โมเดอร์ฟอร์มกรุ๊ป ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ ด้วยการลงทุนใน SeaX Ventures กองทุนที่เน้นการลงทุนในสตาร์ทอัพที่มี Deep Technology พร้อมผลักดันธุรกิจให้เติบโต เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ของกลุ่มธุรกิจในเครือให้มีความยั่งยืนแข็งแกร่ง คาดภายใน 3-5 ปี สัดส่วนรายได้จากการลงทุนจะเพิ่มเป็น 50%
 นายสิทธิ เนื่องจำนงค์ ผู้อำนวยการพัฒนาองค์กร บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN เปิดเผยว่า นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ โมเดอร์นฟอร์มฯยังมองหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจด้านต่าง ๆ ที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและรักษาพยาบาล รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาใช้ต่อยอดจากธุรกิจหลักและในเครือ ทั้งในมุมธุรกิจหลัก (Vertical) และขยายสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (Horizontal) เช่น Robotics , IoT ที่จะช่วยสนับสนุนการผลิตและระบบโลจิสติกส์ หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะช่วยในการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเมื่อซื้อสินค้าและได้รับบริการจากโมเดอร์นฟอร์มฯ เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยตั้งงบประมาณการลงทุน 1,500 ล้านบาท

Deep Tech Startup ถือเป็นหนึ่งใน New S-Curve หรือธุรกิจแห่งอนาคตที่น่าสนใจ ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดที่แปลกใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการรองรับการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว   ส่งผลให้สามารถตอบสนองการใช้ชีวิตในปัจจุบันรวมถึงอนาคต ด้วยโมเดลทางธุรกิจที่แตกต่าง สร้างการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ล่าสุดนี้โมเดอร์นฟอร์มได้ลงทุนในกองทุน Southeast Asia Exponential Ventures” หรือ SeaX Ventures กองทุนสตาร์ทอัพภายใต้ความร่วมมือกับ RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร ลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพที่มี Deep Technology หรือเทคโนโลยีชั้นสูง ใน 6 ด้าน ได้แก่ Blockchain, Foodtech, Biotech & Life Science, Artificial Intelligence, Robotics และ IoT & Hardware ที่มีแนวโน้มในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต ทั้งในอาเซียนและซิลิคอนวัลเล่ย์ ด้วยประสบการณ์ผู้บริหารกองทุนที่มีประสบการณ์ อย่างเช่น น.พ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ รวมทั้งผลการดำเนินงานในการบริหารกองที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ สร้างผลตอบแทนคิดเป็น 308% ของอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR)

“โมเดอร์นฟอร์มเล็งเห็นว่า บริษัทสามารถเข้าถึง Deep Technology และนำมาใช้ในองค์กร ซึ่งเป็นการสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมร่วมกัน รวมถึงนำมาพัฒนาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในอนาคต คาดว่าภายใน 3-5 ปี สัดส่วนรายได้จากการลงทุนจะเพิ่มเป็น 50%” นายสิทธิ กล่าวในที่สุด

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*