ข้อมูลจากงาน ฟอรั่ม Metaverse Unlimited จัดโดย Translucia Metaverse บริษัททีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เห็นร่วมกันว่า Metaverse จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงโลกในทุกมิติ ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญต่อและถือเป็นเมกาเทรนด์ครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า เทคโนโลยีโลกเสมือนสุดล้ำมีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดต่า่งมุ่งวิจัยต่อยอดการสร้างอาณาจักรแห่งใหม่

 การรวมตัวจากเหล่ากูรูระดับโลกครั้งนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมทั้งได้ให้มุมมองต่อโลก Metaverse ดังนี้

พีพี-พัทน์ ภัทรนุธาพร ผู้ช่วยนักวิจัยและนวัตกรชาวไทยจากสถาบัน MIT Media Lab ระบุว่าทิศทางการพัฒนาของ Metaverse กำลังก้าวไปสู่จุดที่สามารถประมวลผล ระบุปัญหา หาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนทำการผลิตสิ่งที่บริโภคได้จริงในโลกความเป็นจริงได้ในอุปกรณ์ชิ้นเดียว โดยยกตัวอย่างงานเทคโนโลยีชีวภาพของสถาบัน MIT Media Lab ที่อยู่ระหว่างการวิจัยขณะนี้ว่าเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะใช้สวมใส่เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพได้อย่างครบวงจร ซึ่งอุปกรณ์นี้เรียกว่า wisdom device สามารถตรวจจับความเจ็บป่วย บ่งชี้การทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของผู้สวมอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำ สามารถวินิจฉัยโรคพร้อมผลิตยาขึ้นมารักษาอาการดังกล่าวได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังเสนอไอเดียเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถนำมาใช้ปฏิวัติระบบการศึกษาได้ ยกตัวอย่างเช่นการใช้ AI สร้างคาแรคเตอร์ในโลกเสมือนเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ อย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หรือตัวละครดังอย่างแฮรี่ พ็อตเตอร์ เป็นครูสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ แทนการใช้ครูจริง

“วิธีนี้จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้ออนไลน์เพราะนักเรียนมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับคาแรคเตอร์เหล่านี้”

เจเรมี ไบเลนซัน ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการ Virtual Human Interaction มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เล่าว่า VR ส่งผลดีต่อการพัฒนาเชิงสังคมได้จริง ยกตัวอย่างการศึกษาของสถาบัน ซึ่งทำการวิจัยโดยให้นักเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับอวตารของตนเอง ซึ่งอวตารนี้มีวัย เพศและเชื้อชาติที่ต่างจากตัวตนที่แท้จริง จากผลจากการศึกษาพบว่าประสบการณ์นี้ช่วยให้นักเรียนมีความเห็นอกเห็นใจคนที่มีภูมิหลังต่างจากตนเองมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น เทคโนโลยี VR ยังช่วยกระตุ้นสำนึกคนให้ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใส่ใจปรับปรุงความรู้พื้นฐานที่จำเป็นของตนเองมากขึ้น เพราะ ในโลกเสมือนจริง คนสามารถลงมือทำสิ่งต่าง ๆเรียนรู้ประสบการณ์บางอย่าง ที่ในโลกความจริงคนเราไม่สามารถทำได้

“เทคโนโลยีนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อผู้อื่นและเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณเห็นโลกในมุมมองใหม่ได้”

เดวิด เบร ผู้บริหารสูงสุด องค์กร LeadDoAdapt Ventures และผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบัน Stimson Center และ Atlantic Council ชี้ว่าเทคโนโลยี Metaverse สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสันติภาพและแก้ปัญหาสังคมโดยการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่อาศัยในอีกมุมโลกได้ออกเดินทางทำความรู้จักผู้คนต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรมทั่วทุกมุมโลกและสามารถมีส่วนร่วมกับพลเมืองท้องถิ่นนั้น ๆในโลกเสมือนจริงได้โดยไม่ต้องเดินทางไปด้วยตนเอง

และย้ำว่าประสบการณ์เสมือนจริงที่คนได้รับจากโลก Metaverse นี้จะช่วยให้ผู้คนตระหนักรู้ถึงปัญหาข้อขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำและอคติที่ผู้คนในประเทศเหล่านั้นกำลังเผชิญอยู่ ทำให้มีความเข้าใจกันมากขึ้น

