บมจ. แอสเซทไวส์ (ASW) เตรียมเดินหน้าเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ไตรมาส 2 นี้ เสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท โชว์ผลประกอบการโตต่อเนื่อง รายได้ปี’63 โตกว่า 60% ส่วนกำไรทะลัก 871 ล้านบาท พร้อมตุน Backlog ไว้ในมือกว่า 7,800 กว่า ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3ปีนี้

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 206 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.07% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมในช่วงไตรมาส2นี้  เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ รองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบในอนาคต

โดยในปี 2563 ที่ผ่านนมา บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน  4,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ประมาณ 60.2% โดยรายได้หลักมาจากการขายอสังหาฯจำนวน 4,198 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 870.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 193.1%

ปัจจุบันมีโครงการในมือทั้งหมด 33 โครงการ มูลค่า 30,420 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว 25 โครงการจำนวน  8,279 ยูนิต มูลค่า 19,043 ล้านบาท ในจำนวนนี้ได้มีลูกค้ารับโอนที่อยู่อาศัยไปแล้ว 6,687 ยูนิต   และโครงการอยู่ระหว่างการขายและก่อสร้างอีก 8 โครงการ มูลค่า 11,377 ล้านบาท โดยในปี 2563 ที่ผ่านมาสามารถปิดการขายโครงการได้เพิ่ม 4โครงการ มูลค่า 4,094 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะปิดการขายโครงการได้อีก 5โครงการ มูลค่า 6,694 ยูนิต

ขณะที่ยอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นปี 2563 มีมูลค่ารวม 7,848 ล้านบาทจำนวน 3,296 ยูนิต  จะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้  5,302 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 1,652 ล้านบาท และปี 2566 จำนวน  894 ล้านบาท

ส่วนแผนการดำเนินงานในอนาคต บริษัทมีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในช่วงปี 2564-2566 แล้วจำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 21,202 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในปีนี้จำนวน 6 โครงการ มูลค่า 10,850 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 5โครงการ และบ้านแนวราบ 1 โครงการ  ส่วนในปีหน้าจะเปิดตัวคอนโดฯใหม่อีก 4 โครงการ มูลค่า 8,608 ล้านบาท

โดยมีแบรนด์สินค้าหลักอยู่ 3 แบรนด์ คือ แบรนด์โมดิซ  เป็นคอนโดฯไฮไรส์สไตล์โมเดิร์น โดยโครงการที่ผ่านมาจะเปิดตัวตามแนวรถถนนรัชดาฯ-ลาดพร้าว และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีชมพูเป็นหลัก ระดับราคา 86,000-133,000 บาทต่อตารางเมตร เจาะกลุ่มคนวัยทำงาน  แบรนด์แอทโมซ เป็นคอนโดฯโลว์ไรส์ระดับราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 72,000-94,000 บาท และแบรนด์เคฟ เป็นกลุ่มสินค้าคอนโดฯที่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายในทำเลใกล้มหาวิทยาลัย เจาะกลุ่มผู้ปกครองของนักศึกษามหาวิทยาลัยและกลุ่มคนวัยทำงาน ระดับราคาเฉลี่ย 63,000-72,000 บาทต่อตารางเมตร

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)  และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า จุดเด่นของ ASW คือ การเลือกทำเลที่ดี และมีแบรนด์สินค้าที่หลากหลายเหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็ยังสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 44% และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) สูงถึง 20.6%

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*