็นอากาศ และแนวราบ ย่านรังสิต คลอง5 อีก 1 โครงการ แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จึงเลื่อนการเปิดตัวทั้งหมดมาในปี2563 แทน และปรับเป็นการเปิดโครงการแนวสูง 1 โครงการ และแนวราบ 2 โครงการ โดยเป็นการขายที่ดินเปล่าในซอยเย็นอากาศ พื้นที่ 440 ตารางวา ให้กับบุคคลทั่วไปเพื่อปลูกบ้านส่วนตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพราะมองวาหากพัฒนาเองจะเป็นการทับเซกเมนต์เดียวกับโครงการ เดอะ เชดด์ สาทร1 อีกทั้งหากยังไม่นำมาพัฒนาก็จะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ย ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจขายและนำเงินไปพัฒนาโครงการที่ซอยวัชรพลแทน เพราะเป็นทำเลที่มีเรียลดีมานด์แน่นอน ซึ่งเป็นที่ดินเก่าที่ซื้อไว้นานแล้ว

ส่วนความคือบหน้าโครงการ เดอะ เชดด์ สาทร 1” (The SHADE Sathon 1)ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่ครึ่ง บริเวณสาทร ซอย 1 พัฒนาเป็นคอนโดฯโลว์ไรส์ สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ขนาด 28-60 ตารางเมตร ราคา 3.69-7 ล้านบาท หรือเริ่มต้นที่ 130,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 278 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ซึ่งได้เปิดพรีเซลไปเมื่อปลายเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดขายแล้ว 60% คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ประมาณไตรมาส 2/2564  ด้านการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณไตรมาส1/2564

อย่างไรก็ตามในปี 2563 นี้ บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งสิ้น 1,200 ล้านบาท เติบโตกว่าปี 2562 ที่ผ่านมา 20%

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*