ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (
REIC) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ภาคเหนือช่วงครึ่งปีแรก 2564ว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เข้าสู่ตลาดลดลงมากถึง 56.6% จำนวน  869 ยูนิต มูลค่ารวม 2,457 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นบ้านจัดสรรมากที่สุด 763 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 507 ยูนิต บ้านแฝด 234 ยูนิต และทาวน์เฮ้าส์ 22 ยูนิต ส่วนอาคารชุดมีแค่ 106 ยูนิตเท่านั้น

โดยจังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยใหม่เข้าสู่ตลาดมากที่สุด 582 ยูนิต แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ลดลงถึง 65.1% แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 552 ยูนิต และอาคารชุด 30 ยูนิต มูลค่า 55 ล้านบาท ซึ่งลดลงมากถึง 97.1% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกปี 2563 ที่มีอาคารชุดเปิดตัวใหม่ถึง 117 ยูนิต

ส่วนทำเลที่มีการเปิดตัวบ้านจัดสรรมากที่สุด จะอยู่ที่ย่านสารภี จำนวน 296 ยูนิต แม่โจ้ 123 ยูนิต สันทราย 81 ยูนิต หางดงตอนบน 33 ยูนิต และย่านแม่ริม 10 ยูนิต ส่วนราคาขายที่เปิดตัวมากที่สุดจะอยู่ในระดับ 2-3 ล้านบาทมีมากถึง 259 ยูนิต ราคา 3-5 ล้านบาทจำนวน 163 ยูนิต  และราคา 1.5-2 ล้านบาทจำนวน 122 ยูนิต

สำหรับทิศทางของตลาดอสังหาฯภาคเหนือในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ศูนย์ข้อมูลฯประเมินว่า อัตราการขยายตัวของหน่วยโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรก แต่ยังคงลดลงประมาณ 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าลดลงประมาณ20.7%

ส่วนแนวโน้มในปี 2565 คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 4,412 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 13,095 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านจัดสรรประมาณ 3,492 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 10,441 ล้านบาท และอาคารชุดประมาณ 920 ยูนิต มูลค่ารวม 2,654 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกของปี อัตราการขยายตัวของหน่วยโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 ถึง 148.1% และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 9% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565

ด้านภาพรวมของอุปทานที่อยู่อาศัยที่มีการเปิดขายในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 5 จังหวัดในช่วงครึ่งปีแรกมีจำนวนรวม 15,677 ยูนิต มีมูลค่ารวม 65,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% โดยจังหวัดเชียงใหม่มีอุปทานเปิดขายมากที่สุด 10,419 ยูนิต มูลค่า 41,638 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 8,930 ยูนิต  สินค้าหลักยังคงเป็นบ้านเดี่ยวที่มีเปิดขายมากถึง 5,154 ยูนิต ส่วนอาคารชุดมีจำนวน 1,489 ยูนิต ลดลงมากถึง 44%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563

โดยทำเลที่มีการเปิดตัวบ้านจัดสรรมากที่สุด จะอยู่ที่โซนแม่โจ้ 1,590 ยูนิต  สันทรายจำนวน 1,309 ยูนิต และสาภารีจำนวน 1,235 ยูนิต ส่วนทำเลของคอนโดฯที่มีสินค้าเปิดตัวมากที่สุดจะอยู่ในโซนหางดงตอนบนจำนวน 358 ยูนิต เมืองเชียงใหม่ 345 ยูนิต และย่านมหาวิทยาลัยพายัพจำนวน  283 ยูนิต

สต็อกสินค้าเหลือขายเมืองเชียงใหม่กว่า 9พันยูนิต
ขณะที่ตัวเลขสินค้าเหลือขายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ พบว่า มีจำนวน 15,703 ยูนิต มูลค่า 58,306 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.6%  แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 14,003 ยูนิต มูลค่า 53,594 ล้านบาท และ อาคารชุด 1,700 ยูนิต มูลค่า 4,712 ล้านบาท โดยจังหวัดเชียงใหม่มีสินค้าเหลือขายมากสุดรวม 9,213 ยูนิต มูลค่า 37,049 ล้านบาท  รองลงมาคือจังหวัดเชียงรายมีจำนวนรวม 2,749 ยูนิต มูลค่า 10,746 ล้านบาท และจังหวัดพิษณุโลกมีจำนวน 2,589 ยูนิต มูลค่า 7,585 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านจัดสรร

ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูลฯ คาดการณ์ว่าในครึ่งหลังปีนี้ จะมีหน่วยเหลือขายในตลาดภาคเหนือประมาณ 15,393 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 54,724 ล้านบาท ประกอบด้วยบ้านจัดสรร 13,221 ยูนิตมูลค่ารวมประมาณ 49,011 ล้านบาท และอาคารชุดประมาณ  2,172 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 5,713 ล้านบาท

ส่วนในปี 2565 คาดว่าจะมีหน่วยเหลือขายในตลาจะมีประมาณ 14,626 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 52,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 12,053 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 45,001 ล้านบาท และอาคารชุดประมาณ 2,573 ยูนิต มูลค่ารวม 6,996 ล้านบาท ซึ่งหน่วยเหลือขายส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่มากที่สุด รองลงมาเป็นจังหวัดเชียงราย และพิษณุโลก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*