ศุภาลัย รุกตลาดบ้านหรูราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ชิงมาร์เก็ตแชร์คู่แข่ง หวังเพิ่มสัดส่วนเป็น15% ในอนาคต ครึ่ปีหลัง63 รุกเปิดแนวราบ 18 โครงการ รวมมูลค่า 14,660 ล้านบาท ล่าสุดเปิดตัว  ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ปิ่นเกล้าพุทธมณฑล สาย 2” รองรับยุค New Normal  มั่นใจรายได้ทั้งปีตามเป้า  24,000 ล้านบาท
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงหลังการฟื้นตัวของสถานการณ์โควิด-19 ว่ามีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้ผู้บริโภคคำนึงถึงความสำคัญของสุขอนามัย และความปลอดภัยในชีวิตส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายโครงการแนวราบของบริษัทที่เติบโตไปในทิศทางที่ดี ทั้งในกรุงเทพฯปริมณฑล และภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคนั้นมีอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันในระยะข้างหน้าเมื่อภาพของเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น กลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนจะเป็นกลุ่มที่กลับมาฟื้นตัวขึ้นก่อนกลุ่มอื่นๆ เพราะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยระดับบนส่วนใหญ่เป็นประกอบการและเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์กลุ่มแรกๆเมื่อเศรษฐกิจฟื้นขึ้นและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้เมื่อเศรษฐกิจผงกหัวขึ้น จะเป็นผลบวกต่อที่อยู่อาศัยระดับบนที่จะกลับมาฟื้นตัวขึ้นตาม และเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยที่บริษัทจะมีการขยับมาขยายฐานกลุ่มลูกค้าแนวราบตลาดบน ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 7% เพราะเห็นถึงโอกาสในตลาดและการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าได้เป็นอย่างดี ขณะที่โดยรวมแล้วสินค้าของบริษัทจะอยู่ที่ราคาเฉลี่ย 4 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในตลาดระดับกลางมากที่สุด และอนาคตคาดว่าจะมีสัดส่วนบ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปที่ 15%


ตลาดที่มีศักยภาพที่มีกำลังซื้อ และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการขอสินเชื่อจากแบงก์มากนักเป็นกลุ่มตลาดที่ระดับบน ซึ่งเป็นลูกค้าผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ ส่วนใหญ่จะซื้อที่อยู่อาศัยระดับราคาตั้งแต่ 250,000 บาท/ตารางวา ซึ่งเป็นกลุ่มที่แบงก์ไม่ค่อยมีปัญหา และเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ถ้าเศรษฐกิจผงกหัวกลับมา กลุ่มนี้ก็จะกลับมาฟื้นเป็นกลุ่มแรกๆนายไตรเตชะ กล่าว

นายไตรเตชะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในครึ่งปีหลัง 2563 จะเห็นยอดขายโครงการแนวราบที่ดีขึ้น ซึ่งเร่ิมเห็นสัญญาณตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของบริษัทฯเองเชื่อว่าทั้งปีจะมีอัตราการเติบโตกว่าภาพรวมตลาดที่ประมาณ 20% อย่างแน่นอน  โดยในครึ่งปีหลัง 2563 จะเปิดตัวแนวราบทั้งหมด 18 โครงการ รวมมูลค่า 14,660 ล้านบาท แบ่งเป็นการพัฒนาโครงการในพื้นที่กทม. 8 โครงการ และต่างจังหวัด 10 โครงการ จากแผนการเปิดตัวแนวราบทั้งปีที่ 25 โครงการ รวมมูลค่า 20,000 ล้านบาท

ล่าสุดได้เปิดตัว โครงการศุภาลัย พรีมา วิลล่า ปิ่นเกล้าพุทธมณฑล สาย 2” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 26 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว 2 ชั้น รองรับยุค New Normal  ภายใต้แนวคิด “The New Privacy” ขนาดตั้งแต่ 100- 192 ตารางวา ราคาเร่ิมต้นที่ 16.9-30 ล้านบาท จำนวน 56 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาาท ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการ (Pre-Sales) ในวันที่ 26-27 กันยายน 2563 นี้

ขณะที่กลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 4/2563 เตรียมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงไตรมาสสุดท้าย และเร่งการโอนให้มากขึ้น โดยที่ในช่วงที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้ที่มาจากโครงการแนวราบมีสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม แต่หลังจากที่โครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่เริ่มทยอยโอนในช่วงครึ่งปีหลังจะทำให้สัดส่วนรายได้ระหว่างทางโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมกลับมาใกล้เคียงกันที่50:50

อย่างไรก็ตามคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2663 จะเป็นช่วงที่มีผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดของปีนี้ เนื่องจากมีการกระจุกตัวของการโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเริ่มทยอยโอน 4 โครงการ มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย, โครงการศุภาลัย ออเรนทัล, โครงการศุภาลัย ปาร์ค ตลาดพลูและโครงการศุภาลัย ไพร์ม พระราม 9 ซึ่งบางโครงการได้เริ่มทยอยโอนไปบ้างแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่การโอนจะไปกระจุกตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เป็นแรงหนุนให้รายได้ของบริษัทในปี 2563  เป็นไปตามเป้า 24,000 ล้านบาท

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*