“เซ็นทรัลพัฒนา”เร่งเครื่องปั้นมิกซ์ยูสด้วยกลยุทธ์ Retail-Led ที่มีธุรกิจศูนย์การค้าเป็นแกนหลัก เปิดแผนลงทุน 5ปี (ปี 2022-2026) ลุย 4 ธุรกิจหลัก ศูนย์การค้า-ที่อยู่อาศัย-อาคารสำนักงาน-โรงแรม จำนวน 180 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 120,000 ล้านบาท ครอบคลุม 30 จังหวัดทั่วประเทศ รองรับการใช้ชีวิตทั้งช้อปปิ้ง อยู่อาศัย ทำงาน และท่องเที่ยว

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนได้วางแผนต่อยอดธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “Imagining better futures for all” โดยทุกโครงการที่ลงทุนจะต้องมีมากกว่า 1 องค์ประกอบ ด้วยกลยุทธ์ Retail-Led ที่มีศูนย์การค้าเป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบแบบ Fully-Integrated เพื่อให้ 4 ธุรกิจของของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา คือ ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมสามารถเติบโตไปด้วยกันแบบคู่ขนานและสามารถขยายธุรกิจของตัวเองได้อย่างมีอิสระ  โดยวางแผนธุรกิจ 5 ปีเริ่มตั้งแต่ปี 2565-2569 จะพัฒนาโครงการ Retail-Led Mixed-Use Development จำนวน 180 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 120,000 ล้านบาทครอบคลุมกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศในสัดส่วน Retail Propperty 72% และ Non Retail 28%

สำหรับแผนการลงทุนในส่วนของธุรกิจรีเทล ปัจจุบันมีศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ที่เปิดให้บริการอยู่ในประเทศจำนวน 37 โครงการ คิดพื้นที่ให้เช่า 2.2  ล้านตารางเมตร ภายใน5 ปีนี้จะเพิ่มพื้นที่ให้เช่าเป็น 2.7 ล้านตารางเมตรจากศูนย์การค้าจำนวน 50  โครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ และคอมมูนิตี้มอลล์อีก 16 โครงการ

โดยในช่วงปลายเดือนนี้จะเปิดตัวห้างเซ็นทรัล จันทบุรี และไตรมาส 4 จะเปิดตัวคอมมูนิตี้มอลล์ Marche ทองหล่อ ซึ่งพื้นที่เดิมของมาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ตั้งงอยู่ทองหล่อซอย 4 ประกอบด้วยศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน ส่วนช่วงปลายปี 2566 จะเปิดตัวห้างเซ็นทรัล เวสต์วิลล์  และในปี 2567 จะเปิดตัว “Central Park” shopping center & office ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค บริเวณหัวมุมถนนพระราม4 และสีลม ซึ่งบริษัทได้ร่วมทุนกับกลุ่มดุสิตธานี

สำหรับแผนการขยายลงทุนโครงการในต่างประเทศ ปัจจุบันได้เปิดตัวศูนย์การค้าไทยแห่งแรก คือ ห้างเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ที่มาเลเซีย นอกจากนี้ยังคงศึกษาโอกาสใหม่ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซียและเวียดนาม

ส่วนแผนการลงทุนในธุรกิจที่อยู่อาศัย ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาได้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยไปแล้ว 22 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 15 โครงการ และบ้านจัดสรร 7 โครงการ ล่าสุดมียอดโอนแล้ว 10,000 ล้านบาท และมียอดขายรอรับรู้รายได้อยู่ 3,700 ล้านบาท

เรืออากาศเอกกรี เดชชัย President of Residential Business กล่าวว่า ธุรกิจที่อยู่อาศัยถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนามากกว่า 8 ปี    โดยเน้นการพัฒนาโครงการต่อยอดไปกับโลเกชั่นของศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯที่เปิดตัวทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัด ซึ่งโครงการที่เปิดตัวส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดฯระดับราคา 2 ล้านบวกลบ ส่วนบ้านแนวราบมีตั้งแต่ทาวน์เฮ้าส์ราคา 4 ล้านบาทไปจนถึงบ้านเดี่ยวราคา 7-60 ล้านบาท

สำหรับเป้าหมายภายในช่วง 5 ปีนี้ จะเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่ม 46 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 70,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 60,000 ล้านบาท และบ้านแนวราบ 10,000 ล้านบาท  โดยวางเป้าหมายภายในปี 2569 รายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาฯจะอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท

ขณะที่ธุรกิจโรงแรม จะเน้นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจโรงแรม ด้วยฟอร์แมตใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกการพักผ่อนและการท่องเที่ยว ด้วยเป้าหมายจะเปิดตัวโรงแรมในอยู่ในพอร์ตรวม 37 โครงการจำนวน 4,000 ห้องครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์จากปัจจุบันที่มีจำนวนห้องพักอยู่แค่ 560 ห้อง

นายภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Property กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เซ็นทรัลพัฒนามีความเชี่ยวชาญ ปัจจุบันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการอยู่ 2 โครงการ คือ เซ็นทารา อุดรธานี จำนวน 259 ห้อง และฮิลตัน พัทยา จำนวน 304 ห้อง โดยวางแผนจะขยายธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศ ด้วยจุดแข็งของทำเลที่ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองที่เชื่อมโยงกับศูนย์กาค้าภายใต้ 3 แบรนด์หลัก คือ  Centara แบรนด์ระดับ Upscale,แบรนด์ Lifestyle Midscale ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งทำงานและพักผ่อน และแบรนด์ Premium budget โดยมีแผนจะเปิดตัวโรงแรมที่ตั้งอยู่พื้นที่เดียวกันกับศูนย์การค้าของเซ็นทรัลในจังหวัดต่างๆ และพัฒนาร่วมกับศูนย์การค้าในเซ็นทรัลกรุ๊ปด้วย

สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน ปัจจุบันมีโครงการที่ได้เปิดให้บริการไปแล้ว 10 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่ารวมกันประมาณ 330,000 ตารางเมตร  วางเป้าภายใน 5 ปีนี้จะเปิดตัวโครงการเพิ่มเป็น 13 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ใช้เช่าประมาณ 500,000 ตารางเมตร โดยในปีนี้จะมีการปรับโฉม The Offices at centralwOrld ใหม่ และวางแผนขยายโครงการใหม่เพิ่มในอนาคต คือ โครงการ Central Park Office ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และโครงการภายใต้บริษัทจีแลนด์ย่านพระราม 9

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

*