บอร์ด บสส.ประกาศแต่ตั้ง “ดร.กฤษฎา เสกตระกูล” นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการ SAM คนใหม่ มีผล 28 เม.ย.63 วางเป้าหมายดันภารกิจเด่นชัด เน้นนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้พ้นวิกฤติทางการเงิน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม และให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน   
ดร.กฤษฎา เสกตระกูล  เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ได้มีมติแต่งตั้งให้ตนเข้ามาดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ SAM ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการในคณะกรรมการ บสส. เพื่อดูแลการบริหารงานของ SAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของประเทศมายาวนานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมา SAM ได้ให้การช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งในภาคธุรกิจ และภาคประชาชนรายย่อย ให้สามารถกลับไปดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตได้ตามปกติมาแล้วรวมกว่า 50,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้มากกว่า 300,000 ล้านบาท

รวมถึงยังช่วยส่งคืนอสังหาริมทรัพย์รอการขาย (NPA) กลับคืนเข้าสู่ระบบด้วยการขายให้กับนักลงทุน และประชาชนทั่วไป ให้นำไปพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจไทยไปแล้วเป็นมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท  นอกจากนี้ SAM ยังช่วยส่งเงินสดคืนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไปแล้วเป็นจำนวนรวมกว่า 250,000 ล้านบาท และในช่วงเวลาที่ผ่านมา SAM ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศผ่าน โครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งหากนับจากการเปิดโครงการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 ถึงปัจจุบัน มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 50,000 ราย ทำให้วันนี้ประชาชนที่ตกอยู่ในความยากลำบากจากการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล มีทางออกในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเมื่อปัญหาภาระหนี้สินคลี่คลายก็จะช่วยส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตและครอบครัวของประชาชนดีขึ้น และมีผลในเชิงบวกโดยตรงต่อความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป

ดร. กฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการของ SAM ในช่วงเวลานี้ นับเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศและของโลกอยู่ในภาวะถดถอยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อประชาชนและภาคธุรกิจรุนแรงและยาวนาน โดยเฉพาะตัวเลขหนี้เสียที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงได้มอบนโยบายให้ SAM ในฐานะที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐให้ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและช่วยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของประเทศให้พลิกฟื้นคืนกลับมาโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้วางภารกิจให้ SAM เป็นศูนย์กลางการให้ความรู้เพื่อบริหารหนี้สำหรับภาคประชาชนและธุรกิจ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่กำลังเดือดร้อนควบคู่ไปกับการผลักดันนโยบายระยะยาวในการให้ความช่วยเหลือแก่สังคม โดยเน้นการให้ความรู้ทางการเงินเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารจัดการทางการเงินในระดับครัวเรือน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*