โมเดอร์นฟอร์ม รุกเปิดตัวเฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบรนด์ Steelcase แบรนด์ดังจากอเมริกา เน้นกลุ่มเก้าอี้ โต๊ะทำงาน ที่นั่งเอนกประสงค์ พลิกโฉมรูปแบงบการทำงานแบบเดิมๆรองรับวิถี New Normal ที่หลายองค์กรปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบ Work from Home พร้อมปรับรูปแบบการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มยอดขายปลีก

นายพัฒนะ อุษณาจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน เนื่องจากหลายองค์กรได้ปรับตัวเข้าสู่การทำงานแบบทางไกลและการทำงานจากที่บ้านหรือ Work from Homeมากขึ้นในรูปแบบวิถีใหม่หรือNew Normal

ดังนั้นในปีนี้โมเดอร์นฟอร์มจะรุกตลาดรีเทล โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่ต้องใช้เวลาทำงานที่บ้านมากขึ้น รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอี, สตาร์ทอัพ และกลุ่มธุรกิจที่ให้บริการพื้นที่ Co-Working Space รวมถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มปรับหรือเพิ่มพื้นที่ Recreation ให้กับพนักงาน ภายใต้แบรนด์สินค้าสตีลเคส (Steelcase) ซึ่งเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยในปี 2563 ที่ผ่านมามียอดขายสูงถึง 123,000 ล้านบาท

โดยเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่นำมาเปิดตัวในปีนี้ มีทั้งเก้าอี้นั่ง ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เพรียวบาง น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก โต๊ะทำงานยุคใหม่แบบ Sit or Stand ที่กระตุ้นให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนไหวเปลี่ยนอิริยาบททั้งการนั่ง เดิน และยืนทำงาน และที่นั่งอเนกประสงค์ สไตล์มินิมอลดีไซน์ รองรับทั้งการทำงานและพักผ่อน

ความต้องการพื้นที่สำนักงานในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมามีไม่มากนัก เพราะภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควอด-19 ส่งผลให้หลายบริษัทมีความจำเป็นต้องหยุดงานหรือลดจำนวนพนักงานลง รวมถึงบริษัทต่างชาติที่ชะลอการขยายธุรกิจ จึงได้ชะลอแผนการขยายพื้นที่สำนักงานในเมืองไทย ทำให้ภาพรวมการขายสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์สำนักงานของบริษัท สำหรับลูกค้ารายย่อยหรือลูกค้าปลีก (Retail) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเพียง 5%เท่านั้น

ดังนั้นบริษัทจึงได้ปรับตัวหันมาขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากขึ้น ทำให้ในปี 2563 บริษัทสามารถสร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ให้เข้ามาเพิ่มมยอดขายปลีกของบริษัทเป็นบวกขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับ ปี 2562 ส่วนงานขายโครงการ ก็มียอดส่งสินค้าเติบโตขึ้น 20% ดดยวแฉพาะโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ รวมไปถึงการขยายหน่วยงานและเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ ทำให้มีการส่งมอบงานในส่วนของงานราชการเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าในปีงบประมาณ (ภาครัฐ) 2563 – 2564 จะนำเสนอโครงการในกลุ่มนี้ให้เติบโดขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมทั้งขยายการให้บริการจากพื้นที่ส่วนกลางไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทได้ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 20%จากปี 2563 ที่ทำรายได้จากการขายได้ 2,701 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์สำหรับที่อยู่อาศัยลดลงประมาณ 17% เมื่อเทียบกับปี 2562 เนื่องจากมีบางโครงการเลื่อนกำหนดส่งออกไป และยอดการสั่งซื้อสำหรับรายย่อยและค้าปลีกลดลง จากการประกาศล็อคดาวน์ เมื่อช่วงไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*