เสนาฯสวนกระแสวิกฤติโควิด-19สร้าง New High ปี63 ทุบกำไรในรอบ 3 ปี แตะ 1,119 ล้านบาท ชี้ปัจจัยความสำเร็จปรับตัวเร็วและพร้อมตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เปิดเกมรุกแผนปี64 ผ่านแกนแนวคิด “7 Strong” ผุด 17 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 15,700 ล้านบาท กระจายแนวราบ-แนวสูง ทุกทำเล ทิ้งน้ำหนักเซกเมนต์ Affordable Condo และ Housing โดยร่วมทุนกับกลุ่ม “ฮันคิว ฮันชิน”ร่วม 13 โครงการ ตั้งเป้ายอดขาย 11,100 ล้านบาท และรายได้ 10,000 ล้านบาท


ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นสถานการณ์วิกฤติที่ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักไปหลายเดือน บริษัทฯหลายแห่งปิดตัวลง และเลิกจ้างพนักงาน เพราะไม่สามารถสร้างยอดขายให้บริษัทไปต่อได้ แต่เป็นความโชคดีที่เสนาฯสามารถฟื้นตัวได้ภายในระยะเวลาไม่นาน แม้ในปีที่ผ่านมาจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงเหลือเพียง 7 โครงการ รวมมูลค่า 3,129 ล้านบาท น้อยลงเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันสามารถสร้าง New High ด้วยยอดขาย 8,600 ล้านบาท สามารถทำยอดโอนได้ 7,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 46% และกำไรสุทธิ 1,119 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารต้นทุนที่ดี และความระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการ ประกอบกับที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัย 4 ถึงแม้จะเกิดวิกฤติก็ยังมี Demand อยู่เสมอ บริษัทได้พัฒนาโปรดักส์ใหม่ที่เข้ากับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮมติดโซลาร์เพื่อรับกระแส Work From Home และคอนโดต่ำล้านเพื่อคนรายได้จำกัดที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศแต่ต้องการความมั่นคงในด้านการอยู่อาศัย ทำให้สร้างยอดขายเป็นที่น่าพอใจ

อย่างไรก็ตามมองว่าการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ยังคงมีความรุนแรง โดยเฉพาะในตลาดแนวราบที่ ผู้ประกอบการในตลาดต่างๆหันมารุกการพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น ทำให้บริษัทฯปรับกลยุทธ์กระจายการเปิดโครงการทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม และกระจายทำเลในการเปิด เพราะบริษัทมองว่าการแข่งขันในตลาดบางทำเลจะไม่มีการแข่งขันที่สูงในบางทำเล ทำให้บริษัทสามารถกระจายความเสี่ยงในการบริหารการขายได้ และยังสามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทได้

แม้ว่าในปีนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังไม่ฟื้นตัวกลับมา แต่ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญ และคนยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอยู่ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยมือหนึ่ง หลังจากที่ผู้ประกอบการหันมาลดราคาลง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ทำให้ดึงดูดผู้ซื้อเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก และทำให้ซัพพลายในตลาดเริ่มลดลง กลไกลการตลาดเกิดความสมดุลมากขึ้น ส่งผลบวกต่อทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป

“ในปี 2563 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยถือว่าถึงจุดที่ต่ำสุดแล้ว GDP ติดลบ 6.1% ในส่วนของภาคธุรกิจอสังหาฯโดยภาพรวมไม่ถึงกับติดลบมาก แต่ไม่ปฏิเสธด้านราคาขายที่ตกลง โดยเฉพาะคอนโดฯที่ปรับลดลงทั้งกลุ่มตั้งแต่ระดับล่าง-บน แต่ทาวน์เฮาส์ไม่ปรับราคาลงเลย ขณะที่ราคาที่ดินไม่ปรับลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ประกอบการโดยรวมมีความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ เห็นได้จากการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ โดยภาพรวมลดลง 21% จากในอดีตที่ผ่านมาจะเห็นมีการเปิดตัวใหม่เฉลี่ยปีละ 11%ซึ่งผลของการชะลอเปิดตัวโครงการ เริ่มมีความสมดุลในตลาดมากขึ้น โดยซัพพลายในตลาดเริ่มลดลง ประกอบกับการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า ทำให้ระบายสินค้าออกได้เกือบหมด ซึ่งในส่วนของบริษัทฯก็เปิดตัวเพียง 7 โครงการ รวมมูลค่า 3,129 ล้านบาท แต่สามารถทำรายได้และผลกำไรมากเป็นประวัติการณ์”ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายและการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทุกด้านของบริษัท จึงได้มีการวาง Business Direction 2021(พ.ศ.2564) ผ่านกรอบวิธีคิด “7 Strong” ดังนี้

