ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี จะเป็นช่วงผู้ประกอบการอสังหาฯทุกค่าย ทำยอดขายได้น้อยกว่าปกติ เนื่องจากเป็นเดือนที่มีวันหยุดหลายช่วง หลายวัน ดีมานด์ส่วนใหญ่มักออกเดินทางไปต่างจังหวัด จึงไม่มีบรรยากาศในการซื้อขายช่วงเดือนดังกล่าว แต่ในปี 2563 เกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปในทุกอุตสาหกรรม แต่ในภาคอสังหาฯนั้นทุกค่ายต่างปรับตัวรับมือกับวิกฤติดังกล่าว ด้วยการนำโครงการต่างๆที่เปิดขายมาขายในรูปแบบออนไลน์ และใช้ระบบ Video Call เพื่อให้เห็นภาพเสมือนจริง  รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่นแรงๆ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 50% ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่บางบริษัทประสบความสำเร็จ สามารถทำยอดขายในช่วงเดือนเมษายน 2563 ได้มากกว่าในเดือนเมษายน 2562 ซึ่งยอดขายที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นเรียลดีมานด์โดยแท้จริง ขณะที่บางบริษัทฯอาจจะติดลบจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมาจากการที่ไม่ค่อยมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 หรือแคมเปญที่จัดในช่วงวิกฤติ โควิด-19 ยังไม่ตอบโจทย์ดีมานด์

SIRI ยอดขายโต 2,000%

เริ่มจาก บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน)หรือ SIRI  ในเดือนเมษายน 2563 สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 6,300 ล้านบาท จาก 62 โครงการทั่วประเทศ เติบโตขึ้นมาประมาณ 2,000% จากโครงการแนวราบและแนวสูง ในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 50:50  ซึ่งนับว่าเป็นยอดขายที่สูงกว่าระดับปกติที่เคยทำได้ในระยะเวลาหนึ่งเดือน  และมากกว่าในเดือนเมษายน 2562 ที่ทำได้เพียง 300 ล้านบาท ที่ประสบปัญหากับปัจจัยลบต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV)  ประกอบกับช่วงเดือนเมษายน ของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีวันหยุดมาก ทำให้ไม่ค่อยมียอดขาย แต่ในช่วงเมษายน 2563 ยังเป็นช่วงที่อยู่ในวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้แสนสิริฯปรับแผนทำ Digital marketing พร้อม Virtual Sales Gallery ดูบ้านตัวอย่างได้ทาง YouTube โดยลูกค้าสามารถ chat ผ่าน Line และ Facebook เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ และซื้อผ่าน Online Booking ได้ทันที  รวมไปถึงจัดแคมเปญ “แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน” ขึ้นมา ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอกเป็นเวลาถึง 2 ปี ส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อในทันที ทำให้ยอดขายในเมษายน ปีนี้พุ่งสวนกระแสวิกฤติ โควิด-19

GOLD กวาดยอดขาย 2,221 ล้านบาท

บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ หรือ GOLD สามารถทำยอดขายเดือนเมษายน 2563 ได้รวม 2,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 121% เทียบกับเดือนเมษายน 2562 ที่ทำยอดขายได้ 1,837 ล้านบาท  ทั้งนี้เพราะมีการเร่งสร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ และโซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงลดขั้นตอนเรื่องเอกสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องเข้ามาที่โครงการ ทำให้มียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ORI โกยกว่า 1,700 ล้านบาท

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI  ในเดือน เมษายน 2563 ที่ผ่านมาบริษัทฯสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 1,700 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมียอดขายที่ 700 ล้านบาท โดยยอดขายที่ทำได้ในช่วงเดือนเมษายนของปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นการขาย inventory แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการในกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมกว่า 1,100 ล้านบาท และยอดขายจากกลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรรกว่า 600 ล้านบาท

ทั้งนี้ทางออริจิ้นให้เหตุผลว่า ปกติช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาฯไม่ค่อยคาดหวังมากนัก เนื่องจากเป็นเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างมาก ไม่สามารถจัดอีเวนท์กระตุ้นการขายได้มากนัก แต่สถานการณ์ โควิด-19 ในปีนี้ ออริจิ้นฯได้หันมาใช้กยุทธ์ Online-Merge-Offline (OMO)มากขึ้น พร้อมกับจัดแคมเปญ“Always Online” ขึ้นมา ทำให้ดึงดูดกำลังซื้อได้มาก ส่งผลให้ยอดขายในเดือนเมษายน 2563 เติบโตถึงประมาณ 142% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

AP-SPALI พลาดเป้ายอดหด

บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน)หรือ AP สามารถทำยอดขายเดือนเมษายน 2563 ได้ 2,282 ล้านบาท ซึ่งลดลงไป 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ซึ่งสามารถทำยอดขายได้ 2,410 ล้านบาท  สาเหตุเพราะ ยอดขาย 4 เดือนแรกของปี 2562 ส่วนใหญ่มาจากการเปิดตัวคอนโดฯใหม่มากถึง 4 โครงการ คือ Aspire สุขุมวิท-อ่อนนุช Aspire อโศก-รัชดา RHYTHM เอกมัย เอสเตท และ The Address สยาม-ราชเทวี  ในขณะที่ 4 เดือนแรกของปี 2563 นี้ บริษัทยังไม่มีแผนเปิดตัวคอนโดฯใหม่แต่อย่างใด ดังนั้นยอดขายในเดือนเมษายน 2563 จึงมาจากโครงการคอนโดฯและแนวราบที่อยู่ระหว่างการขายและก่อสร้าง เท่านั้น

ในขณะที่บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) หรือ SPALI  เปิดเผยข้อมูลได้เพียงว่ายอดขายเดือนเมษายน 2563 ลดลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 อันเนื่องมาจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เมื่อปลายเดือนเมษายน 2563 ปรากฏว่ายอดการเข้าเยี่ยมชมโครงการกลับเริ่มมาดีขึ้น เนื่องจากลูกค้าเริ่มคลายความกังวลบ้างแล้ว จึงส่งผลให้เดือนพฤษภาคม 2563 เริ่มมียอดขายที่ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

จะเห็นได้ว่าบางบริษัทฯที่กล้าทุ่มงบจัดแคมเปญหนักอย่างต่อเนื่อง ก็จะได้รับผลตอบรับจากลูกค้า สามารถกวาดยอดขายได้อย่างมหาศาล ในขณะที่บางษัทฯที่ไม่ค่อยทุ่มงบในการรจัดแคมเปญ หรือไม่มีโครงการเปิดตัวใหม่ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ก็ทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*