DCIM100MEDIADJI_0012.JPG

เอพี กวาดรายได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 เท่ากับ 19,960 ล้านบาทคิดเป็น 50% ของเป้ารายได้รวมทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 40,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเท่ากับ 1,830 ล้านบาท พร้อมเผยแผนธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปีนี้รุกหนักตลาดแนวราบ ชูแบรนด์”บ้านกลางเมือง และ พลีโน่” ลุยเปิด 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,350 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงาน 7 เดือนโกยยอดขายรวม 18,175 ล้านบาท

 

นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)จำกัด (มหาชน) (AP) เปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัทฯในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2563 ว่ามีรายได้รวม (100%JV)ทั้งสิ้นเท่ากับ 13,140 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่า 114% ทำให้บริษัทฯมีรายได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 เท่ากับ 19,960 ล้านบาท( คิดเป็น 50% ของเป้ารายได้รวมทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 40,000 ล้านบาท )ทุบสถิติ การเติบโตทางด้านรายได้ครั้งใหม่ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านกำไรสุทธิ(Net Profit) ในช่วง 6 เดือนแรกสูงถึง 1,830 ล้านบาท ทั้งนี้ หากดูในส่วนของรายได้รวม (100% JV) เฉพาะไตรมาส 2 ที่ 13,140 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่บริษัทฯ ยังคงดำเนินการขายและโอนกรรมสิทธิ์โครงการได้เกินจากที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนได้ถึงความมั่นใจของผู้บริโภค ตลอดจนกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ และเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะค่อยปรับตัวที่ดีขึ้น

นายภมร ประเสริฐสรรค์

ส่วนยอดขายรวมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ มียอดขายรวมแล้วกว่า 18,175 ล้านบาท คิดเป็น 55% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ (เป้ายอดขายรวม 33,500 ล้านบาท) โดย 15,540 ล้านบาทเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นจากสินค้าแนวราบ เติบโตขึ้น 11% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และคิดเป็น 70% ของเป้ายอดขายแนวราบทั้งปีที่ 22,500 ล้านบาท ซึ่งยอดขายสินค้าแนวราบทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากโครงการที่อยู่ระหว่างการขายกว่า 85 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 46,750 ล้านบาท (รวมโครงการแนวราบที่เปิดตัวใหม่ในครึ่งปีแรก 14 โครงการ มูลค่า 15,475 ล้านบาท) เอพีมั่นใจว่าภาพรวมตลาดแนวราบ โดยเฉพาะโครงการทาวน์โฮมในเครือเอพียังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ยอดจองและโอนทาวน์โฮมเครือเอพีเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ (เฉลี่ยยอดขายแนวราบ/ สัปดาห์ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท)ปัจจุบันบริษัทฯมีมียอดขายรอโอนฯ หรือBacklog รวม 46,000 ล้านบาท แบ่งเป็น แนวราบ 9,100 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 36,000 ล้านบาท

ด้วยเหตุนี้บริษัทฯจึงได้ปรับโพสิชันนิ่งใหม่ในส่วนของสินค้าทาวน์โฮมหลังจากการเฝ้าสังเกตเทรนด์การอยู่อาศัยและการตัดสินใจซื้อพบว่าลูกค้าที่ซื้อและโอนฯ ทาวน์โฮมอายุน้อยลง โดยกว่า 40% เป็นกลุ่มลูกค้าที่อายุ 26-30 ปีภายใต้ THE LONGEVITY MATRIX แนวคิดเพื่อสร้างพื้นที่ชีวิตการอยู่อาศัยเข้ากับการออกแบบสเปซใน 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ

  1. การพัฒนาส่วนกลางสำหรับคนทุกวัย
  2. การสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวและคุ้มค่า

และ 3. การสร้างสังคมแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ

การพัฒนาภายใต้แนวคิดดังกล่าวทั้งหมดจะสะท้อนผ่านทาวน์โฮมแบรนด์ บ้านกลางเมือง และพลีโน่  ที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จำนวน 13 โครงการใหม่ จำนวน4,202 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 15,350 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายรวมทั้ง13 โครงการในปีนี้ไว้ที่1,500 ล้านบาท (บ้านกลางเมือง 500 ล้านบาท และพลีโน่ 1,000 ล้านบาท ) สำหรับแบรนด์ ‘บ้านกลางเมือง’ เจาะกลุ่มลูกค้าคนเมืองเซ็กเมนต์กลางบน เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘วิถีบ้านกลางเมือง’ ทั้งสิ้น 5 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 7,855 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 – 8 ล้านบาท