1.Strong Step สำหรับในปี 2564 เสนาเตรียม เปิดโครงการใหม่ ทั้งหมด 17 โครงการ รวมมูลค่า 15,700 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมในย่าน Prime Area แบรนด์ NICHE, Pride และNICHE MONO จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ย่านเอกมัย,สมเด็จเจ้าพระยา และพระรามเก้า มูลค่า 7,100 ล้านบาท ,คอนโดมิเนียมต่ำกว่าล้าน ภายใต้แบรนด์ “เสนา คิทท์” จำนวน 6 โครงการ ได้แก่ทำเล บางแค ,เวสต์เกต-บางบัวทอง,รังสิต-คลอง4,ลาดกระบัง,บางปู และเทพารักษ์ มูลค่า 2,100 ล้านบาท ,แบรนด์ เสนา อีโค ทาวน์” จำนวน 2 โครงการ ในทำเล รามอินทรา กม.9 และรังสิต สเตชั่น(บางพูน) มูลค่า 1,100 ล้านบาท และแนวราบจะมีทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม จำนวน 6 โครงการ ในทำเล เทพารักษ์,ลาดกระบัง,รามอินทรา,รามอินทรา-วงแหวน,รามอินทรา กม.9 และบางพูน มูลค่า 5,400 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินรองรับหมดแล้วทุกโครงการ โดยเป็นการร่วมทุนกับกลุ่มฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป ประมาณ 13-14  โครงการ และเป็นการร่วมทุนกับโครงการคอนโดต่ำกว่าล้านเพียง 1 โครงการเท่านั้น  คือ “เสนา คิทท์ เทพารักษ์-บางบ่อ” ซึ่งทางพันธมิตรญี่ปุ่นมองเห็นถึงโอกาสในการลงทุนดังกล่าว ซึ่งเปิดโอกาสให้คนมีรายได้น้อย และเป็นกลุ่มลูกค้าที่เช่าห้องพักสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ เพราะตลาดดังกล่าวมีซัพพลายที่น้อย เพียง 8,739 ล้านยูนิต จากตลาดรวมทั้งหมด ที่มีกว่า 90,000 ยูนิต ทำให้ยังเป็นโอกาสในการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆได้เพิ่มขึ้น

 และในปีนี้ได้วางงบซื้อที่ดินในปีนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยที่บริษัทฯยังมองว่าราคาที่ดินในปีนี้จะยังทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเฉพาะที่ดินที่สามารถนำไปพัฒนาโครงการแนวราบ ในรูปแบบทาวน์เฮาส์ ซึ่งราคาที่ดินมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับที่ดินอื่นๆที่เหมาะสมกับการนำไปพัฒนาในรูปแบบคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวที่ทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อย แต่สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญค่อนข้างมาก คืองการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ดี และทำให้บริษัทสามารถสร้างกำไรเติบโตขึ้น

2.Strong Affordable Condo ปี 2564 นอกจากทางเสนาฯจะเน้นโครงการแนบราบแล้ว ยังหันมาโฟกัสคอนโดฯต่ำล้าน ภายใต้แบรนด์คอนโดน้องใหม่ “เสนา คิทท์” เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ที่แท้จริง มองว่ายังมีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ทำเลโซนบางแค ลาดกระบัง เวสต์เกต-บางบัวทอง บางปู รังสิต-คลอง 4 และเทพารักษ์ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี เพราะในความเป็นจริงแล้วกลุ่มคนรายได้จำกัดเหล่านี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ และต้องการมีที่อยู่อาศัย

 3. Strong Partner ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของเสนาฯ ที่ยังคงมอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการร่วมมือกันพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปีแล้ว ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ปัจจุบันร่วมมือกันพัฒนาโครงการ ทั้งสิ้น 14 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 40,000 ล้านบาท และในปี 2564 ยังมีแผนพัฒนาโครงการแนวราบ และ Affordable Condo โดยมีการนำนวัตกรรม Geo fit+ และเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในโครงการ

4.Strong Solar กว่า 5 ปี รวม 27 โครงการแล้วที่เสนาฯติดตั้งโซลาร์ในทุกโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของบริษัท ถือได้ว่า เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่จริงจังเรื่องการนำพลังงานโซลาร์มาใช้ในบ้านและคอนโดฯ เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า และปัจจุบันขยาย segment ตอบโจทย์ Work From Home ติดตั้งโซลาร์ในโครงการทาวน์โฮมและในปีนี้บริษัทฯยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการวางแผนติดตั้งเพิ่ม 15 โครงการ จำนวน 538 ยูนิต

 5. Strong Digitalized Service App SENA 360 ที่ทางบริษัทพัฒนา New Function อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าให้ครบในทุกมิติ ตั้งแต่เริ่มจอง บริการหลังการขาย จนกระทั่งการขายต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านคนพิเศษ

6. Strong Agent บริการพิเศษจากบริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ จำกัด ที่มีความชำนาญเรื่องการฝากขายเช่า เพิ่มบริการใหม่ให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ และตลาดนักลงทุนไทยที่ขยายตัวด้วยบริการ Tenancy Management ดูแลลูกค้าเปรียบเสมือนเลขาส่วนตัว

7. Strong Management Team ธุรกิจจะเติบโตและไปได้ไกล หัวใจสำคัญ คือ “Team Work” ที่ดี เสนาฯมีการปรับโครงการสร้างการทำงานใหม่ให้คล่องตัวยิ่งขึ้น รวมทั้งมีผู้บริหารทัพหน้าเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง พร้อมลุยในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ทางเสนาฯเตรียมความพร้อมรับมือต่อทุกสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคต ตามแนวคิด Made From Her “คิดละเอียดกว่า ก็อยู่สบายกว่า” ไม่ว่าจะเป็นการใส่ใจในทุกรายละเอียดทุกเรื่องทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน พร้อมศึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ดึงเข้ามาปรับใช้สอดรับกับธุรกิจ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญมีพันธมิตรชั้นนำที่เข้ามามีส่วนช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโต จึงทำให้มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2564 ได้อย่างแน่นอน

ด้านรายได้ของบริษัทในปี 2564 ตั้งเป้าหมายทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ต่อเนื่องมาที่ 10,000 ล้านบาท จากปีก่อนบริษัททำรายได้ได้สูงสุดที่ 7,600 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ในปีนี้ 6,000 ล้านบาท จาก Backlog ทั้งหมดที่มีเกือบ 9,000 ล้านบาท พร้อมกับการระบายสต๊อกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมีสต็อกเหลือขายที่มีอยู่ประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยที่การขายสต๊อกออกไปยังสามารถทำยอดขายและรายได้ให้กับบริษัทฯได้อย่างดี

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*