แสนสิริฯเตรียมต่อยอดโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ บนถนนสารสิน หลังจบดีลซื้อที่ดินแพงสุดในประวัติศาสตร์ จากแลนด์ลอร์ด ราคา 3.9 ล้านบาท/ตารางวา เผยผลสำรวจตลาดอสังหาฯระดับซูเปอร์ลักชัวรี่และลักชัวรี่ ครึ่งปีหลัง62 พบกลุ่มคอนโดฯ-บ้านเดี่ยว ย่าน CBD ตอบโจทย์ดีมานด์ ผลตอบแทนลงทุน-อัตราดูดซับสูง ระบุ 98 Wireless-บ้านแสนสิริ พัฒนาการ รวมมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท ประสบความสำเร็จ ลูกค้าตอบรับดี สะท้อนความสำเร็จจาก 4 ปัจจัยหลัก มั่นใจดันยอดโอนรวมบริษัทฯ ตามเป้าที่ 39,000 ล้านบาท
นายอภิชาติ จูตระกูล

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI  เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการระดับแฟล็กชิพ ที่เป็นความท้าทาย ทุกความงดงามและความประณีตบรรจงที่ได้สัมผัส ทั้งเรื่องทำเล ความเอ็กซ์คลูซีฟ ความหายากการดีไซน์ รวมทั้งสังคมแวดล้อมในโครงการและบริเวณโดยรอบ สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้ครอบครอง ตลอดจนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นส่งต่อให้ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งในอนาคตบริษัทฯเตรียมที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของการอยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่      อีกครั้งในประเทศไทยกับการพัฒนาโครงการต่อไปที่ถนนสารสิน สุดยอดทำเลใจกลางกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ที่ดินแปลงงามบนถนนสารสิน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ไร่เศษนี้ ถือเป็นที่ดินเพียงไม่กี่แปลงที่เป็นฟรีโฮลด์ (free hold) เดิมเป็นที่ตั้งอาคาร M.B.K. Life ของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK ซึ่งเป็นการเช่าระยะยาวจากเจ้าของที่ดินที่ทาง MBK ไม่สามารถเปิดเผยนามได้ ซึ่งจะหมดสัญญาเช่าภายในเดือนสิงหาคม 2563 นี้และแสนสิริฯได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวมาจากเจ้าของที่ดิน ในราคา 3.9 ล้านบาท/ตารางวา(ตร.ว.)  ซึ่งขณะนี้พนักงานในเครือของ MBK อยู่ในระหว่างการโยกย้ายไปประจำการทั้งหมดที่อาคาพาราไดซ์ เพลส ถนนศรีนครินทร์ (Paradise Place) ภายในเดือนกรกฎาคม 2563 นี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าทางแสนสิริฯจะนำที่ดินแปลงดังกล่าวขึ้นมาพัฒนาภายในระยะเวลา 2 ปี ข้างหน้า เชื่อว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาคอนโดฯในราคา 1 ล้านบาท/ตารางเมตร อย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯระดับซูเปอร์ลักชัวรี่และลักชัวรี่ในกรุงเทพฯ ช่วงครึ่งหลังปี 2562 ที่ผ่านมา จากการสำรวจของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พบว่า กลุ่มคอนโดมิเนียม มีอัตราผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ย (ROI) สูงถึง 7-10% โดยเฉพาะโซน CBD ย่านศูนย์รวมธุรกิจอย่างถนนวิทยุ และมีอัตราการดูดซับ (Absorption Rate) เฉลี่ย 0.4 – 6.0 ยูนิตต่อโครงการต่อเดือน (ปี 2560-2562) โดยการดูดซับที่สูงดังกล่าวในปี 2560 เกิดจากการเปิดตัวของโครงการ 98 Wireless   ในขณะเดียวกัน ตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ โดยกลุ่มบ้านเดี่ยว มีอัตราดูดซับเฉลี่ย (Absorption Rate) 0.14 – 1.08 ยูนิตต่อโครงการต่อเดือน (ปี 2559 -2562) โดยอัตราดูดซับเฉลี่ยที่สูงถึง 1.08  ยูนิตต่อโครงการต่อเดือนนั้น เป็นผลจากการเปิดตัวโครงการบ้านแสนสิริ พัฒนาการ ในช่วงครึ่งแรกปี 2561 ในขณะที่ ปี 2562 มีซัพพลายจากการพัฒนาโครงการในกลุ่มลักชัวรี่นี้ เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 43% จากปีก่อนหน้า รวมทั้งมีดีมานด์ให้การตอบรับสูงถึง 58% ในปี 2562

