ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจ ที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งแรกปี 2562 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่จังหวัดชลบุรี  ระยอง  และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดยนับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย  พบว่ามีจำนวนโครงการที่ยังอยู่ระหว่างขาย 1,062 โครงการ มีหน่วยเหลือขายจำนวน 62,060 หน่วย คิดเป็นมูลค่าเหลือขาย 200,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 11.6  ร้อยละ 12.2 และร้อยละ 13.6 ตามลำดับ (ครึ่งแรกปี 2561 มี 952 โครงการ มีจำนวนหน่วยเหลือขาย55,327 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 176,108 ล้านบาท)
บ้านจัดสรรหน่วยเหลือขายมากสุด 4.4หมื่นยูนิต
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการในพื้นที่ภาคตะวันออก       โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร มีจำนวนโครงการ 853 โครงการ มีหน่วยเหลือขายจำนวน 44,549 หน่วย คิดเป็นมูลค่าเหลือขาย 124,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 18.3 ร้อยละ 15.9 และร้อยละ 14.7 ตามลำดับ (ครึ่งแรกปี 2561 มี 721 โครงการ มีจำนวนหน่วยเหลือขาย 38,451 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 108,594 ล้านบาท)

 

และโครงการอาคารชุด มีจำนวน 192 โครงการ  มีหน่วยเหลือขายจำนวน 17,329 หน่วย คิดเป็นมูลค่าเหลือขาย 70,698 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ10.7 แต่จำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.5 และร้อยละ 9.9 ตามลำดับ (ครึ่งแรกปี 2561 มี 215 โครงการ มีจำนวนหน่วยเหลือขาย 16,745 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 64,302 ล้านบาท) สำหรับโครงการวิลล่า มีจำนวนโครงการ 17 โครงการ มีหน่วยเหลือขายจำนวน 182 หน่วย คิดเป็นมูลค่าเหลือขาย 4,910 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 6.3  ร้อยละ 38.9 และร้อยละ 52.8  ตามลำดับ (ครึ่งแรกปี 2561 มี 16  โครงการ มีจำนวนหน่วยเหลือขาย 131 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 3,213ล้านบาท)

บ้านจัดสรรทำเลนิคมฯอมตะนคร-บายพาส หน่วยเหลือขายมากสุด

โครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดชลบุรี  ในจำนวนหน่วยเหลือขาย 24,656หน่วย พบว่าเมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างจำนวน 11,968 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 48.5 ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 7,761 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 31.5 และหน่วยที่สร้างเสร็จเหลือขายจำนวน 4,927 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 20.0 โดยหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย(พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาดมีจำนวน 12,688  หน่วย คิดเป็นร้อยละ 51.5 ของหน่วยที่เหลือขายทั้งหมด

ทำเลบ้านจัดสรรที่เหลือขายมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ โดยพิจารณาจากหน่วยเหลือขายสะสม ได้แก่

1) ทำเลนิคมฯอมตะนคร-บายพาส มีจำนวน 3,621 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 9,605 ล้านบาท

2) ทำเลนิคมฯพานทอง-พนัสนิคม มีจำนวน 3,104 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 7,545  ล้านบาท

3) ทำเลนิคมฯบ่อวิน มีจำนวน 2,928 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 5,968 ล้านบาท

4) ทำเลบางแสน-หนองมน-บางพระ มีจำนวน 2,428 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 9,265 ล้านบาท

5) ทำเลศรีราชา-อัสสัมชัญ มีจำนวน 2,243 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 7,486 ล้านบาท

โดยส่วนใหญ่แล้วเกือบทั้ง 5 ทำเลนี้เหลือขายในประเภททาวน์เฮาส์  และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด ยกเว้นทำเลแสน-หนองมน-บางพระ และทำเลศรีราชา-อัสสัมชัญ ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาท มากที่สุด

 

ทำเลบ้านจัดสรรที่ขายได้ใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก โดยพิจารณาจากหน่วยขายได้ใหม่ ได้แก่

1) ทำเลนิคมฯพานทอง-พนัสนิคม มีจำนวน 665 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 1,507 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลนิคมฯอมตะนคร-บายพาส มีจำนวน 664 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 1,679 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 3.00 ล้านบาทมากที่สุด

3) ทำเลนิคมฯสหพัฒน์-ปิ่นทอง มีจำนวน 493 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 944  ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลนิคมฯบ่อวิน มีจำนวน 438 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 805 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด

5) ทำเลศรีราชา-อัสสัมชัญ มีจำนวน 421 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 1,254 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00  ล้านบาทมากที่สุด

