พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ห่วงใยลูกบ้าน ดึงพันธมิตรระดับโลก Rentokil Initial ดูแลสุขอนามัยเตรียมพร้อมให้บริการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลางโครงการคอนโดฯ บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ที่อยู่ในความดูแลบริหารจัดการกว่า 200 โครงการ พร้อมยกระดับมาตรการเข้มข้นรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19  ดำเนินงานบนมาตรฐานเดียวกันทุกโครงการทั้งในกรุงเทพฯต่างจังหวัด สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้ลูกบ้าน
นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด  เปิดเผยว่า หนึ่งในธุรกิจหลักของพลัสฯ คือการบริหารโครงการที่พักอาศัยและบริหารทรัพยากรอาคารสำนักงานชั้นนำระดับประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับการบริหารจัดการขั้นสูงสุดในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ความอุ่นใจและมั่นใจกับลูกบ้านและผู้มาติดต่อในอาคารและสถานที่ที่พลัสฯ ดูแล กว่า 200 โครงการ และเพื่อยกระดับการดูแลและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกบ้าน ล่าสุด พลัสฯ ได้จับมือกับเร็นโทคิล อินนิเชียล (Rentokil Initial) ผู้นำด้านกำจัดสัตว์รบกวนและสุขอนามัยภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำของโลกจากประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นพันธมิตรด้านการดูแลสุขอนามัยในธุรกิจที่อยู่อาศัยเพียงรายเดียวในประเทศไทย สำหรับการดูแลด้านบริการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลางในโครงการที่พลัสฯ บริหารจัดการอยู่ ทั้งนี้การให้บริการจะเป็นไปตามความเห็นชอบของนิติบุคคลในแต่ละโครงการ นอกจากนี้ยังมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกบ้านของพลัสฯ ที่ต้องการใช้บริการฆ่าเชื้อโรคในที่พักอาศัยส่วนตัวสามารถใช้บริการของเร็นโทคิล อินนิเชียล ได้ในอัตราพิเศษตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ที่ผ่านมา พลัสฯ ได้ยกระดับการดูแลโครงการที่อยู่อาศัยอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ โดยทีม PLUS Living Management ได้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วย 5 มาตรการพิเศษ ประกอบไปด้วย

1.การเตรียมความพร้อมด้านพนักงาน โดยการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อให้ทีมบริหารโครงการมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยผู้ที่เข้ารับการอบรมจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สู่เจ้าหน้าที่ทุกระดับของโครงการทั้ง แม่บ้าน รปภ. รวมถึงออกมาตรการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงขอความร่วมมือพนักงานไม่ให้เดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง ถัดมาคือ

2.ทำความสะอาดทุกชั่วโมง ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้ 99.9% ในจุดที่เป็นผิวสัมผัสต่างๆ ในอาคาร เช่น ปุ่มลิฟต์ ราวจับบันได ลูกบิดประตู และเพิ่มรอบความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้นเป็น 3 ครั้งต่อวัน (เช้า บ่าย เย็น) รวมถึงอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลาง (เช่น ล็อบบี้ ห้องออกกำลังกาย Co-working Space  คลับเฮาส์ Educational Playground ห้องเอนกประสงค์)

3.เตรียมเจลฆ่าเชื้อชนิดเข้มข้น แอลกอฮอล์70% และหน้ากากอนามัย ให้บริการลูกบ้านไว้ตามจุดต่างๆ ของอาคาร รวมถึงมีคำแนะนำการล้างมือให้ถูกวิธีและวิธีสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องถึง 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) ติดประกาศในทุกโครงการ และประชาสัมพันธ์ผ่านแอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกบ้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องการเชื้อไวรัส

4.แจ้งข่าวสารให้ลูกบ้านได้รับทราบความเคลื่อนไหวของมาตรการต่างๆ ตลอดเวลา ทั้งมาตรการการดูแลที่อยู่อาศัย รวมถึงมาตรการการดูแลจากทางภาครัฐ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกบ้านผ่าน Home Service Application และ Living Plus Application ตลอดจนช่องทางที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ

5.เตรียมพร้อมหมายเลขติดต่อประสานงานกับสถานพยาบาลที่ใกล้โครงการ กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือลูกบ้านต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดการส่งต่ออย่างรวดเร็ว รวมถึงเจรจาเพื่อเป็นพันธมิตรในการดูแลรักษาสุขภาพกับโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้โครงการ เช่น การทำบัตรส่วนลดในการเข้าใช้บริการโรงพยาบาลที่เป็นพันธมิตรให้กับลูกบ้าน

“พลัสฯ ยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมจะปรับปรุงมาตรการต่างๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ภายใต้การดูแลที่อยู่อาศัยบนมาตรฐานเดียวกันทุกโครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะการร่วมมือกับ เร็นโทคิล อินนิเชียล ครั้งนี้ ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำให้บริการกับองค์กรระดับประเทศ ทั้งสนามบิน โรงแรมชั้นนำ นับเป็นการยกระดับการให้บริการของ PLUS Living Management ที่ พลัสฯ ดูแลจากใจ ใส่ใจทุกความหลากหลาย พร้อมส่งมอบบริการตลอดจนการบริหารจัดการโครงการที่ใส่ใจทุกมิติการอยู่อาศัย โดยมั่นใจได้ว่าการรับมือไวรัสโควิด-19 ที่เข้มข้นของทุกภาคส่วน จะทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน” นางสาวนฤมล กล่าวในที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*