เสนาฯโชว์ผลงานไตรมาส 1/62 กวาดรายได้ 1,212.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.5 ล้านบาท คิดเป็น 11.4% ปลื้มรับรู้รายได้ครั้งแรกจากโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นจากโครงการแนวราบต่างจังหวัด ไตรมาสพร้อมรุกเปิด 3 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 2,279 ล้านบาท  เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ กรุงเทพปริมณฑล และต่างจังหวัด ล่าสุดเตรียมจ่อยื่นโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หวังบูมตลาดบ้านโซลาร์

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชนหรือ SENA เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปี 2562 ว่ายังคงจะชะลอตัว ซึ่งในไตรมาส2นี้จะไม่เห็นการปรับขึ้นของซัพพลายใหม่หรือราคาขายที่เพิ่มขึ้น แต่มีการประเมินว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเน้นเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังแทน ขณะที่ดีมานด์ยังส่งสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มเรียลดีมานด์ทั้ง บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ประกอบกับบริษัทฯมีการออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การดำเนินงานช่วงไตรมาส 1/2562 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,212.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.5 ล้านบาท คิดเป็น11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ รายได้จากการขายและบริการ

ขณะที่กำไรสุทธิ 159.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.2% ของรายได้รวม ลดลง 4.8 ล้านบาท คิดเป็น 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 164.6 ล้านบาท เป็นผลมาจากบริษัทได้จัดโปรโมชั่นเพื่อการกระตุ้นยอดขายตั้งแต่ปี 2561 และเกิดการรับรู้รายได้ในปี 2562 รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างหลายโครงการ อาทิ “นิช โมโน สุขุมวิท – ปู่เจ้า” ,“นิช ไอดี พระราม2” ,“นิชโมโน สุขุมวิท 50” และ “เดอะคิทท์ พลัส พหลโยธิน – คูคต”

สำหรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นไตรมาสแรกปีนี้มาจากการขายที่อยู่อาศัย 997.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.9 ล้านบาท คิดเป็น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแยกเป็นรายได้จากการร่วมลงทุนและต่อยอดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบในต่างจังหวัดภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เสนาวณิช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่สามารถรับรู้รายได้ครั้งแรกจากโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นจากโครงการแนวราบต่างจังหวัด คิดเป็น 32.9 ล้านบาท รวมทั้งแบรนด์ “นิช” จำนวน 235 ยูนิต มูลค่า 531.0 ล้านบาท ,แบรนด์ “เดอะ คิทท์” จำนวน 91 ยูนิต มูลค่า 156.5 ล้านบาท และประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ ภายใต้แบรนด์ “เสนาพาร์ควิลล์” “เสนาพาร์คแกรนด์” “เสนาวิลล์” “แพรมาพร” จำนวน 25 ยูนิต มูลค่า 138.4 ล้านบาท ช็อปเฮาส์และอเวนิว จำนวน 18 ยูนิต มูลค่า 138.5 ล้านบาท

ขณะเดียวกันบริษัท ยังมีรายได้จากค่าเช่าและบริการ 182.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4 ล้านบาท คิดเป็น 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมีสัดส่วนรายได้ ประกอบด้วย รายได้ค่าเช่าและบริการอพาร์ทเมนต์ 3.9 ล้านบาท ,รายได้บริหารนิติบุคคล 8.6 ล้านบาท ,รายได้ธุรกิจเช่าโกดัง7.5 ล้านบาท ,รายได้คอมมูนิตี้มอลล์เสนาเฟสท์ 19.8 ล้านบาท ,รายได้จากสนามกอล์ฟเท่ากับ 31.6 ล้านบาท,รายได้รับบริหารโครงการ 99.4 ล้านบาท ,รายได้จากการให้เช่าที่ดิน 0.9 ล้านบาท และรายได้ค่านายหน้า-ที่ปรึกษาขายอสังหาริมทรัพย์ 10.9 ล้านบาท  ส่วนรายได้จากธุรกิจโซลาร์ 4.5 ล้านบาท ลดลง 0.8 ล้านบาท คิดเป็น 15.1%

อย่างไรก็ตามบริษัทฯมีการตกลงซื้อขายอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง สำหรับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป)กับ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2562 พร้อมกันนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสในการขายไฟฟ้าตรงให้กับเอกชนหรือPrivate PPA

“อนาคตโซลาร์ฯยังมีการเติบโตจากเทคโนโลยีที่พัฒนาให้ต้นทุนต่ำลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดให้มีการยื่นเสนอขายไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เหลือจากการใช้ เสนาฯในฐานะผู้นำในการพัฒนาหมู่บ้านโซลาร์ฯ เจ้าแรก ได้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมนโยบายรัฐที่คาดว่าบ้านที่ติดโซลาร์ในอนาคตจะได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อมากขึ้น” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

ทั้งนี้ ทางบริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) คิดเป็นมูลค่า 11,704 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 (รวมโครงการ JV คอนโดมิเนียมในกรุงเทพและปริมณฑล ประกอบด้วย “นิช โมโน สุขุมวิท แบริ่ง” ,“นิช ไพร์ด เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์” ,“ปีติ เอกมัย”, “นิช โมโนเจริญนคร” ,“นิช โมโน เมกะ-สเปซ บางนา” ,“นิช โมโน รามคำแหง” ส่วนโครงการแนวราบในต่างจังหวัด ประกอบด้วย “เดอะ ลิฟวิ่ง นารายา 2”  ,“บ้านบูรพา บ่อวิน”  “พราวทาวน์”) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2562 – 2564 ตามลำดับ

สำหรับในช่วงไตรมาส 2/2562 บริษัทฯยังเดินหน้าเปิดตัวใหม่อีกจำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,279 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการเสนาแกรนด์ โฮม ติวานนท์-รังสิต จำนวน 88 ยูนิต มูลค่าโครงการ 695 ล้านบาท ,โครงการนิช ไพร์ด สมเด็จเจ้าพระยา จำนวน 213 ยูนิต มูลค่าโครงการ1,094 ล้านบาท และโครงการเสนา วณิช อุดรธานี จำนวน 137 ยูนิต มูลค่าโครงการ 490 ล้านบาท

“เสนาฯยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเปิดโครงการใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและต่างจังหวัด จำนวน20 โครงการ ประมาณ 5,633 ยูนิต  มูลค่ารวมกว่า 18,779 ล้านบาท  ซึ่งบริษัทพร้อมในการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าเพื่อย้ำจุดยืนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ผ่านมุมมอง “small is BIG” ภายใต้แนวคิด “MADE FROM HER 2019” ใส่ใจทุกดีเทลชีวิตจากแนวคิดแบบผู้หญิง เป็นการตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในปัจจุบันอย่างสูง” ผศ.ดร.เกษรา กล่าวในที่สุด

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*