อาคารชุดทำเลพัทยา-เขาพระตำหนักขายดีสุด

โครงการอาคารชุดที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดชลบุรี ในจำนวนหน่วยเหลือขาย 16,464 หน่วย พบว่าเมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 7,045 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 42.8 ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างจำนวน  5,198 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 31.6 และหน่วยที่สร้างเสร็จเหลือขายจำนวน 4,221 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 25.6 โดยหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย(พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาดมีจำนวน 11,266 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 68.4 ของหน่วยที่เหลือขายทั้งหมด

 

ทำเลอาคารชุดที่เหลือขายมากที่สุด 5 อันดับแรก โดยพิจารณาจากหน่วยเหลือขายสะสม ได้แก่

1) ทำเลพัทยา-เขาพระตำหนัก มีจำนวน 6,491 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 30,516 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขาย ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับ3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลหาดจอมเทียน  มีจำนวน 5,217 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 24,723 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

3) ทำเลแหลมฉบัง มีจำนวน 1,499 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 2,271 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภทสตูดิโอ และอยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 1  ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำในศรีราชา-อัสสัมชัญ มีจำนวน 1,230 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 5,409 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขาย ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

5) ทำเลนิคมฯบ่อวิน มีจำนวน 425 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 527 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขาย  ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาทมากที่สุด

 

ทำเลอาคารชุดที่ขายได้ใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก โดยพิจารณาจากหน่วยขายได้ใหม่ ได้แก่

1) ทำเลพัทยา-เขาพระตำหนัก มีจำนวน 2,431 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 12,582 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลหาดจอมเทียน มีจำนวน 1,000 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 4,298 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

3)ทำเลนิคมฯอมตะนคร-บายพาส มีจำนวน  244 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 222 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคาต่ำกว่า1 ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลศรีราชา-อัสสัมชัญ มีจำนวน 133 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 502 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

5)ทำเลบางแสน-หนองมน-บางพระ มีจำนวน 88 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 210 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00  ล้านบาทมากที่สุด

ทำเลนิคมฯอมตะซิตี้-อีสเทิร์นรับ2เด้ง

โครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดระยอง ในจำนวนหน่วยเหลือขาย 14,479หน่วย พบว่าเมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างจำนวน 9,336หน่วย คิดเป็นร้อยละ 64.5 ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 3,075 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 21.2 และหน่วยที่สร้างเสร็จเหลือขายจำนวน 2,068 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 14.3 โดยหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย(พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาดมีจำนวน 5,143 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 35.5 ของหน่วยที่เหลือขายทั้งหมด

 

ทำเลบ้านจัดสรรที่เหลือขายมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ โดยพิจารณาจากหน่วยเหลือขายสะสม ได้แก่

1) ทำเลนิคมฯอมตะซิตี้-อีสเทิร์น มีจำนวน 7,239 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 13,824 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลนิคมฯมาบตาพุด  มีจำนวน 2,556 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 8,722 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

3) ทำเลนิคมฯเหมราช มีจำนวน 2,091 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 5,097 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00  ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลบ้านฉาง-อู่ตะเภา มีจำนวน 1,698 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 4,861 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00  ล้านบาทมากที่สุด

5) ทำเลเมืองระยอง มีจำนวน 623 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 2,814 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00  ล้านบาทมากที่สุด

 

ทำเลบ้านจัดสรรที่ขายได้ใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก โดยดูจากหน่วยขายได้ใหม่ ได้แก่

1) ทำเลนิคมฯอมตะซิตี้-อีสเทิร์น มีจำนวน 1,030 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 1,988 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮ้าส์ และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลนิคมฯเหมราช มีจำนวน 365 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 928 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 2.01 -3.00 ล้านบาทมากที่สุด

3)ทำเลนิคมฯมาบตาพุด มีจำนวน 315 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 915  ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 2.01 -3.00 ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลบ้านฉาง-อู่ตะเภา มีจำนวน 212 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 587 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 2.01 -3.00 ล้านบาทมากที่สุด

5)ทำเลเมืองระยอง มีจำนวน 92 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 321 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00ล้านบาทมากที่สุด

 

โครงการอาคารชุดที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดระยอง ในจำนวนหน่วยเหลือขาย 525 หน่วย พบว่าเมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 256 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 48.8 ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่สร้างเสร็จเหลือขายจำนวน  249 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 47.4 และหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างขายจำนวน 20 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 3.8 โดยหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย(พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาดมีจำนวน 505 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 96.2 ของหน่วยที่เหลือขายทั้งหมด

 

อาคารชุดเมืองระยองดีมานด์ตอบรับดีแต่สต๊อกยังเหลือมาก

ทำเลอาคารชุดที่เหลือขายโดยเรียงจากมากไปหาน้อย  และดูจากหน่วยเหลือขายสะสม ได้แก่              1)ทำเลเมืองระยอง มีจำนวน 292 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 709 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขาย ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับ 2.01 – 3.00 ล้านบาทมากที่สุด

