ศุภาลัยฯปลื้มหลังปรับแผนนำที่ดินย่านสี่พระยาปั้นแบรนด์ “ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน”ลูกค้าเก่า-ใหม่แห่ซื้อแล้วกว่า 50% เหตุมีความได้เปรียบด้านต้นทุนที่ดิน ส่งผลราคาขายถูกกว่าคู่แข่ง มั่นใจช่วงพรีเซล วันที่ 26-27 ก.ย.63 กวาดยอดขาย 70-80% 
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI  เปิดเผยถึงทำเลย่านพระราม4 ในปัจจุบันว่า ส่วนใหญ่เป็นผังเมืองสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสถานศึกษาหากนำที่ดินโซนดังกล่าวมาพัฒนา ก็ต้องทำในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ในแบบสิทธิการเช่าระยะยาว หรือลีสโฮลด์ ( Leasehold) แต่หากจะพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบฟรีโฮลด์ (Freehold) ก็ต้องเป็นทำเลโซนตะวันตกเฉียงใต้ของย่านพระราม4 เป็นต้นไปเท่านั้น และมองว่าถนนสี่พระยา มีศักยภาพที่เหมาะสม เพราะมีการคมนาคมที่สะดวก ใกล้สถานศึกษา ศูนย์การค้า และแหล่งร้านอาหารที่มีชื่อเสียงมากมาย ฯลฯ

 โดยจะเห็นว่าทำเลสี่พระยา ได้มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาพัฒนาคอนโดฯตั้งแต่ปี2558 รวมประมาณ 6-7 โครงการ ราคาขายตั้งแต่ 140,000-150,000 บาท/ตารางเมตรหรือราคาสูงกว่านั้น ซึ่งล้วนสามารถทำยอดขายได้ 80-90% หรือปิดการขายไปบ้างแล้ว และมีห้องชุดเหลือขายรวมเพียง 200-300 ยูนิตเท่านั้น

 ล่าสุดบริษัทฯได้นำที่ดินสะสมย่านสี่พระยามาพัฒนาโครงการ ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยาสามย่าน บนพื้นที่กว่า 2ไร่ เป็นอาคารชุด สูง 36 ชั้น ขนาด 41.5-139 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 3.69-16.70 ล้านบาท หรือ 85,000-130,000 บาท/ตารางเมตรจำนวน 384 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 2,200 ล้านบาท โดยเป็นกรรมสิทธิ์การถือครองของคอนโดฯ แบบ Freehold อีกทั้งได้รับการอนุมัติการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA Approved จากสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในปัจจุบันเริ่มการก่อสร้างโครงการแล้ว และเพียงกว่า 1 สัปดาห์ สามารถทำยอดขายได้เกิน 50% แล้ว ซึ่งเป็นการเปิดขายให้กับลูกค้าเก่า 10 กว่าราย ที่เคยซื้อห้องชุดครั้งพัฒนาภายใต้แบรนด์ ‘เอลีท สี่พระยา’ซึ่งมีราคาขายเฉลี่ยที่ 104,000 บาท/ตารางเมตร ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นแบรนด์‘พรีเมียร์’ ปรากฏว่าเกินเป้าที่วางไว้เพียง 40% โดยกำหนดเปิดตัว Pre-Sales อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 26-27 กันยายน 2563 คาดว่าจะมียอดขายที่ 70-80% คาดว่าจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ในปี 2566

 “ที่ผ่านมาแบรนด์ ‘พรีเมียร์’ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมาย Upper Class ด้วยการทำห้องที่มีขนาดใหญ่ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัยจริง และสามารถปล่อยเช่าได้ และโครงการ’ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน’ สามารถเปิดขายในระดับราคาที่ถูกกว่าโครงการอื่นๆในย่านเดียวกัน เพราะเป็นที่ดินที่ซื้อมาเกือบ 5 ปี ในราคากว่า 500,000 บาท/ตารางวา ปัจจุบันราคาที่ดินพุ่งสูงไปที่กว่า 800,000 บาท/ตารางวา บวกลบ และนักลงทุนสามารถปล่อยเช่าได้ผลตอบแทนที่ดี โดยห้องขนาด 30 ตารางเมตรปลาย ราคาประมาณ 6.5 ล้านบาท สามารถปล่อยเช่าได้ประมาณ 20,000 บาท/เดือน” นายไตรเตชะ กล่าวในที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*