ในส่วนของพรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายใต้แบรนด์ ‘พลีโน่’ชูคอนเซ็ปต์ ‘พลีโน่ – บ้านหลังแรกที่ดีที่สุด’ โดยในครึ่งปีหลังนี้ เราพร้อมเปิดตัวพลีโน่โครงการใหม่ทั้งหมด 8 โครงการ มูลค่ารวมมากถึง 7,495 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้น 1.99 – 6.8 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2563 นี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมของทาวน์โฮมแบรนด์พลีโน่  ไว้ที่ 9,000 ล้านบาท (ปี 2562 มียอดขายที่ 5,655 ล้านบาท)

ล่าสุดบริษัทฯได้เปิดตัวโครงการ บ้านกลางเมือง The Edition สาทร-สุขสวัสดิ์ เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น พัฒนาบนพื้นที่กว่า 34 ไร่ จำนวน 274 ยูนิต มูลค่า 1,725 ล้านบาท ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18-37 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 151-222 ตร.ม. ระดับราคาขายเริ่มต้น 4.79-7.99 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนจะเปิดพรีเซลในวันที่ 12-13 กันยายน 2563นี้

รายละเอียดเพิ่มเติม 

สรุปแผนการเปิดทาวน์โฮมโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง จำนวนทั้งสิ้น 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,350 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการไฮเอ็นด์ทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายใต้แบรนด์ บ้านกลางเมือง ทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่ารวม 7,855 ล้านบาท และโครงการพรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้นภายใต้แบรนด์ พลีโน่ ทั้งสิ้น 8 โครงการ มูลค่ารวม 7,495 ล้านบาท ได้แก่

(1) โครงการบ้านกลางเมือง The Edition สาทร-สุขสวัสดิ์ มูลค่าโครงการ 1,725 ล้านบาท จำนวน 274 ยูนิต เริ่ม 4.79 – 7.99 ล้านบาท

(2) โครงการบ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-สาทร มูลค่าโครงการ 1,780 ล้านบาท จำนวน 364 ยูนิต เริ่ม 4.29 – 7 ล้านบาท

(3)  โครงการบ้านกลางเมือง ศรีนครินทร์-อ่อนนุช มูลค่าโครงการ 750 ล้านบาท จำนวน 155 ยูนิต เริ่ม 3.99 ล้านบาท

(4)  โครงการบ้านกลางเมือง พหลฯ-รามอินทรา มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท จำนวน 286 ยูนิต เริ่ม 3.99 ล้านบาท

(5)  โครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา 83 สเตชั่น มูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท จำนวน 458 ยูนิต (เปิดขายเดือนพ.ย.)

(6) โครงการพลีโน่ ติวานนท์ มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท จำนวน 498 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 2.39-5.11 ล้านบาท บ้านแฝด 4.69 – 7.37 ล้านบาท

(7) โครงการพลีโน่ สุขสวัสดิ์ 30 (2) มูลค่าโครงการ 1,180 ล้านบาท จำนวน 342 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 3.09 – 5.39 ล้านบาท

(8)  โครงการพลีโน่ รัตนาธิเบศร์ – บางใหญ่ มูลค่าโครงการ 1,050 ล้านบาท จำนวน 421 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 2.19-4.15 ล้านบาท

(9)   โครงการพลีโน่ สุขสวัสดิ์ – ประชาอุทิศ มูลค่าโครงการ 1,185 ล้านบาท จำนวน 492 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 1.99 – 3.59 ล้านบาท บ้านแฝด 3.59 – 4.99 ล้านบาท

(10)   โครงการ พลีโน่ ศรีนครินทร์ – เทพารักษ์ มูลค่าโครงการ 940 ล้านบาท จำนวน 294 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 2.39 – 6.49 ล้านบาท

(11)  โครงการแกรนด์ พลีโน่ รามอินทรา – วงแหวน มูลค่าโครงการ 430 ล้านบาท จำนวน 80 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 4.98 – 6.79 ล้านบาท

(12) โครงการพลีโน่ รามอินทรา-จตุโชติ มูลค่าโครงการ 540 ล้านบาท จำนวน 180 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 2.82 – 5.65 ล้านบาท

(13)  โครงการ พลีโน่ รังสิต มูลค่าโครงการ 770 ล้านบาท จำนวน 358 ยูนิต ทาวน์โฮม เริ่ม 1.99-2.50 ล้านบาท

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*