ชาวคอนโดที่เป็น Pet Lover ทั้งหลายต้องรู้ 6 เรื่องก่อนจะตัดสินใจเลี้ยงสัตว์ในคอนโดฯ

การจะหาสัตว์เลี้ยงสักตัว  สำหรับคนที่อาศัยอยู่บ้านเดี่ยวก็คงจะไม่ใช้เรื่องยากเพราะมีพื้นที่ และไม่ค่อยมีข้อจำกัดมาก แต่สำหรับชาวคอนโดฯ ที่เป็น Pet Lover การจะหาสัตว์เลี้ยงสักตัวมาเป็นเพื่อนรู้ใจแก้เหงาก็ต้องคิดแล้วคิดอีก  ส่วนใหญ่คอนโดฯ จะไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์  แต่ปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนในเมืองเปลี่ยนไปจากที่อยู่บ้านเดี่ยว ก็มาอยู่คอนโดฯ กันมาขึ้นเพราะความสะดวก สบาย และด้วยเรื่องของทำเลต่างๆ ที่เดินทางสะดวก   จึงทำให้ต้องมีการปรับตัวกัน รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ด้วย  ทำให้ดีเวลลอปเปอร์ออกแบบโครงการที่สามาถเลี้ยงสัตว์ได้เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็น Pet Lover ที่ต้องการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดฯ  และสำหรับบางคนที่รักสัตว์แต่ไม่ได้เลี้ยงได้อยู่ในชุมชนสังคมของคนรักสัตว์ก็ตอบโจทย์ได้ดี  และทำให้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แอบเลี้ยงกัน

และวันนี้ prop2morrow เอาใจ Pet Lover แนะนำ 6 เรื่องที่ควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจรับน้องหมา น้องแมวมาอยู่คอนโด
 1. คอนโดฯ ที่อยู่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่
ตรวจสอบกฎระเบียบคอนโดของคุณก่อนว่าอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่
-ถ้าอนุญาติให้เลี้ยงสัตว์ได้ ก็ควรศึกษากฎระเบียบให้ละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น
-ถ้าไม่อนุญาตก็ไม่ควรผ่าฝืน เพราะการต้องแอบเลี้ยงสัตว์ จะทำให้เกิดปัญหาในที่สุด และที่สำคัญอาจส่งผลต่อสุขภาพของทั้งเจ้าของ และสัตว์เลี้ยง เพราะความเครียดที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ  และน้องต้องอยู่แต่ในห้องชุด ไม่มีพื้นที่ให้น้องได้เดินเล่น

 2.ทำความเข้าใจกฎระเบียบ ข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด
เมื่อตรวจสอบแล้วว่าคอนโดของคุณสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ก็ควรทำความเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ ของทางนิติฯ คอนโดอย่างละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะการอยู่ร่วมกันควรเคารพกฎกติกา ไม่ละเมิดสิทธิ หรือทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น จำไว้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจไม่น่ารักสำหรับคนอื่น

 3. สำรวจความพร้อมก่อนเลี้ยง
ก่อนตัดสินใจรับสัตว์มาเลี้ยงสักตัว ลองสำรวจตัวเองมีความพร้อมมากแค่ไหน ทั้ งภาระค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีเพิ่มขึ้น ทั้งค่าอาหาร ของเล่น ทำวัคซีนประจำปี  และในยามที่เค้าเจ็บป่วยก็มีค่าใช้จ่ายในการรักษา   นอกจากค่าใช้จ่ายแล้ว คุณมีเวลาที่จะดูแลเค้าหรือไม่   เพราะการรับสัตว์เลี้ยงมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบไปตลอดชีวิต  สัตว์เลี้ยงบางชีวิต มีอายุไข 20 ปี คุณพร้อมที่จะรับผิดชอบตลอดอายุไขของเค้าแล้วใช่มั้ย?

 4. เลือกสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสม
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว  จะเลือกสัตว์เลี้ยงก็ควรศึกษาลักษณะนิสัย ของสัตว์แต่ละชนิดสัตว์ว่าเข้ากับคุณได้ไหม  เช่น ถ้าคุณอยากเลี้ยงน้องหมา คุณก็ต้องมีเวลาที่จะพาเค้าเดินเล่นออกกำลังกาย  หรือถ้าคุณจะเลี้ยงแมว คุณก็ต้องรู้ว่าแมวรักสันโดษ เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนอน ไม่ต้องการพื้นที่มากเท่าน้องหมาและสามารถอยู่ตัวเดียวในห้องได้  แต่ต้องมีที่ฝนเล็บให้น้อง เพราะไม่เช่นนั้นโซฟาห้องคุณอาจกลายเป็นที่ฝนเล็บก็ได้  และอย่าลืมว่าไม่ว่าคุณจะเลี้ยงอะไร คุณก็มีเวลาดูแลเอาใจใส่เค้าเช่นกัน

 5. ก่อนรับสัตว์เลี้ยงเข้าควรตรวจร่างกาย ทำวัคซีนให้เรียบร้อย
เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะเลี้ยงสัตว์อะไร ก็ควรศึกษาต่อไปอีกถึงขั้นการเลี้ยงดู ต้องทำอย่างไร  อะไรกินได้  อะไรกินไม่ได้ และควรตรวจร่างกายของสัตว์เลี้ยงก่อนที่จะรับมา เพื่อป้องกันการแผ่ของเชื้อโรค  และควรทำวัคซีนเป็นประจำตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์  และเมื่อเจ็บป่วยควรพาสัตว์เลี้ยงเข้ารับการรักษาทันที


6. เตรียมพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่
เมื่ออ่านมาถึงข้อนี้ หลายคนคงมีคำตอบในใจแล้วว่าจะเลี้ยง หรือไม่เลี้ยง   และถ้าเลี้ยงจะเลี้ยงอะไร  เมื่อเราศึกษาลักษณะนิสัย ขั้นตอนการเลี้ยงดูเค้ามาอย่างดีแล้ว ก็ควรเตรียมความพร้อมก่อนที่จะต้อนรับสมาชิกใหม่  ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ของสัตว์เลี้ยงให้พร้อม เช่น ปลอกคอ สายจูง เพื่อความปลอดภัยเวลาพาน้องๆ ออกมาเดินเล่น  สเปย์ดับกลิ่นก็เป็นอีกสิ่งจำเป็นที่คนเลี้ยงสัตว์ต้องมี  ถุงขยะ อุปกรณ์เช็ดทำความสะอาด หากน้องทำธุระในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อสุขอนามัยที่ดี

และสุดท้ายอย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงก็คือ 1 ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบไปตลอด  และการอยู่ร่วมกันก็ต้องรับผิดชอบ และควบคุมสัตว์เลี้ยง ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนต่อส่วนรวม  เท่านี้ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไร้ปัญหาใดๆ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*