ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย
กล่าวถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาว่า มีโครงการคอนโดฯเปิดขายใหม่ถึง 13 โครงการจำนวน 5,393 ยูนิต  มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 11,253 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2563 ถึง 3,340 ยูนิต หรือลดลง  38.2% โดยอุปทานที่เปิดขายใหม่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นของประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์มากที่สุดถึง 5,143 ยูนิตหรือคิดเป็น 95.4%  มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 10,363 ล้านบาท ส่วนคอนโดฯที่พัฒนาโดยผู้พัฒนานอกตลาดหลักทรัพย์มีแค่ 250 ยูนิต มูลค่าลงทุนรวม 890 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา มีอุปทานโครงการคอนโดฯเปิดขายใหม่ทั้งหมด 27 โครงการจำนวน  11,472 ยูนิต มูลค่าการลงทุนประมาณ  40,025 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า 27.5%

อย่างไรก็ตามหลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลายลง มีการยกเลิกกำหนดเวลาการออกนอกเคหสถาน ควบคู่ไปกับจำนวนการฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมาตรการการเปิดประเทศของภาครัฐฯในวันที่  1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่ออนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองไทยมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดคอนโดฯเริ่มมีสัญญาณคึกคักมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าตลาดคอนโดฯจะมีการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ จึงมีการเร่งเปิดตัวโครงการใหม่อย่างคึกคักเพื่อขานรับมาตรการดังกล่าว

สำหรับอุปทานคอนโดฯเปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาส 3  ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอกมีการเปิดตัวใหม่มากที่สุดจำนวน 8 โครงการ 3,413 ยูนิต หรือคิดเป็น  63.3% และในพื้นที่รอบเมืองด้านทิศตะวันออกย่านสุขุมวิทและบางนา-ตราดจำนวน 2 โครงการรวม1,565 ยูนิต

ห้องชุดราคาต่ำกว่า 1 แสนต่อตร.ม.เปิดตัวใหม่เพิ่ม
ส่วนระดับราคาสินค้าที่เปิดขายใหม่จะอยู่ในช่วงราคาต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรมากถึง 85.5%  เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงเลือกเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอก เพราะมั่นใจในกำลังซื้อและระดับราคาขายต่อยูนิตไม่สูงมากนัก เน้นเปิดตัวโครงการที่มียูนิตขายไม่มากนัก เพื่อสามารถปิดการขายได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว

สำหรับอัตราขายเฉลี่ยของคอนโดฯเปิดใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 41%  แม้ว่าจะเป็นอัตราการขายเฉลี่ยที่ต่ำกว่าในช่วงไตรมาสก่อนหน้าพอสมควร แต่พบว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์บางรายที่เปิดตัวคอนโดฯโครงการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯรอบนอก ย่านรามคำแหง และย่านฉลองกรุง สามารถทำยอดจองได้ 100% ในช่วงเปิดขายพรีเซลล์โครงการเท่านั้น และอีกหลายโครงการสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 60% สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของตลาดคอนโดฯที่เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตามการทยอยเปิดตัวคอนโดฯโครงการใหม่ของผู้ประกอบการ และอัตราการขายที่ดีขึ้น ล้วนมีปัจจัยบวกมาจากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราว มีผลบังคับใช้สำหรับสัญญาเงินกู้ยืมซื้อที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2564 -31 ธันวาคม 2565 บวกกับมาตรการเปิดประเทศในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะทำให้กำลังซื้อในตลาดคอนโดฯเริ่มกลับได้รับความสนใจอีกครั้ง ส่งผลมีการเปิดตัวคอนโดฯในช่วงไตรมาสสุดท้ายมีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลย่านพระรามสี่ ลาดพร้าว บางนา สุขุมวิทตอนปลาย และรามอินทรา เป็นต้น

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทยคาดการณ์ว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมีอุปทานคอนโดฯเปิดขายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯประมาณ 8,000 ยูนิต ส่งผลให้อุปทานเปิดขายใหม่ของตลาดคอนโดฯในพื้นที่กรุงเทพฯปีนี้ปรับตัวมาอยู่ที่ 19,472 ยูนิต ลดจากในปีก่อนหน้าประมาณ 12.6%   และส่วนใหญ่ยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่โดยรอบกลางเมืองและพื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอก ในระดับราคาขาย 50,000-100,000 บาทต่อตารางเมตร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*