นายเศรษฐา ทวีสิน ซีอีโอ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ทุกคน ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านหรือพบปะสังสรรค์กันแบบเดิมได้เต็มที่ในช่วงเวลานี้ แสนสิริจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพลังบวกและให้กำลังใจคนไทยได้ลุกขึ้นมาใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความหมายและมีความสุข จึงนำแคมเปญนี้มาส่งมอบความสุขผ่านการพบเจอกันของคาแรกเตอร์ต่างๆ ที่สอดแทรกความหมายและเรื่องราวดีๆ ของการใช้ชีวิตเพื่อตอกย้ำแนวคิด “Made for Life เพื่อชีวิตดีดีของทุกคน” และสะท้อนแบรนด์ดีเอ็นเอของแสนสิริที่มุ่งมั่นส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่มากกว่าเพียงแค่ที่อยู่อาศัย โดยครั้งนี้ เศรษฐาได้ร่วมเป็นหนึ่งใน 13 ศิลปิน ถ่ายทอดแนวคิด “เราไม่ทอดทิ้งกัน” กับภาพคาแรกเตอร์ของเจ้าชายน้อย Little Prince ที่นำอาหารมาช่วยเหลือและมอบความสุขให้คนไทย เพื่อสนับสนุนส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย

เศรษฐา ทวีสิน

“ผมอยากให้ทุกคนช่วยเหลือกันและส่งมอบความสุขให้แก่กัน เพราะทุกชีวิตล้วนมีความหมาย หากเข้าใจ เห็นใจ และใส่ใจคนที่อยู่รอบตัวเท่ากับสร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง หวังว่าแคมเปญนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อรอยยิ้ม และพลังบวกให้แก่คนไทยทุกคน จนกว่าจะถึงวันที่ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตาออกไปใช้ชีวิตที่มีความสุขและทำสิ่งที่มีความหมายอีกครั้ง” นายเศรษฐากล่าว

นายทศพร กรกิจ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงคอนเซ็ปต์แคมเปญ
“Live Love Joy วาดฝัน บันดาลใจ ส่งต่อให้ทุกรอยยิ้ม” ที่ใช้ศิลปะ ซึ่งเป็นภาษาสากลที่สามารถสื่อสารให้ผู้คนเข้าใจ โดยไร้ข้อจำกัดทางด้านเชื้อชาติ ภาษา ช่วงวัย มาเป็นตัวแทนในการส่งมอบความสุข พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ หรือ “Pass the Art Forward, Towards the Joy of Life” ว่า เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่อยากเห็นรอยยิ้มที่คิดถึงสู่สังคมไทยผ่านงานศิลปะที่กลุ่ม 13 ศิลปินร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบชิ้นเดียวในโลก (One-of-a-kind) ผ่านการตั้งคำถามถึงความสุขของชีวิตที่คิดถึงและโหยหา โดยผลงานจาก 13 ศิลปินจะพร้อมให้รับชมร่วมกันแบบ virtual ครั้งแรกทาง Facebook : Sansiri PLC ในวันที่ 21 กันยายนนี้ และจะกิจกรรมต่างๆ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมและส่งต่อรอยยิ้มไปพร้อมกัน

นายทศพรกล่าวด้วยว่า การสร้างสรรค์โปรเจ็กต์และแคมเปญแบบ Virtual จะสามารถเจาะลึกถึง Customer Insights และช่วยสร้างภาพแบรนด์แสนสิริให้จับต้องง่ายขึ้นเข้าถึงได้มากขึ้น โดยบริษัทมุ่งมั่นสร้างสีสัน
ความแปลกใหม่ในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และดึงดูดกลุ่มลูกค้า ปัจจุบันรูปแบบการจัดแสดงงานและแคมเปญต่างๆ เน้นขยายผ่านช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มวัยทำงาน ผู้สูงอายุ และวัยรุ่น สอดคล้องกับพฤติกรรมการเข้าชมโครงการของแสนสิริของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ทำผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของแสนสิริมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมแสนสิริจะเปลี่ยนงานศิลปะเหล่านี้ให้มีชีวิตกับกิจกรรมบนโซเชียล มีเดีย เพื่อชวนทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการส่งต่อรอยยิ้มให้คนไทยทุกคน อาทิ เปลี่ยนรูปภาพ Facebook Profile, Facebook Frame, IG Filter และอีกมากมาย รวมถึงกิจกรรม Art Hopping ตามล่าและชมงานของแต่ละศิลปินที่สร้างสรรค์เป็น mini pop-up exhibition ที่โครงการของแสนสิริ อาทิ เอ็กซ์ที ห้วยขวาง, เอดจ์ เซ็นทรัล-พัทยา, เดอะ เบส สะพานใหม่, ลา ฮาบานา หัวหิน (La Habana), ดีคอนโด ไฮด์อะเวย์ และ อณาสิริ บางนา เป็นต้น เพื่อส่งมอบความสุขให้คนไทยทุกคนอย่างต่อเนื่องผ่านบรรยากาศโครงการที่แตกต่างกันของแสนสริ