 เคธี่ แฮ็กเคิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริหารเมตาเวิส เดอะ ฟิวเจอร์ส อินเทลลิเจนท์กรุ๊ป (The Futures Intelligent Group) ให้นิยาม “Metaverse” ว่า เป็นที่หลอมรวมโลกดิจิทัลกับโลกจริงเข้าไว้ด้วยกัน เป็นที่ที่ทุกสิ่งเป็นไปได้และให้โอกาสไม่มีที่สิ้นสุด

โดยมองว่า Metaverse เป็นโลกใบใหม่ที่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีหลากแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อาทิเช่น AR, VR, Blockchain, non-fungible tokens (NFT) เป็นต้น ทำให้จักรวาลโลกเสมือนนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในหลายรูปแบบ ไม่ใช่เกมออนไลน์แต่ยังใช้ในอุตสาหกรรมความบันเทิงรูปแบบอื่น ๆรวมถึงการสร้างแบรนด์ การตลาด ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกความจริงได้ และ Metaverse ควรเป็นโลกที่ทุกคนมีส่วนร่วมสร้าง พัฒนาและนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ

“ที่นี่มันไม่ได้มีแค่เทคโนโลยีเดียวและไม่ใช่แค่บริษัทเดียวในโลกเสมือนนี้ ไม่มีใครควรต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังจักรวาล Metaverse พวกเราทุกคนคือผู้ร่วมสรรค์สร้าง”

อัลเลน เชสไน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ข้อมูลและงานคอมพิวเตอร์กราฟิก ผู้อยู่เบื้องหลัง Maya 3D ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างฉากใน หนังดัง “Avatar” เล่าว่า Metaverse ไม่ใช่สิ่งใหม่ แท้จริงแล้วมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีนี้มานานกว่าห้าทศวรรษแล้ว แต่มาเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายจากการพัฒนาขึ้นเป็นเกมออนไลน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้เกมเมอร์สร้างอวตารของตนเองได้ในโลกเสมือนจริงจึงได้รับความนิยมอย่างสูง จนมีการพัฒนาไปสู่แพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงสร้างชุดอุปกรณ์ล้ำสมัยขึ้นมารองรับความต้องการ

ทุกวันนี้ จักรวาลโลกเสมือนได้วิวัฒนาการมาถึงจุดที่ทุกคนต่างต้องมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ผู้เล่นรายใหญ่ ๆ ในวงการเทคโนโลยี จึงควรยอมรับมาตรฐานการจัดการคอนเทนต์และการใช้งานร่วมกัน

ในวงการสถาปัตยกรรมก็มีการนำเทคโนโลยีโลกเสมือนมาใช้ในการออกแบบเช่นกัน โดยไม่เพียงแค่ตอบโจทย์เรื่องความสวยงามสนองความต้องการของผู้อยู่ได้ตรงตามความต้องการเท่านั้น ยังช่วยคงคุณค่าเชิงวัฒนธรรมได้อีกด้วย

  เศณวี ชาตะเมธีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง DesireSynthesis สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรม มองว่าการสร้างงานออกแบบในโลกเสมือนจริงช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้ามีส่วนร่วมในการออกแบบบ้านของตนเองได้อย่างแท้จริงและมีความเข้าใจที่ถูกต้องผ่านประสบการณ์ที่ได้รับในโลกเสมือน อีกทั้งยังช่วยให้คนทำงานมีความเข้าใจตรงกันตลอดทั้งกระบวนการตั้งแต่ผู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้าง ผู้อยู่อาศัย จึงลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาและความสูญเสียได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

นอกจากนี้เทคโนโลยีนี้ยังช่วยให้เขาสร้างผลงานออกแบบที่ผสมผสานองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมไทยเดิมให้เข้ากับงานแนวโมเดิร์นได้อย่างลงตัว เขามองว่าในอนาคต คนไทยจะสามารถเก็บรักษามรดกงานฝีมือแบบไทยเดิมไว้ในจักรวาลโลกเสมือน ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นต่อไปเข้าใจประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของไทยได้ดียิ่งขึ้น

