แสนสิริฯสวนกระแสกวาดยอดขายเดือนเม.ย.ได้สูงถึง 6,300 ล้านบาท เผยแคมเปญแสนสิริผ่อนให้ 24 เดือนลูกค้าตอบรับดีตัดสินใจซื้อเร็ว  ล่าสุด Sold out อีกถึง 7 โครงการต่อเนื่อง ทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท คาดยอดขายครึ่งปีโตเกิน 100% ระบุแบรนด์ “ดีคอนโด กำแพงแสน”ซื้อเพื่อลงทุนสูงถึง 80% อัตราผลตอบแทนต่อการปล่อยเช่า Yield สูง 56.4% จากราคาขายเฉลี่ยเพียง 58,000 บาทต่อตารางเมตร
นายอุทัย  อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า แสนสิริสามารถสร้างยอดขายจากโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ในเดือนเมษายน 2563ได้สูงถึง 6,300 ล้านบาท (ลบ.) ซึ่งนับว่าเป็นยอดขายที่สูงกว่าระดับปกติที่เคยทำได้ในระยะเวลาหนึ่งเดือนรวมทั้งยังโตสวนสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงในสถานการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ทั้งนี้จากการประเมินความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากการความเชื่อมั่นในแบรนด์ แสนสิริ รวมทั้งการการส่งมอบแคมเปญที่เข้าใจใน Customer Insight จากสถานการณ์อสังหาฯ ที่กลุ่มลูกค้ายังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง ขณะที่มีการตัดสินใจที่มากขึ้น และจากการจัดแคมเปญ แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2563  ส่งผลให้ลูกค้าให้การตอบรับสูงและรวดเร็ว จากการจองซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว ไม่ต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอกเป็นเวลา 2 ปี

“จากความสำเร็จในด้านต่างๆรวมถึงยอดขาย 6,300 ล้านบาทที่ทำได้ล่าสุดในเดือนเมษายน ส่งผลให้แสนสิริมียอดขายพรีเซลล์รวมล่าสุดอยู่ที่ 17,300 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 4 เดือนขยับเข้าใกล้ตัวเลขเป้ายอดขายครึ่งปีแรก 23,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เติบโตขึ้นกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สวนกระแสตลาดหดตัว” นายอุทัย กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังรักษาความเป็นผู้นำ ด้วยการทยอยปิดการขายโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งแนวราบและแนวสูง อาทิ ปิดการขายโครงการบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ได้แก่ โครงการสราญสิริ ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ, โครงการนาราสิริ โทเพียรี่, โครงการนาราสิริ พุทธมณฑล สาย 1, โครงการนาราสิริ บางนา, โครงการสราญสิริ เกาะแก้วและบุราสิริ เกาะแก้ว ภูเก็ต เป็นต้น  รวมไปถึงปิดการขาย “ไทเกอร์ เลน” ลักชัวรี่ โฮมออฟฟิศ ย่านเสือป่า เยาวราช

ล่าสุดบริษัทยังได้ปิดการขายไปอีก 7 โครงการต่อเนื่อง ทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท จากกลุ่มลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์แสนสิริ แบ่งเป็น 5 โครงการแนวราบ ได้แก่บ้านเดี่ยวในโครงการบุราสิริ ราชพฤกษ์ – 345 ทาวน์โฮมแบรนด์สิริเพลส ,โครงการ สิริ เพลส ราชพฤกษ์ – รัตนาธิเบศร์, สิริ เพลส ติวานนท์ และสิริ เพลส กัลปพฤกษ์ – สาทร รวมถึง ช้อปเฮาส์ในโครงการสิริ อเวนิว เพชรเกษม 81

นอกจากนี้ยังปิดการขาย 2 คอนโดมิเนียมแบรนด์ดีคอนโด ได้แก่ ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท กู้กู ภูเก็ต และ ดีคอนโด กำแพงแสน ซึ่งมีดีมานต์จากลูกค้าที่มองเห็นราคาที่ดี และเชื่อว่ามูลค่าโครงการสูงขึ้นในอนาคต โดยโครงการดีคอนโด กำแพงแสน ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพโครงการและศักยภาพทำเลที่ตั้ง ที่ใกล้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าจากการปิดขายโครงการที่ซื้อเพื่อลงทุนสูงถึง 80% จากอัตราผลตอบแทนต่อการปล่อยเช่าที่ดี หรือ Yield สูงถึง 5-6.4% ในราคาขายเฉลี่ยเพียง 58,000 บาทต่อตารางเมตร ส่งผลให้โครงการประสบความสำเร็จ

“แสนสิริยังเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าซื้อบ้านได้สะดวกที่สุด ในช่วงล็อคดาวน์ โดยทุ่มทำ digital marketing พร้อม Virtual Sales Gallery ดูบ้านตัวอย่างได้ทาง YouTube โดยลูกค้าสามารถ chat ผ่าน Line และ Facebook เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ และซื้อผ่าน online booking ได้ทันที พร้อมยังมีการยกระดับความสะอาดและความปลอดภัยเพื่อให้ลูกค้าเข้าชมโครงการด้วยความมั่นใจ คุมเข้มด้วยมาตรการ Sansiri care for All… เพราะเราห่วงใย พร้อมบริการ Private Tour เพื่อให้ไม่ต้องปะปนกับผู้อื่น ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า จากความสำเร็จด้านยอดขายที่รวดเร็วรวมถึงการรุกการตลาดที่แข็งแกร่ง จะทำให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายในช่วงครึ่งปี 23,000 ล้านบาทตามที่วางเป้าหมายไว้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เติบโตขึ้นกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สวนกับกระแสสภาวะตลาดหดตัวในปัจจุบัน” ” นายอุทัย กล่าวในที่สุด

                                                                                 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*