กคช.ชู  NHA BIG BANG 10 มาตรการเร่งด่วน  เน้นการพัฒนาควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้าง และการบริการชุมชนการเคหะฯ เตรียมเปิดโครงการบ้าน 300,000-500,000 บาท ด้วยเทคโนโลยีใหม่ลดต้นทุนการผลิต นำเสนอต่อประชาชน พร้อมล้างขาดทุนสะสมจากบ้านเอื้ออาทรด้วยมาตรการเด็ดขาด
นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล  ประธานกรรมการ การเคหะแห่งชาติ(กคช.) เปิดเผยว่า นโยบายเร่งด่วนของกรรมการชุดใหม่ ที่ต้องการผลักดันการทำงานของกคช. ภายใต้แนวคิด “NHA BIG BANG” ประกอบด้วย 10 มาตรการหลัก ทั้งการลงทุนในอนาคตและล้างปัญหาเดิมอย่างเด็ดขาด ซึ่งาตรการแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ  ได้แก่ ลงทุนเพื่อประชาชน”  “เข้าชนปัญหาสะสม” และ “ระดมพลมาตรฐานใหม่เคหะ” โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

หมวด “ลงทุนเพื่อประชาชน” ประกอบด้วย 3 มาตรการ ได้แก่

1.โครงการบ้านราคา 300,000-500,000 บาท จะทำการเปิดต้นแบบได้ภายในปี 2562 โดยจับกลุ่มเป้าหมายไปยังผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เป็นบ้านที่มีความทันสมัย สวยงามจะมีการสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้าช่วยลดต้นทุนในการสร้างบ้าน ทำให้ได้มาตรฐานกว่าการก่อสร้างรูปแบบเดิม

2.เร่งรัดโครงการร่วมทุนรัฐและเอกชน(PPP) จำนวน 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องเข้าพิจารณาในคณะกรรมการระดับชาติบางส่วน และบางส่วนเป็นหน้าที่ของกรรมการการเคหะแห่งชาติชุดใหม่ที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ  ซึ่งโครงการมีทั้งรูปแบบที่อยู่อาศัยปกติ บ้านพักสำหรับผู้เกษียณอายุ และโครงการผสมผสานในรูปแบบต่างๆ

3.การจัดทำฐานข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลที่อยู่อาศัยทั้งประเทศ โดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นอย่างกระทรวงการคลัง ,กรมธนารักษ์ และกรมที่ดิน เพราะฐานข้อมูลจะช่วยให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์จะสามารถเห็นข้อมูลทั้งทั่วประเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลหลักแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศให้เอกชนได้นำไปต่อยอดสร้างธุรกิจเชื่อมโยงในระบบโลกต่อไป

ส่วนหมวด “เข้าชนปัญหาสะสม” ประกอบด้วย 4 มาตรการหลัก ได้แก่

1.จัดการสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และเสื่อมโทรม (Sunk Cost) เกี่ยวกับโครงการเอื้ออาทรทั้งหมดที่มีการทุจริตอยู่ในขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณา และโครงการที่มีปัญหาอื่นๆ โดยโครงการทั้งหมดมีเนื้อที่ประมาณ 4,442 ไร่ มูลค่ากว่า 7,700 ล้านบาท ซึ่งได้วางมาตรการแก้ปัญหา 3 ระดับไว้เรียบร้อย รวมไปถึงมาตรการทางกฎหมายเพื่อดำเนินคดีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

2.เร่งจำหน่ายหน่วยที่อยู่อาศัยคงเหลือประมาณ 21,000 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 14,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการที่หลากหลาย รวมไปถึงนำเสนอต่อหน่วยราชการอื่นที่ต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุราชการ และผ่านระบบนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ของเอกชนซึ่งมีความเชี่ยวชาญ

3.เพิ่มมูลค่าพื้นที่จัดสรรประโยชน์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น ที่ดินว่างเปล่าจะมีมาตรการจัดประโยชน์ให้เอกชนได้เช่าใช้ทำธุรกิจ อาทิเช่น ตลาดการเคหะและพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการเร่งปราบปรามการบุกรุกพื้นที่อย่างผิดกฎหมายทั่วประเทศ

