แอสเซทไวส์ฯเผยการเมืองวุ่นไม่น่ากลัวเท่าโควิด-19 แนะผู้ประกอบการพลิกวิกฤตปรับกลยุทธ์ตอบโจทย์ดีมานด์ คาดหลัง IPO จะเสริมฐานการเงินแกร่ง พร้อมขยายโครงการเพิ่ม ทั้งเพิ่มสัดส่วนแนวราบเป็น 20-30% ล่าสุดเตรียมเปิดตัวบ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ดพัฒนาการโครงการร่วมทุนพันธมิตรสถาปนิก มั่นใจปี’63 ยอดโอนตามเป้า 3,500 ล้านบาท
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อในปัจจุบันว่า ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแต่อย่างใด ควรที่จะมีการเจรจากันได้ แต่ไม่ทราบว่าจะจบลงเมื่อใด แต่ไม่กระทบธุรกิจอสังหาฯมากเท่ากับวิกฤติ โควิด-19 เพราะเป็นเรื่องระดับโลก  แต่หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ก็มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมโครงการอย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่ ดังนั้นต้องพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ ซึ่งผู้ประกอบการควรนำเรื่องโควิด-19 มากำหนดเป็นกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับตลาด

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2564 ว่า เดิมจะพัฒนาทั้งหมด 4-5 โครงการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยมูลค่าได้ แต่หลังจากที่ยื่นไฟลิ่งและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)แล้ว จะทำให้ฐานของบริษัทฯมีความแข็งแกร่งมากขึ้น หนี้สินต่อทุน(D/E) จะลดต่ำกว่า 2 เท่า ซึ่งจะทำให้บริษัทฯสามารถพัฒนาโครงการได้มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการแนวราบ ที่เดิมมีสัดส่วนเกือบ 10% จะเพิ่มเป็น 20-30% อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมโครงการที่ร่วมทุนกับกลุ่มบ้านภูริปุรี โฮลดิ้ง ด้วย หากเป็นบ้านเดี่ยว ระดับราคาจะอยู่ที่  6-12 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 4-6 ล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทฯได้ร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท บ้านภูริปุรี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่รวมตัวของกลุ่มสถาปนิก ด้วยการก่อตั้งบริษัท เอบีเจวี จำกัด ขึ้นมา ด้วยทุนจดทะเบียน10 ล้านบาท โดยแอสเซทไวส์ฯ ถือหุ้นสัดส่วน 51% และกลุ่มภูริปุรีฯถือหุ้น 49% ร่วมพัฒนา 3 โครงการแนวราบ คือ

1.โครงการบ้านภูริปุรี ลาดพร้าว 41” มูลค่าโครงการ 117 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขายเพียง 1 ยูนิต จากทั้งหมด 15 ยูนิต และเร่ิมทยอยโอนไปแล้วประมาณ 50%

2.โครงการบ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด-พัฒนาการ ตั้งอยู่บริเวณซอยพัฒนาการ 32 บนพื้นที่ทั้งหมด 5 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายใต้แนวคิดใหม่ “Another Step of Townhome with Private Courtyard”ขนาดตั้งแต่ 32-63 ตารางวา ราคาตั้งแต่ 14.2-22 ล้านบาทจำนวน 37 ยูนิต มูลค่าโครงการ 530 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายจากรอบวีวีไอพีแล้ว 14 ยูนิตคิดเป็นมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท และจะเปิดให้ลูกค้าทั่วไปเริ่มจองได้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้อีกประมาณ 10 ยูนิต ด้านการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2563 และปิดการขายด้วยเช่นกัน

จากการที่ปัจจุบันทำเลย่านพัฒนาการมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย ส่งผลให้ราคาที่ดินพุ่งสูงไปที่ 110,000 บาท/ตารางวา ซึ่งไม่สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทได้แล้ว ดังนั้นการจะทำโครงการในรูปเหมือนกับภูริปุรี คอร์ทยาร์ดพัฒนาการนั้น จะต้องคำนึงถึงต้นทุนที่ดินไม่เกิน 100,000 บาท/ตารางวา  อยู่ในชุมชนแต่ไม่ใช่อยู่ใจกลางเมือง สามารถรองรับกลุ่มครอบครัว หรือเป็นบ้านหลังที่สองได้ และยังเป็นโปรดักส์ที่เป็นทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าคนเมืองที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยใกล้เมืองนายกรมเชษฐ์ กล่าว

3.โครงการโฮมออฟฟิศ บริเวณซอยลาดพร้าว 41 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 200 ตารางวา จำนวน 6 ยูนิตมูลค่าโครงการ 87 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2564 จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

อย่างไรก็ตามในส่วนของผลประกอบการของบริษัทฯในปี 2563 คาดว่าจะมียอดโอนตามเป้าหมายเดิมที่ 3,500 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคมมิถุนายน) สามารถทำได้ 1,500 ล้านบาท และคาดว่าไตรมาส 3-4 จะสามารถผลักดันให้มียอดขายได้ตามแผนที่วางไว้เนื่องจากจะมี  2 โครงการคอนโดมิเนียมที่จะทยอยโอนคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาทและเริ่มโอนจากโครงการภูริปุรี คอร์ทยาร์ดพัฒนาการอีก 30 ล้านบาท ปัจจุบันมีสต๊อกคอนโดฯพร้อมโอน ประมาณ 2,600 ล้านบาท

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*