SANSIRI x 13 ศิลปินที่หลากหลาย กับงานอาร์ตที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อคนไทยทุกคน

ศิลปินทั้ง 13 คน ที่เข้าร่วมรังสรรค์ผลงานกับแคมเปญ “Live Love Joy วาดฝัน บันดาลใจ ส่งต่อให้ทุกรอยยิ้ม”
มีอายุตั้งแต่ 7-75 ปี มีสไตล์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ประกอบด้วยศิลปินมืออาชีพมือสมัครเล่น ไปจนถึงกลุ่มเด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส ศิลปินแต่ละคนจะบอกเล่าเรื่องราวความสุขในแบบของตัวเองผ่านประสบการณ์ (Live) ความรัก (Love) จินตนาการ (Joy) และกิจกรรมต่างๆ ที่เรียบง่าย แต่มีความหมายอย่างทรงพลัง ปลุกแรงบันดาลใจให้ผู้พบเห็น สะท้อนความหลากหลาย ความเท่าเทียมและการเชิดชูงานศิลปะว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างไร้ข้อจำกัด

“LIVE” ประสบการณ์การใช้ชีวิต กลุ่มศิลปินที่งานศิลปะมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและถ่ายทอดเรื่องราวความสุขของการใช้ชีวิตในคอมมูนิตี้ ได้แก่ พีระ โองาวา ศิลปินวัย 75 ปี ผู้ใช้งานศิลปะเพื่อช่วยเยียวยาและบรรเทาอาการของโรคหูแว่ว, เศรษฐา ทวีสิน CEO แสนสิริ นักคิดขวัญใจคนรุ่นใหม่ ผู้ริเริ่มแคมเปญ No One Left Behind, Kanith ศิลปินระดับโลกที่ทุกผลงานมีจุดเริ่มต้นมาจากการใช้ชีวิต, MAX เกรียงไกร กิมสวัสดิ์ ศิลปินตาบอดสีผู้เห็นความสดใสที่แตกต่าง และ จั๊กกะจิ่งจิ่ง โดยคณะใกล้เที่ยงคืน สิ่งมีชีวิตที่สามารถเป็นอะไรก็ได้ เพื่อสอนความแตกต่างและเท่าเทียมกันให้กับเยาวชน

“LOVE” ความรัก เหล่าศิลปินที่นำความรัก มาเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดงานศิลปะ ได้แก่ Anan ศิลปินที่สามารถถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของสิงสาราสัตว์ประกอบกับกิจกรรมของผู้คนได้อย่างลงตัว, Anda x Ninnin by happybooonz เพราะหลงใหลในความน่ารักของแมว สู่การสร้างจักรวาลแมวจากจินตนาการของตนเอง, Pnk.ff ศิลปินที่ได้แรงบันดาลใจจากมุมมองความสุขเล็กๆ รอบตัว และ น้องลาดู ศิลปินเด็กวัยเพียง 7 ขวบ ที่มีพลังความคิดอันยิ่งใหญ่ และหลงใหลงานศิลปะตั้งแต่ 3 ขวบ

ปิดท้ายด้วย “JOY” จินตนาการแห่งความสุข กลุ่มศิลปินที่ส่งต่อความสุขของการใช้ชีวิตให้กับทุกคนที่ได้สัมผัส ได้แก่ คณะ ARTSTORY BY AUTISTIC THAI คอมมูนิตี้เด็กออทิสติกที่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะอันล้นเหลือ ร่วมกันสร้างงานศิลปะและชีวิตที่มีความหมาย, Alanlert ผู้มอบความสุขผ่านจินตนาการภาพวาดที่ไม่เหมือนใคร, Fartboil ศิลปินที่โดดเด่นด้วยงานศิลปะที่แฝงความอบอุ่นในลายเส้น และ Jen.Two ที่พร้อมมอบรอยยิ้มจากความทรงจำที่สดใสอยู่เสมอด้วยสีสัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*