คอลลิเออร์สฯ เผยตลาดคอนโดมิเนียมย่านรามคำแหงบูมรับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มคาดการณ์ว่าในปี 2563 นี้อาจจะมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่บนทำเลย่านรามคำแหงอีกกว่า 6,610 ยูนิต

“รามคำแหง” เป็นอีกย่านที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากหลังจากที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) รวมระยะทาง 22.57 กม. ตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา  ล่าสุด การก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 56.86% โดยมีกำหนดเปิดบริการอย่างเป็นทางการในปี 2567

นอกจากนี้ยังมีการลงทุนจากภาคเอกชน ดังเช่น การ Renovate เดอะมอลล์ รามคำแหง 2 (ฝั่งมุ่งหน้ามาแยกพระราม 9-รามคำแหง)  ของบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ที่เตรียมปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็น “มิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์” รับรถไฟฟ้าสายสีส้ม เพิ่มศักยภาพทำเลย่านบางกะปิ-รามคำแหงให้คึกคักเพิ่มมากขึ้น บนที่ดินกว่า 30 ไร่ โดยเริ่มดำเนินการในปลายปี 2560 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2-3 ปี

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา อาคารสำนักงานภายใต้แบรนด์ “เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 – รามคำแหง” เป็นโครงการมิกส์ยูส (Mixed-use) รูปแบบใหม่ ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และร้านค้า มีพื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางเมตรหรือ ตร.ม. ยิ่งเป็นตัวผลักดันให้รามคำแหงเป็นทำเลที่ร้อนแรงเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เป็นทำเลศักยภาพใกล้ตัวเมืองและเป็นเขตรอยต่อของย่านธุรกิจ อย่างย่านรัชดา ทองหล่อและสุขุมวิท อีกทั้งยังเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์, มอเตอร์เวย์, ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนศรีรัช รวมถึงยังใกล้โรงพยาบาลชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลรามคำแหง และสถานศึกษาสำคัญของกรุงเทพฯ

นายภัทรชัย ทวีวงศ์  รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมย่านรามคำแหงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2563 บนทำเลย่านรามคำแหงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีคอนโดมิเนียนเปิดขายใหม่ย่านรามคำแหงแล้วกว่า 23,511 ยูนิต และคาดการณ์ว่าในปี 2563 นี้อาจจะมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่บนทำเลย่านรามคำแหงอีกกว่า 6,610 ยูนิต ซึ่งถือได้ว่าเป็นทำเลที่ร้อนแรงและน่าจับตามองเป็นอย่างมากในเวลานี้

สำหรับภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมย่านรามคำแหงในช่วงปี 2552 -2562 ผ่านมา พบว่า  มีคอนโดมิเนียนเปิดขายใหม่ย่านรามคำแหงแล้วกว่า  23,511 ยูนิต และคาดการณ์ว่าปี 2563 นี้จะมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่บนทำเลย่านนี้อีกกว่า  6,610 ยูนิต จากผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาด อาทิ

  • บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน)เตรียมเปิดตัวโครงการ D condo รามคำแหง 40 คอนโด Low Rise ในซอยรามคำแหง 40 ห่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีหัวหมาก 650 เมตร บนที่ดินประมาณ 3 ไร่ 2 อาคาร 369 ยูนิต
  • บริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมพัฒนาโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ The Living รามคำแหง ประมาณ 1,938 ยูนิต ในราคาเฉลี่ยไม่ถึง 3 ล้านบาท
  • บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน)เตรียมจะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ทำบนทำเลย่านรามคำแหงอีก 1 โครงการ
  • บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด เตรียมพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ Rhyme Ramkhamhaeng บนพื้นที่ 7 ไร่ 2 งาน เป็นคอนโดมิเนียม High-Rise 1 อาคาร 51 ชั้น + ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ยูนิตพักอาศัย 1,356 ยูนิต + ยูนิตเพื่อการพาณิชย์ 357 ยูนิต บริเวณปากซอยรามคำแหง 49 ตรงข้าม ม.รามคำแหง
  • บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้(มหาชน) เตรียมพัฒนาโครงการ The Origin รามคำแหง อินเตอร์เชนจ์ ประมาณ 487 ยูนิต
  • บริษัท นารายณ์พร็อพเพอตี้ จำกัด พัฒนาโครงการ The Parkland รามคำแหง เป็นคอนโดมิเนียม สูง 33 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 598 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถ: 270 คัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง

สำหรับอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายในปัจจุบันพบว่า ปัจจุบันทำเลย่านรามคำแหงมีคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 11 โครงการ ประมาณ 9,978 ยูนิต มูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 23,590 ล้านบาท ขายไปแล้ว 7,833 ยูนิตหรือคิดเป็น 78.5% เหลือขายทั้งหมดประมาณ 2,145 ยูนิต หรือคิดเป็น 21.5%

จากอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 9,978 ยูนิต พบว่า ผู้ประกอบการพัฒนาเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนมากที่สุดถึง 6,727 ยูนิต หรือคิดเป็น 67.4% โดยรองลงมาเป็น รูปแบบสตูดิโอ 2,156 ยูนิต หรือคิดเป็น 21.6% และ รูปแบบ 2 ห้องนอนประมาณ 1,095 ยูนิต หรือคิดเป็น 11.0% โดยพบว่ารูปแบบสตูดิโอสามารถขายได้มากที่สุดถึง 88.2% รองลงมาคือรูปแบบ 1 ห้องนอนที่ประมาณ 76.5% และรูปแบบ 2 ห้องนอนที่ 71.6%

จากข้อมูลพบว่า คอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายย่านรามคำแหง ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา ต่างๆดังนี้

  • ระดับราคา 2,500,001–3,000,000 บาท มากที่สุดที่ 2,393 ยูนิตหรือคิดเป็น 24.0%
  • รองลงมาคือระดับราคา 3,000,001-5,000,000  บาท ที่ประมาณ 2,204 ยูนิต หรือคิดเป็น 22.1%
  • และ ระดับราคา 2,250,001- 2,500,000 บาท ประมาณ 1,820 ยูนิตหรือคิดเป็น 2%

ทั้งนี้พบว่าในช่วงระดับราคา 1,250,001 – 1,500,000 บาท เป็นช่วงราคาที่ขายดีที่สุดอยู่ที่ประมาณ 94.8% เนื่องจากมียูนิตขายในตลาดเพียงแค่ 230 ยูนิตเท่านั้น รองลงมาคือระดับราคา 1,500,001 – 1,750,000 บาท ประมาณ 91.8% และระดับราคา 1,750,001 – 2,000,000 บาท ประมาณ 91.2%

นายภัทรชัย  ยังกล่าวด้วยว่า “รามคำแหง” ยังเป็นที่ทำเลที่ราคาขายของคอนโดมิเนียมมีการปรับขึ้นมากถึง 80% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยประมาณปีละ 8% จากราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่อยู่ประมาณ 50,000 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในย่านรามคำแหงจะอยู่ที่ประมาณ 90,000 บาทต่อตารางเมตร สำหรับโครงการที่เปิดขายใหม่ในปี 2563 นี้ คาดการณ์ว่า ส่วนใหญ่ระดับราคาขายเฉลี่ยของโครงการจะสูงกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร เนื่องจาก ในช่วงที่ผ่านมา ย่านรามคำแหงเป็นทำเลที่ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และจากความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ณ เดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คืบหน้าไปแล้วกว่า 56.86% โดยรถไฟฟ้าสายนี้จะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2567 และเป็นรถไฟฟ้าอีกหนึ่งสายที่ภาคเอกชนทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ต่างรอคอย

สำหรับราคาที่ดินในย่านรามคำแหงหลังจากที่รถไฟฟ้าเริ่มสร้างตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็มีการปรับขึ้นราคาเป็นอย่างมากโดยปัจจุบันราคาขายของที่ดินย่านรามคำแหงติดถนนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 250,000 – 400,000 บาทต่อตารางวา และที่ดินในซอยจะอยู่ที่ประมาณ 120,000 – 160,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาที่ดินในบริเวณย่านนี่จะมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกประมาณไม่ต่ำกว่าปีละ 7% ตามระยะของการก่อสร้างรถไฟฟ้าบนทำเลย่านนี้  ซึ่งถือว่า เป็นทำเลศักยภาพใกล้ตัวเมืองและเป็นเขตรอยต่อของย่านธุรกิจ อย่างย่านรัชดา ทองหล่อและสุขุมวิท อีกทั้งยังเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์, มอเตอร์เวย์, ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนศรีรัช รวมถึงยังใกล้โรงพยาบาลชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลรามคำแหง และสถานศึกษาสำคัญของกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*