ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยการโอนกรรมสิทธิ์รวมที่อยู่อาศัยของคนต่างชาติทั่วประเทศในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 เท่ากับ 2,649 ยูนิตมูลค่ารวม 10,664.16  ล้านบาท ซึ่งลดลง 23.9% และ 19.7%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เอเจนท์จีนชี้อย่างน้อยอีก 2 ปีตลาดคนจีนฟื้นกลับมา

 

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด -19  ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย ส่งผลภาพโดยรวมของการโอนกรรมสิทธิ์รวมที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว(ต่างชาติ)ทั่วประเทศในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 ลดลงทั้งจำนวนหน่วย(ยูนิต)และมูลค่า โดยมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 2,649 ยูนิตคิดเป็นมูลค่ารวมเท่ากับ 10,664.16  ล้านบาท ซึ่งลดลง 23.9% และ 19.7% ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ที่หน่วยโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 3,481 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมเท่ากับ 13,274.37  ล้านบาท

ทั้งนี้ จากหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวมที่อยู่อาศัยคนต่างด้าวทั้งหมดนั้นยังพบว่า ประเทศจีนมากสุดเป็นอันดับหนึ่งมีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 1,446 ยูนิต สัดส่วน 54.6%  รองลงมาเป็นอันดับสองคือ รัสเซียมีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 247 ยูนิต สัดส่วน 9.3% ส่วนอันดับสามคือ สหราชอาณาจักรมีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 111 ยูนิต สัดส่วน 4.2% เป็นต้น ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า แม้หน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวมที่อยู่อาศัยคนต่างด้าวที่มาจากประเทศจีนมากสุดในไตรมาสที่1 ปี 2563 เท่ากับ 1,446 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมเท่ากับ 5,952 ล้านบาทแต่จำนวนหน่วยที่โอนกรรมสิทธิ์ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาสในช่วงก่อนหน้าที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,834 ยูนิต และคาดว่าตลอดทั้งปี 2563 ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมที่อยู่อาศัยคนต่างด้าวที่มาจากประเทศจีนก็น่าจะลดลงเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวมที่อยู่อาศัยเท่ากับ 7,506 ยูนิตคิดเป็นมูลค่ารวมเท่ากับ 28,860 ล้านบาท ** อ่านรายละเอียดเพิ่ม >>ลูกค้าจีนโอนคอนโดฯ

ด้านแหล่งข่าวที่เป็นเอเจนท์จีนรายหนึ่งกล่าวว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติจะซื้อด้วยเงินสด และการจองและวางเงินดาวน์ไป 30%  แต่จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่เป็นคนจีนกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเดินทางมาโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดต่างๆอาทิ จากการปิดประเทศ จากการจำกัดเที่ยวบินที่บินระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย หรือหากเดินทางมาจะต้องถูกกักตัว 14 วัน การรวมถึงจะต้องมีหนังสือรับรองว่าไม่ติดโควิด-19 ก่อนเดินทาง 14 วัน ซึ่งที่ประเทศจีนผู้ที่มีสิทธิ์ออกหนังสือรับรองได้ก็คือ รัฐบาลเท่านั้น คนอื่นหรือแพทย์ทั่วๆไปไม่มีสิทธิ์ออกให้

จากอุปสรรคต่างๆดังกล่าว แม้จะมีการออกมาให้ข่าวจากผู้ประกอบการเจ้าของโครงการว่า แก้ไขปัญหาด้วยการผ่อนปรน เช่น การยืดเวลาโอนกรรมสิทธิ์ออกไป หรือ ทำหนังสือมอบอำนาจ แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ง่ายๆ ประกอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือ ทางโครงการได้นำเอาคอนโดมิเนียมที่ขายไม่หมดออกมาประกาศลดราคาหรือขายถูกกว่าราคาช่วงพรีเซล ทำให้เป็นสาเหตหนึ่งที่กลุ่มผู้ซื้อที่เป็นคนจีนยอมทิ้งเงินดาวน์

“ที่เห็นในตอนนี้เจ้าของโครงการลดราคาขายเหลือ 70-80% หรือบอกขายลดราคา 20-30% บางเจ้ามากกว่านั้นที่ทำได้เพราะเขาได้เงินดาวน์มาแล้ว ไม่ขาดทุน” 

พร้อมกันนี้แหล่งข่าวที่เป็นเอเจนท์จีนยังกล่าวด้วยว่าขณะนี้ยังตอบได้ไม่ชัดเจนว่ากลุ่มผู้ซื้อที่เป็นคนจีนจะกลับมาได้เร็วหรือช้าแค่ๆหน แต่จากสถานการณ์การต่างๆที่เกิดขึ้นมองว่าตลาดน่าจะค่อยๆกลับมาคงตองใช้เวลาอีกสักระยะอย่างน้อยก็อีก 2 ปี ซึ่งถึงเม้จะกลับมาแต่ก็คงซื้ออสังหาฯหรือซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้ไม่ง่าย ด้วยเพราะการจำกัดการเอาเงินออกนอกประเทศของรัฐบาลจีน รวมถึงสงครามการค้า จีน-สหรัฐฯ ทำให้คนจีนชะลอการใช้จ่ายและลงทุน นอกจากนี้ยังติดข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ต่างๆจากหน่วยงานราชการในเมืองไทย รวมถึงการตั้งราคาขายที่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับราคาที่ประกาศขายผ่านเว็บไซต์ที่เห็นในปัจจุบัน ประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้จะทำให้นักลงทุนชาวจีนเลือกและเปรียบเทียบมากขึ้น

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*