เตรียมเริ่มเดินหน้าพัฒนาโครงการ “เวิ้งนครเกษม” ที่ตั้งอยู่กลางย่านไชน่าทาวน์กันแล้ว หลังจากบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)หรือ AWC ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญจํานวนทั้งหมด 300,000,000 หุ้น รวมมูลค่าประมาณ 8,2651 ล้านบาทจากบริษัททีซีซี เวิ้งนาครเขษม จํากัด ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินกว่า 14 ไร่ของโครงการเวิ้งนาครเขษมที่เปิดตัวมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

 ทั้งนี้ภายหลังจากลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกันแล้ว บริษัทจะต้องเริ่มดำเนินการพัฒนาโครงการทั้งในส่วนของการออกแบบและการขออนุญาตที่เกี่ยวข้องต่างๆ ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนานก่อนที่จะมีการปรับปรุงและก่อสร้างโครงการได้

เนื่องจากแปลงที่ดินตั้งบริเวณหัวมุมถนนเจรริญกรุงตัดกับถนนจักรวรรดิ ใกล้กับย่านเยาวราช ซึ่งอยู่ในผังสี พ.3 หรือเขตสีแดง ซึ่งมีข้อกำหนดในเรื่องของควมสูงของอาคารที่อยู่ในพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ความสุงของอาคารในเขตโซน2ต้องไม่เกิน  37 เมตร

โดยทางกลุ่ม AWC วางแผนจะพัฒนาให้เป็นโปรเจ็กต์พิเศษแบบ Mixed Development มีทั้งโรมแรม ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ค้าปลีก คิดเป็นพื้นที่ใช้สอยเฉพาะแปลงหลักรวม 144,506 ตารางเมตร และใช้เงินลงทุนกว่า 8,248 ล้านบาทประกอบด้วยโรงแรม 2 แห่ง คือ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ จำนวน 332 ห้อง และโรงแรมไวท์เลเบล จำนวน 63 ห้อง คอนโดมิเนียมจำนวน 132 ยูนิต และพื้นที่รีเทล 25,202 ตารางเมตร

ล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  กลุ่ม AWC ได้เซ็นสัญญาความร่วมมือกับกลุ่มอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG ) เพื่อเปิดตัวโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ ในโครงการเวิ้งนครเกษมแห่งนี้ร่วมกัน โดยมีกำหนดเปิดตัวในปี 2569 หรือในอีก 5ปีข้างหน้า

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) กล่าวว่า การขยายความร่วมมือกับกลุ่ม IHG ครั้งนี้เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอ และช่วยเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มระดับกลางถึงระดับสูงซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตในอนาคต

โดยโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ จะมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 332 ห้อง และห้องพักระยะยาวแบบมีเซอร์วิสจำนวน 105 ห้อง มีให้เลือกทั้งห้องพักทั้งแบบหนึ่ง สอง และสามเตียง รวมถึงพื้นที่รีเทลและร้านค้าปลีก ที่ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน โดยจะเน้นการออกแบบที่สอดรับกับภูมิทัศน์ของเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในย่านเยาวราช

นอกจากนี้ภายในโรงแรมจะมีห้องอาหาร 3 แห่ง บาร์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส รวมทั้งพื้นที่จัดการประชุม 8 ห้อง คิดเป็นพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1,382 ตารางเมตร

ส่วนโรงแรมไวท์เลเบลจำนวน 63 ห้องจะอยู่ฝั่งติดกับริมคลอง จะเป็นการปรับโฉมพื้นที่ของอาคารพาณิชย์สี่ชั้นแบบดั้งเดิมให้เป็นโรงแรมสไตล์บูทีค พร้อมร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ และพื้นที่ค้าปลีกชั้นใต้ดิน

และพื้นที่อีกส่วนหนึ่งจะถูกนำมาพัฒนาเป็นลานกิจกรรมสำหรับให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถผ่านงานศิลปะ  วัฒนธรรมและกิจกรรมต่างๆ

โครงการเวิ้งนครเกษม หรือชื่อเดิมว่า ”เวิ้งนาครเขษม” เป็นย่านการค้าอายุกว่า 100 ปี เดิมเป็นศูนย์การค้าที่รวมสินค้าจีน ฝรั่ง และไทยไว้ด้วยกัน นับเป็นศูนย์การค้าสากลแห่งแรกของเกาะรัตนโกสินทร์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนสภาพเป็นแหล่งจำหน่ายเครื่องดนตรี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และหนังสือเก่าหายากจนกระทั่งปี 2555 สำนักงานราชสกุลบริพัตร ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่ดินในเวิ้งนาครเขษมได้โอนกรรมสิทธิ์ขายที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวน 14 ไร่ 11น 91 ตารางวาให้กับบริษัททีซีซี เวิ้งนาครเขษม จำกัด ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*