4.เพิ่มศักยภาพบริษัทจัดการทรัพย์สินและชุมชนจำกัด (CEMCO) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเพียงแห่งเดียวของการเคหะแห่งชาติ โดยทำแผนเร่งด่วนแก้ปัญหาขาดทุนสะสม และหามาตรการขยายธุรกิจโดยใช้ความได้เปรียบของการเคหะที่มีหน่วยที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ซึ่งได้เริ่มดำเนินการจัดทำแผนงานปรับโครงสร้างองค์กรและแผนธุรกิจพร้อมดำเนินการทันทีในปี 2563 อีกทั้งวางแนวทางนำ CEMCO เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใน 3 ปี

หมวด “ระดมพลยกมาตรฐานเคหะ” ประกอบด้วย 3 มาตรการ

1.จัดทำชุมชนตัวอย่างมาตรฐานความเป็นอยู่สูง อย่างน้อย 3 แห่ง ในปี 2562 ได้แก่ชุมชนแนวราบ ชุมชนแนวตั้ง และตลาดการเคหะ โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีงบประมาณด้าน CSR พัฒนาชุมชนให้มีมาตรฐานความเป็นอยู่สูงแบบครบวงจร เพื่อเป็นต้นแบบของชุมชนการเคหะรุ่นใหม่ๆ ในอนาคต ปัจจุบันมีกิจการขนาดใหญ่สนใจเข้ามาร่วมมือพัฒนาจำนวนมาก

2.จัดระบบภายในแก้ปัญหาคุณภาพด้านการก่อสร้างและการบริหารนิติบุคคลของการเคหะฯ ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาคุณภาพการก่อสร้างและการบริหารโครงการบางส่วนเกิดขึ้นจากผู้รับเหมาโครงการและผู้ให้บริการที่มีศักยภาพต่ำ รวมไปถึงปัญหาการควบคุมงานภายในองค์กรเอง จึงได้จัดทำมาตรการพิเศษแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยอาศัยความร่วมมือของพนักงานการเคหะฯและตัวแทนจากชุมชนจัดตั้ง Task Force ร่วมกันแจ้งปัญหาและมีมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อผู้สร้างความเสียหายในทุกระดับ

3.NHA Beyond มาตรการที่ยกระดับการเคหะฯ จากภาระหน้าที่หลักในการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชน เป็นการเคหะฯที่มีภาระหน้าที่ในการสร้างชุมชนและสังคมที่มีคุณภาพ มีความเป็นอยู่ที่ได้รับการดูแลที่ดี ประกอบด้วย 3 มาตรการย่อยได้แก่ Care Beyond ดูแลชุมชนแม้ว่าจะมีการปิดการขายโครงการและส่งมอบต่อไปยังนิติบุคคลเอกชนแล้วก็ตาม Service Beyond คือการนำ CEMCO มาใช้ประโยชน์เพื่อให้ชุมชมได้รับบริการทั่วไปเพิ่มเติมไม่ว่าด้านการซ่อมแซม ประปา ไฟฟ้า การดูแลรักษาความปลอดภัย และ Reponsibility Beyond คือภาระที่การเคหะฯต้องสร้างชีวิตให้ชุมชน ด้วยการพัฒนาสันทนาการ เช่นกิจกรรมดนตรี กีฬา อาชีพผู้สูงอายุ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กสำหรับคนในชุมชน ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ การส่งเสริมการออมร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเช่น กองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเตรียมการให้ประชาชนเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างมีคุณภาพ

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า 10 มาตการดังกล่าว จะทำให้การเคหะฯ สามารถก้าวไปข้างหน้าด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างชัดเจน รวมไปถึงสะสางปัญหาค้างเก่าซึ่งทำให้การเคหะฯเสียภาพลักษณ์ และมีผลกระทบต่อประชาชนไปในเวลาเดียวกัน โดยมีการกำหนดกรอบเวลาติดตามผลอย่างชัดเจน สำหรับในปี 2562 จะมีการรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการตามกรอบระยะเวลา 30,60 และ 90 วัน ต่อคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*