LPN เปิด 4 ยุทธศาสตร์  ขยายฐานรายได้ พัฒนาแบรนด์ บริหารสภาพคล่องทางการเงิน Digital Transformation  เป้า3ปี Turn Around รายได้แตะ 16,000 ล้านบาทเทียบเท่าปี 2558 ลุยเปิดตัวบ้านแนวราบ 6 โครงการกว่า 5พันล้าน 

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี  2564-2567 ว่า บริษัทตั้งเป้าจะขับเคลื่อนบริษัทสู่การเป็นองค์กรที่มีอัตราการเติบโตในด้านของรายได้ และการทำกำไร  โดยจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่จากเดิมที่เน้นการทำงานตามหน้าที่สู่การบริหารงานในรูปแบบของหน่วยธุรกิจ รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน ให้มีความคล่องตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายและต้นทุนการดำเนินงาน

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าภายใน 3ปีข้างหน้า (2565-2567)จะเติบโตก้าวกระโดด  โดยปี2567 จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้สูงสุดที่บริษัทเคยทำได้เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา โดยรายได้หลัก 60%มาจากการขายบ้านและคอนโดฯ ซึ่งเดิมมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 80% ส่วนอีก 30%เป็นรายได้จากบริการ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 20% และอีก10% มาจากรายได้ค่าเช่า และโครงการร่วมทุน

โดยบริษัทได้กำหนด 4 ยุทธศาสตร์หลักในการนำบริษัทไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ คือ  การรุกตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อในปัจจุบัน ขยายฐานรายได้จากภาคธุรกิจบริการ บริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรองรับกับความเสี่ยงทางธุรกิจ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินที่มีอยู่

รุกบ้านแนวราบ6โครงการกว่า 5 พันล้าน
สำหรับบแผนการลงทุนดครงการที่อยู่อาศัยในปีนี้ บริษัทจะเน้นการเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบเพิ่มขึ้น โดยมีแผนเปิดตัว 6 โครงการ มูลค่า 5,500 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปแบรนด์ “บ้าน 365”จำนวน 1-2 โครงการ มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท  โดยเน้นทำเลในย่านใจกลางเมืองในพื้นที่ขนาดเล็ก แต่มีความเป็นส่วนตัวสูงภายใต้แนวคิด “Private Resident” เบื้องต้นจะเปิดตัวโครงการแรกคือ บ้าน 365 เมืองทอง ประมาณ 190 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาท

ส่วนที่เหลืออีก 3-5 โครงการจะเป็นทาวน์เฮ้าส์แบรนด์  “บ้านลุมพินี ทาวน์เพลส” และ “บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์” ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท มูลค่าประมาณ  2,500 ล้านบาท  ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายนิวไฮต์สูงถึง 2,768 ล้านบาท  โดยโครงการแรกที่จะเปิดตัวในปีนี้คือ บ้านลุมพินี ทาวน์เพลส  ลาดพร้าว 101-โพธิ์แก้ว จำนวน 95 ยูนิต มูลค่า 620 ล้านบาท

ขณะที่แผนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมในปีนี้จะเปิด 3โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3,000 ล้านบาท โดยมี2โครงการที่เตรียมจะเปิดตัวก่อนคือ ลุมพินี วิลล์ จรัญฯ22 เฟส 1 จำนวน 518 ยูนิต มูลค่า 900 ล้านบาท และโครงการลุมพินี มิกซ์ นราธิวาส-รัชดา จำนวน 369 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,900 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณาที่จะนำแปลงที่ดินขนาดเล็กที่ซื้อเก็บไว้เนื้อที่ประมาณ 300-400 ตารางวามาพัฒนาเป็นคอนโดฯเพิ่มด้วยทดแทนการซื้อที่ดินแปลงใหม่

เปลี่ยนขายเป็นเช่าลดภาระสต็อกสินค้าคงค้าง
นอกจากนี้ยังเน้นการระบายสต็อกสินค้าคงเหลือต่อเนื่องมาจากปี 2563  ปัจจุบันมีสต็อกสินค้าคอนโดฯเหลือขายประมาณ 15,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมขาย 9,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 6,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มราคาจับต้องได้หรือ Affordable Price

เบื้องต้นบริษัทได้แผนการขายใหม่ นำเอาห้องชุดที่สร้างเสร็จพร้อมขายมาปล่อยเช่าแทน เพื่อสร้างรายได้จากการเช่าให้กับบริษัท รวมถึงการสร้าง Backlog เพื่อขายในอนาคต  อาทิ โครงการลุมพินี พาร์ค พหล32 มูลค่า 2,000 ล้านบาท  ซึ่งสร้างเสร็จพร้อมอยู่มาตั้งแต่ปลายปี 2562 แต่ทำยอดขายรวมได้แค่ 20%เท่านั้น จากจำนวนห้องชุดทั้งหมด 546 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย1.3-1.4 แสนบาทต่อตารางเมตร ล่าสุดได้นำห้องชุดปล่อยเช่าไปแล้ว 200-300 ยูนิต

นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ยังไม่ต้องกู้ เข้าอยู่ได้เลย” โดยให้ลูกค้าผ่อนดาวน์ได้นาน 2 ปี เริ่มต้น 5,000 บาทต่อเดือน  เจาะกลุ่มฟรีแลนซ์ ค้าขายออนไลน์ หรือผู้ที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ โดยในช่วง 2 ปีนี้ ลูกค้าจะชำระค่าเช่าห้องเป็นค่าเงินดาวน์ให้กับบริษัทตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการที่กำหนดไว้ หลังจากนั้นลูกค้าก็ยื่นเรื่องกู้ขอสินเชื่อกับธนาคารตามขั้นตอนปกติ

ขยายฐานรายได้งานบริการเพิ่ม 20%
ขณะเดียวกันบริษัทจะรุกขยายฐานรายได้จากงานบริการเพิ่มขึ้นไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ นอกเหนือจากงานบริการโครงการของแอล.พี.เอ็น. เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับกลุ่มธุรกิจบริการของบริษัท ที่มีทั้งบริษัทลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด บริษัทแอล พี ซี วิสาหกิจ เพื่อสังคม จำกัด บริษัทลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด และบริษัทรักษาความปลอดภัย แอลเอสเอส โซลูชั่นส์ จำกัด ปัจจุบันสามารถขยายขอบเขตการให้บริการไปรับงานโครงการภายนอกกว่า 50 โครงการแล้ว โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้จากงานบริการเติบโตไม่น้อยกว่า 20%  หลังจากปี 2563 มีรายได้จากงานบริการและธุรกิจให้เช่า 1,361 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษทได้ตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ 10,000 ล้านบาท และรายได้ไม่น้อยกว่าปี 2563 ที่มีรายได้ประมาณ 7,362 ล้านบาท  แบ่งเป็นรายได้จากบ้านแนวราบ 30% และอาคารชุด 70%  โดยมียอดขายรอโอน (Backlog) ประมาณ 2,200 ล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปี 2564

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*