เอสซี แอสเสทฯเผยภาพรวมตลาดอสังหาฯแนวราบ 9 เดือนแรกปี 64 ยอดขายโตถึง 97,000 ล้านบาท หรือ  30% ตั้งเป้าขึ้นแท่นผู้นำตลาดแนวราบในปี 66 แย้มแผนปีหน้าเตรียมเปิดบ้านเดี่ยว แบรนด์ใหม่ ระดับลักชัวรี่ และรุกแบรนด์ VENUE ID ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ หลังไตรมาส 4/64 ชิมลางผุด 2 ทำเล กวาดยอดขายรวมแล้ว 250 ล้านบาท มั่นใจยอดขายรวมแนวราบทั้งปีทะลุเป้าแตะ 17,000 ล้านบาท
นายณัฎฐกิตติ์ ศิริรัตน์
นายณัฎฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SC  เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดแนวราบในปี 2564 ว่า ดีมานด์ยังมีความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไป ที่มีความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น ทำให้สินค้าแนวราบเป็นทางเลือกอันดับต้นๆของลูกค้า ส่งผลให้มูลค่าการขายของตลาดแนวราบในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2564 ที่ผ่านมา ยังมีอัตราการเติบโตอยู่มากถึง 30% มาอยู่ที่ 97,000 ล้านบาท  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 75,000 ล้านบาท และคาดว่าในสิ้นปีนี้มูลค่าการขายของสินค้าแนวราบทั้งตลาดเพิ่มขึ้นไปทะลุ 100,000 ล้านบาท เป็นปัจจัยที่หนุนต่อการขายสินค้าแนวราบของบริษัท

สำหรับในส่วนของบริษัทฯตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับ 1 ในภาพรวมตลาดสินค้าแนวราบทุกระดับราคา ภายในปี 2566 จากปัจจุบันที่อยู่อันดับ 2   ขณะที่บ้านเดี่ยวระดับราคา 5-10 ล้านบาท SC มีส่วนแบ่งตลาด (Market share) ในอันดับที่ 3  อีกทั้งมีแผนที่จะรุกตลาดแนวราบทุกระดับตลาดมากขึ้นในปี 2566 เช่นกัน

โดยที่ในปี 2565  บริษัทฯมีแผนจะเปิดตัวบ้านเดี่ยว แบรนด์ใหม่ระดับลักชัวรี่ จำนวน 1 โครงการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อีกทั้งจะทยอยเปิดโครงการแนวราบระดับราคา 5-10 ล้านบาท มากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ VENUE ID ที่จะมีการเปิดใหม่ จำนวน 4-5 โครงการ ในโซนอื่นๆ และแบรนด์ VERV อีก 2-3 โครงการ และการกลับมาเปิดแบรนด์ PAVE อีก 2 โครงการ  ในทำเลรังสิต และพุทธมณฑล สาย 4 จากแผนการเปิดโครงการใหม่ ทั้งหมด 20 โครงการ ทำให้บริษัทจะมีกลุ่มสินค้าแนวราบระดับราคา 5-10 ล้านบาท เข้ามาเสริมในพอร์ต ซึ่งจะเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดแนวราบในทุกระดับราคา จากที่ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดแนวราบระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป

 ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับแบรนด์ “VENUE” ให้มาเป็น “VENUE ID” เพื่อให้สอดคล้องกับผู้บริโภคยุคใหม่ และในเรื่องของความพรีเมี่ยมที่มีการดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์  ทั้งการออกแบบฟังก์ชั่นบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัย ความสวยงามของส่วนกลาง คลับเฮาส์ และสังคมคุณภาพ อีกทั้งศักยภาพทำเลและดีมานด์โซนกรุงเทพฝั่งตะวันตก  ทำให้มีได้รับการตอบรับที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลพบว่าโซนตะวันตกของกทม.เป็นทำเลที่น่าสนใจ โดยกลุ่มบ้านระดับราคา 5-10 ล้านบาท มีอัตราการขายสูงสุดอันดับ 1 อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 31%

 ส่งผลให้ในช่วงไตรมาส 4/2564 ที่ผ่านมา บริษัทฯได้เปิดแนวราบแบรนด์ “เวนิว ไอดี” (VENUE ID) ถึง 2 โครงการ ได้แก่

1.โครงการ “เวนิว ไอดี พระราม 5  ตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ขนาดตั้งแต่ 36-50 ตารางวา ราคาขายเริ่มต้นที่ 7-10 ล้านบาท จำนวน  66 ยูนิต มูลค่าโครงการ  500 ล้านบาท โดยเปิดพรีเซลเมื่อเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

2.โครงการ “เวนิว  ไอดี เวสต์เกต” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 42 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ขนาดตั้งแต่ 40.05-86 ตารางวา ราคาขายเริ่มต้นที่ 5.99-10 ล้านบาท จำนวน 89 ยูนิต มูลค่าโครงการ  1,290  ล้านบาท โดยเปิดพรีเซลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้หลังจากเปิดการขายทั้ง 2 โครงการ ปรากฎว่าลูกค้าให้การตอบรับที่ดี และสามารถสร้างยอดขายรวมได้แล้ว 250 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตามบริษัทฯมั่นใจว่ายอดขายแนวราบในปี 2564 ทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ 13,000 ล้านบาท หลังจากยอดขายแนวราบในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้แล้ว 16,000 ล้านบาท คาดว่าจะปิดยอดขายแนวราบในปีนี้ได้ 17,000 ล้านบาท จากเป้ายอดขายรวมที่ 20,000 ล้านบาท

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*