กลุ่มทุนใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้ง กลุ่มซีพี ,โมริ บิลดิ้ง จากญี่ปุ่น,กลุ่มแลงแฮม จากฮ่องกง และกลุ่มทุนสิงคโปร์ แข่งเสนอซื้อหุ้นกว่า 98% ในบริษัท“รอยัล ออคิดฯ”ที่มีโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 700 ห้องบนพื้นที่ 5 ไร่  คนวงในบริษัทแกรนด์ แอสเสทฯ เผยคณะกรรมการบริษัทพิจารณาคัดเลือกพรุ่งนี้ (วันที่ 31 มีนาคม 63)มูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านบาท

 

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND เปิดเผยว่า  ในวันพรุ่งนี้ (31 มีนาคม 2563) คณะกรรมการบริหารบริษัทฯจะพิจารณาคัดเลือกกลุ่มทุนที่แสดงความประสงค์ที่จะซื้อหุ้นบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)หรือ ROH ที่ แกรนด์ แอสเสทฯถืออยู่ 98.48 % ซึ่งหากมีการขายสำเร็จจะเป็นการซื้อขายโรงแรมที่มีมูลค่าในประเทศไทยสูงถึง 6,000 ล้านบาท การขายหุ้นครั้งนี้จะช่วยลดภาระหนี้และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนลงเหลือ 0.3 เท่าจากที่มีอยู่ประมาณ 1.3 เท่า

กลุ่มทุนที่สนใจเข้ามาหุ้นในบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิดฯ ครั้งนี้เป็นการสู้กันระหว่างกลุ่มทุนในประเทศไทยและกลุ่มทุนต่างประเทศ รวม 5 กลุ่มมาจาก ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ ฮ่องกง มีดังนี้ กลุ่มซีพี.,โมริ บิลดิ้ง จากญี่ปุ่น กลุ่มแลงแฮม จากฮ่องกง, กลุ่มสิงคโปร์ และกลุ่มทุนจากไทยอีกราย ทั้งนี้บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิดฯ เป็นเจ้าของโรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทลส์และทาวเวอร์ เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว(ตรงข้าม ไอคอนสยาม) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนเนื้อที่ 5 ไร่ จำนวนห้องพักทั้ง 726 ห้องโดยโรงแรมตั้งอยู่ในศูนย์กลางทางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางได้อย่าง สะดวกสบาย บริหารจัดการโดยกลุ่ม Marriott International ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แกรนด์ แอสเสทฯได้กล่าวระหว่างงานแถลงถึงแผนธุรกิจของกลุ่มบริษัท ประจำปี 2563 สถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดมีผลกระทบอย่างมากกับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะโรงแรมที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นชาวจีนและธุรกิจไมซ์ และยังไม่รู้ว่าจะมีจุดสิ้นสุดที่เดือนไหนสร้างผลกระทบให้กับโรงแรมต่างๆ ทั่วประเทศ บวกกับปีนี้บริษัทมีแผนปรับปรุงโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน  ส่งผลให้ประมาณการรายได้ปีนี้ลดลง คาดว่าธุรกิจโรงแรมภายในประเทศปีนี้จะมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท หรือลดลง 22.1% เมื่อเทียบกับปี 2562

ด้านนายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ก็ได้กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวแผนธุรกิจของกลุ่มบริษัท ประจำปี 2563 ด้วยเช่นกันว่า  กลุ่มบริษัทฯมีแผนที่จะลดภาระหนี้และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนจาก 1.7 เท่าให้เหลือไม่เกิน 1.2-1.5 เท่า ด้วยการตัดขายที่ดิน และทรัพย์สิน หรือขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัทในเครือให้ได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท เช่น ที่ดินย่านรัชดาภิเษก 23 ไร่  2,500 ล้านบาท , ที่ดินย่านรามอินทรา 60 ไร่มูลค่า 2,500 ล้านบาท  ,ที่ดินประมาณ 50 ไร่ย่านแจ้งวัฒนะ 500 ล้านบาท  ซึ่งเดิมบริษัทฯมีแผนที่จะนำมาพัฒนาโรงเรียนนานาชาติ รวมถึงมีแผนที่จะขายหุ้นใน รอยัลออคิด ฯ ที่แกรนด์ แอสเสท ฯ ถืออยู่ออกไปในสัดส่วน 40 % มูลค่า 6,000 ล้านบาท เป็นต้น โดยปัจจุบันมีภาระหนี้อยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ธนาคารประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท หนี้หุ้นกู้ 17,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นหนี้การค้า

ปัจจุบัน แกรนด์ แอสเสทฯ มีโรงแรมที่เปิดดำเนินการทั้งหมด 5 แห่ง มีห้องพักรวม 1,655 ห้อง ได้แก่ เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท 362 ห้อง, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา 240 ห้อง, เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า 54 ห้อง, รอยัลออคิด เชอราตัน 726 ห้อง และ ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุขุมวิท 273 ห้อง นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่จังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 1 แห่ง เป็นโครงการมิกซ์ยูส มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท ประกอบ ด้วยโรงแรม 209 ห้อง และโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบวิลล่าและคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับทั้งนักท่องเที่ยว และนักธุรกิจไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*