แสนสิริฯเผยรอบ 7 เดือน กวาดยอดขายรวม 20,600 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 70% จากเป้าหมายยอดขาย 31,000 ล้านบาทสัดส่วนยอดขายจากโครงการแนวราบพุ่งเป็น 67% ด้านยอดโอนแตะ 18,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นเกือบ 60% พร้อมตอกย้ำเจ้าตลาดคอนโดมิเนียม เตรียมส่งต่อความสำเร็จไปสู่ “เดอะ มูฟ บางนา” ในราคาเริ่มเพียง 1.29 ล้านบาท
นายอุทัย  อุทัยแสงสุข
นายอุทัย  อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ความแข็งแกร่งในธุรกิจอสังหาฯ ของแสนสิริจากการมองตลาดเร็วและพร้อมปรับตัวรองรับทุกสถานการณ์ ตลอดเวลา (Speed to Market) ส่งผลให้แสนสิริมีผลงานที่แข็งแกร่งส่งผลให้ในช่วง 7 เดือน บริษัทฯสร้างยอดขายรวมไปได้ถึง 20,600 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 70% จากเป้าหมายยอดขาย 31,000 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบถึง 13,700 ล้านบาท และยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 6,900 ล้านบาท สัดส่วนยอดขายจากโครงการแนวราบพุ่งเป็น 67%

โดยบ้านเดี่ยวแบรนด์ เศรษฐสิริได้รับการตอบรับที่ดี อาทิ โครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา2, เศรษฐสิริ พระราม 5 และเศรษฐสิริ จรัญฯ – ปิ่นเกล้า2 เป็นต้น รวมทั้งทาวน์โฮมในราคาเข้าถึงง่าย “สิริ เพลส” ซีรี่ย์ล่าสุด Dream Destination ทั้ง สิริ เพลส บางนา – เทพารักษ์ และ สิริ เพลส วงแหวน – ลำลูกกา ที่กวาดยอดขายไปกว่า 80% ของยูนิตที่เปิดขาย เพียง 2 วันในรอบพรีเซล

ขณะที่คอนโดมิเนียม THE MUVE (เดอะ มูฟ) แบรนด์คอนโดฯน้องใหม่จากแสนสิริ หนึ่งในโปรดักส์ไฮไลท์ในปีนี้ ที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแสนสิริ ในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการมีบ้านของคนทุกกลุ่ม และรองรับเซกเมนต์ในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย ได้รับการตอบรับที่ดี โดยสร้างความสำเร็จตั้งแต่ “เดอะ มูฟ เกษตร” มาถึง “เดอะ มูฟ ราม 22” ที่ Sold Out! รวดทุกยูนิตที่เปิดขายในทั้ง 2 โครงการ โดยคาดว่าจะส่งต่อความสำเร็จไปสู่ “เดอะ มูฟ บางนา” คอนโดฯน้องใหม่ซีรีย์ฮอตแห่งปีโครงการที่ 3 จากแสนสิริ ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท ที่เตรียมพรีเซลล์เป็นโครงการต่อไป

 นอกจากนี้ แสนสิริยังมีผลงานการโอนที่โดดเด่นในช่วง 7 เดือน โดยมียอดโอนโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่สร้างเสร็จสมบูรณ์และส่งมอบให้กับลูกค้าไปแล้วถึง 18,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นเกือบ 60% จากเป้าหมายยอดโอน 31,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดโอนจากโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม ในสัดส่วน 55: 45  โดยครึ่งปีหลังบริษัทยังเตรียมโอนคอนโดมิเนียม เอดจ์ เซ็นทรัล-พัทยา คอนโดฯไลฟ์สไตล์สุดพีคใจกลางพัทยา และ ดีคอนโด ไฮด์อเวย์-รังสิต รองรับการรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังตามเป้าหมายรายได้จากการขายที่วางไว้ 27,600 ล้านบาท โดยล่าสุด แสนสิริมี Secured Revenue หรือรายได้ในมือที่รองรับแล้วถึง 22,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83% เหลืออีกเพียง 17% เท่านั้น ก็จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงคาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้ารายได้ที่วางไว้อย่างแน่นอน

สำหรับคอนโดมิเนียม “EDGE Central Pattaya” (เอดจ์ เซ็นทรัล – พัทยา) คอนโดไลฟ์สไตล์สุดพีคใจกลางพัทยา จำนวน 603 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 70% พร้อมเข้าอยู่ในเดือนกันยายน เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในวันที่ 4 – 5 กันยายนนี้ ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท พร้อมซื้อ จอง ดาวน์ โอน จ่ายค่าส่วนกลาง ผ่านคริปโทได้ทุกโครงการ เปิดรับทุก Wallet คอนเฟิร์มเรตได้ใน 5 นาที

โครงการ “dCondo Hideaway” (ดีคอนโด ไฮด์อเวย์) คอนโดมิเนียมโลว์ไลส์ สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร 800 ยูนิตมูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ขนาดพื้นที่โครงการ 10 ไร่ แบ่งออกเป็น พื้นที่ส่วนกลาง 8 ไร่ พร้อมพื้นที่สีเขียว 2.5 ไร่ ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท โดยอัตราค่าเช่าในทำเลนี้ยังมีผลตอบแทนที่สูงด้วยเช่นกัน โดยมีอัตราค่าเช่าที่ 8,500 – 10,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนการปล่อยเช่า (Yield) ประมาณ 5.5% ปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้ว 60% พร้อมโอนในเดือนตุลาคมนี้

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*