2)ทำเลนิคมฯอมตะซิตี้-อีสเทิร์น มีจำนวน 107หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 161 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภท 1 ห้องนอน อยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00  ล้านบาทมากที่สุด และประเภทสตูดิโออยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาทมากที่สุด

3) ทำเลแกลง มีจำนวน 63 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 209 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลนิคมฯเหมราช มีจำนวน 48 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขาย ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาทมากที่สุด

5) ทำเลบ้านฉาง-อู่ตะเภา มีจำนวน 15 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 26 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขาย  ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาทมากที่สุด

 

ทำเลอาคารชุดที่ขายได้ใหม่โดยเรียงจากมากไปหาน้อย และพิจารณาจากหน่วยขายได้ใหม่ ได้แก่

1) ทำเลเมืองระยอง มีจำนวน 73 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 185 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลนิคมฯอมตะซิตี้-อีสเทิร์น มีจำนวน 23 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 35 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภทสตูดิโอ และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50  ล้านบาทมากที่สุด

3)ทำเลแกลง มีจำนวน  20 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 70 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 2 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลนิคมฯเหมราช มีจำนวน 18 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 23 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50  ล้านบาทมากที่สุด

5)ทำเลบ้านฉาง-อู่ตะเภา มีจำนวน 5 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 10 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภท 1 ห้องนอน และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาทมากที่สุด

สต๊อกเหลือขายในฉะเชิงเทราส่วนใหญ่อยู่ระหว่างก่อสร้าง

โครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดฉะเชิงเทรา ในจำนวนหน่วยเหลือขาย 5,414 หน่วย พบว่าเมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างจำนวน 3,099 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 57.2 ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 1,439 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 26.6 และหน่วยที่สร้างเสร็จเหลือขายจำนวน 876 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 16.2 โดยหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย(พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาดมีจำนวน 2,315 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 42.8 ของหน่วยที่เหลือขายทั้งหมด

ทำเลบ้านจัดสรรที่เหลือขายมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ โดยพิจารณาจากหน่วยเหลือขายสะสม ได้แก่

1) ทำเลบางปะกง มีจำนวน 2,004 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 6,290 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลในเมืองฉะเชิงเทรา มีจำนวน 1,542 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 4,573 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาทมากที่สุด

3) ทำเลบ้านโพธิ์ มีจำนวน 828 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 2,623 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลคลองหลวงแพ่ง มีจำนวน 766 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 1,974 ล้านบาท ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00  ล้านบาทมากที่สุด

5) ทำเลแปลงยาว มีจำนวน 160 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 312 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เหลือขายในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00  ล้านบาทมากที่สุด

 

ทำเลบ้านจัดสรรที่ขายได้ใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก โดยพิจารณาจากหน่วยขายได้ใหม่ ได้แก่

1) ทำเลในเมืองฉะเชิงเทรา มีจำนวน 246 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 618 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภทบ้านเดี่ยว และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาทมากที่สุด

2) ทำเลบางปะกง มีจำนวน 219 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 643 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01 -3.00 ล้านบาทมากที่สุด

3)ทำเลบ้านโพธิ์ มีจำนวน 90 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่  276  ล้านบาท  ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภทบ้านแฝด และอยู่ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาทมากที่สุด

4) ทำเลคลองหลวงแพ่ง มีจำนวน 26 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 76 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ อยู่ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาทมากที่สุด และประเภทบ้านแฝดอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด

5)ทำเลแปลงยาว มีจำนวน 22 หน่วย มีมูลค่าขายได้ใหม่ 35  ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาทมากที่สุด

 

ห้องชุดต่ำกว่า1ล้านขายดีสุด-แบบสตูดิโอเหลือขายมากสุด

โครงการอาคารชุดที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดฉะเชิงเทรา ในจำนวนหน่วยเหลือขาย 340 หน่วย พบว่าเมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 238 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 70.0 ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่สร้างเสร็จเหลือขายจำนวน  102 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 30.0  โดยเป็นหน่วยที่เป็น Inventory ในตลาดทั้งหมด

ทั้งนี้เป็นหน่วยเหลือขายที่อยู่ในทำเลในเมืองฉะเชิงเทราทั้งหมด  เหลือขายในประเภทสตูดิโอทั้งหมด และส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทมากที่สุด  ส่วนขายได้ใหม่มีจำนวน 35 หน่วย เป็นประเภทสตูดิโอทั้งหมด และส่วนใหญ่ขายได้ใหม่ในระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทมากที่สุด

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*