ทั้งนี้ภายหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการปิดขาย 2 โครงการแฟล็กชิพระดับซูเปอร์ลักชัวรี่พร้อมกัน คือ 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) และ บ้านแสนสิริ พัฒนาการ รวมมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท (ลบ.) สะท้อนความสำเร็จจาก 4 ปัจจัย ซึ่งแตกต่างจากการพัฒนาโครงการซูเปอร์ลักชัวรี่ทั่วไป ได้แก่

ความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริ ของเรียลดีมานด์กลุ่ม High Net Worth Individuals (HNWI)

ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญกว่า 36 ปี  ที่พัฒนาโครงการในทุกระดับเซ็กเมนต์

วิสัยทัศน์ภายใต้การพัฒนาโครงการอย่างเข้าใจและลงลึกทุกรายละเอียด (Attention to details)  ความประณีตพิถีพิถันในการพัฒนาโครงการที่ดีที่สุด คัดสรรวัสดุคุณภาพทั้งภายในและภายนอกที่ตอบโจทย์รสนิยมการอยู่อาศัยลูกค้าระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ผ่านดีไซน์เวิลด์คลาสที่คลาสสิกเหนือกาลเวลาไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไป (timeless) และบริการเอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับ

-กลยุทธ์การรวมพอร์ตฟอลิโอ Sansiri Luxury Collection คอลเล็กชั่นมาสเตอร์พีซที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่และแฟล็กชิพซูเปอร์ลักชัวรี่ ที่หายากแก่การครอบครองและสร้างมูลค่าเหนือกาลเวลา รวมมูลค่าโครงการกว่า 22,000 ล้านบาท

เพื่อเป็นการยกระดับสู่การเป็นแบรนด์อสังหาฯ ลักชัวรี่ชั้นนำในตลาดต่างประเทศ และตอกย้ำผู้นำตลาดอสังหาฯในไทยที่คุณภาพแบรนด์ทัดเทียมมหานครชั้นนำทั่วโลกในทุกด้าน กับแนวคิดพัฒนาโครงการผ่าน 3 ปรัชญา Refined Taste ดีไซน์ชั้นเยี่ยมที่เปี่ยมด้วยรสนิยม, Uncompromising Quality ความพิถีพิถันในการคัดสรรวัสดุคุณภาพ เฟอร์นิเจอร์ ของประดับตกแต่ง และงานศิลปะจากทั่วมุมโลก และ Curated Service มอบบริการผ่านประสบการณ์ที่ยิ่งกว่าความเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งล้วนเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ทำให้แสนสิริ ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากลูกค้าในทุกระดับเซกเมนท์ทั้งชาวไทยและต่างชาติทยอยปิดการขายโครงการอย่างต่อเนื่องทั้งแนวราบและแนวสูง ด้วยยอดขายสูงสุดครึ่งปีแรกที่ 22,000 ล้านบาท หรือ 63% จากเป้าหมายยอดขายล่าสุด 35,000 ล้านบาท” นายอภิชาติ กล่าว

โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แสนสิริ ปิดการขายโครงการที่อยู่อาศัยในกลุ่มเซกเมนต์ลักชัวรี่ไปแล้วทั้งหมด  6 โครงการ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 23,200 ล้านบาท (ลบ.)ประกอบด้วย โครงการภายใต้พอร์ต Sansiri Luxury Collection 3 โครงการ คือ 98 Wireless ,บ้านแสนสิริ พัฒนาการ และ เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ ส่วนโครงการลักชัวรี่แนวราบด้แก่ ไทเกอร์ เลน  นาราสิริ บางนา และ นาราสิริ พุทธมณฑล สาย 1

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*