ชาเจย์ บูซาน กรรมการบริหาร จากบริษัทออกแบบชื่อดัง Zaha Hadid Architects เสริมว่าการใช้ Metaverse ในงานออกแบบจะแปลงสภาพเมืองใหญ่ที่แออัดด้วยรถราและเครื่องจักรให้กลายเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับผู้คนได้ สร้างชุมชนเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และประชากรจำนวนมากสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เสนอไอเดียว่า นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถใช้ประโยชน์จากชุมชนเกมออนไลน์ที่มีคนอยู่ร่วม 3 พันล้านคนให้เข้ามีส่วนร่วมแบ่งปันความคิดและมุมมองเกี่ยวเมืองที่น่าอยู่สำหรับผู้คนควรมีองค์ประกอบอย่างไรบ้าง เขาย้ำว่าวิธีการนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างมีความรับผิดชอบอีกด้วย

ถึงแม้การพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำจะนำมาซึ่งคุณประโยชน์มหาศาล ผู้ใช้งานควรใช้งานอย่างระมัดระวัง และอยู่ภายใต้กรอบกติกาที่ดีงามร่วมกัน มีความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อป้องกันระวังภัยคุกคามจากเทคโนโลยี

ดี.ฟ็อก แฮร์เรล ผู้อำนวยการสถาบัน MIT Center for Advanced Virtuality เห็นว่าเทคโนโลยี AI มีคุณอนันต์และสามารถเป็นภัยคุกคามได้เช่นกัน โดยเขายกตัวอย่างงานวิจัยในสถาบัน เกี่ยวกับอคติของผู้คนในสังคม ทั้งเรื่องเชื้อชาติ สีผิวและเพศ ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในเกมออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดีย

“อคติเชิงลบสามารถแฝงตัวเข้าสู่จักรวาลโลกเสมือนได้ หากผู้ใช้ขาดความระมัดระวัง”

โดยอ้างอิงถึงผลการศึกษาของเขา ซึ่งพบว่า ผู้เล่นเกมออนไลน์สามารถเผยอคติของตนในเรื่องเชื้อชาติและเพศเข้าไปสู่ชุมชนเกมออนไลน์ ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ในชุมชนดังกล่าว

 แอสลีย์ คาโซแวน กรรมการบริหารของ Responsible AI Institute องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ส่งเสริมการใช้ “AI อย่างมีความรับผิดชอบ” ย้ำประเด็นปัญหาเกี่ยวกับผู้ใช้เทคโนโลยีว่ามีการเผยแพร่อคติเชิงลบเข้าไปสู่โลกเสมือนจริงเช่นกัน เธอยกตัวอย่างกรณีการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงจำแนกผู้ใช้งานเรื่องรสนิยมทางเพศ สีผิว และตั้งโปรแกรมวิธีการทำงานที่แสดงอคติของตนเอง

ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติต่อกันอย่างไม่เท่าเทียมผ่านเทคโนโลยี เกิดการจำกัดการเข้าถึงบริการพื้นฐาน รวมถึงมีการสร้างความขัดแย้งด้วย Chatbots ที่ถูกโปรแกรมให้ใช้คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง

ด้วยเหตุนี้จึงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันใช้งาน Metaverse อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่ร่วมกันภายใต้มาตรฐานและการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าจักรวาลโลกเสมือนจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึงกันช

จีน ลิม ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท BeingAI และเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ชื่อดัง “โซเฟีย” ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับหุ่นยนต์ AI ว่าจะเป็นภัยต่อมนุษย์นั้นเป็นเพราะขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ AI ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดร.การดี เลียวไพโรจน์

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้อำนวยการบริหาร ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (FutureTales Lab By MQDC) และ Foresight Researcher ชี้ให้เห็นว่าองค์ความรู้ที่วิทยากรทุกท่านนำมาร่วมแบ่งปันกันในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ของดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัททีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ก่อตั้ง Translucia Metaverse นั้นเป็นจริงได้

โดยดร.ชวัลวัฒน์ ตั้งเป้าสร้างอาณาจักรโลกเสมือนจริงให้เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนจริง เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาการสร้างความสุขอันยั่งยืนด้วยการสร้างสมดุลให้กับสังคมและเศรษฐกิจ

“องค์ความรู้และไอเดียต่าง ๆจากงานฟอรั่มนี้ได้ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกเข้าร่วมโครงการ Metaverse ที่ Translucia Metaverse แห่งนี้ และอีกไม่นานจินตนาการจะกลายเป็นจริง”

อ่านเพิ่มเติม MQDC ยกโลกเสมือน “Metaverse Translucia” สู่วงการอสังหาฯ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*