ไอริสฯรับตลาดอสังหาฯชะลอตัว ส่งผลเปิดตัวใหม่ปี 63 เพียง 2 โครงการ รวมมูลค่า 2,200 ล้านบาท ประเดิมเปิด “IDEN เกษตรฯ พหลโยธิน ที่เลื่อนมาจากปี62 คาด 2 เดือนยอดขายแตะ 10 กว่ายูนิต ด้านผลเจรจาร่วมทุนพันธมิตรต่างชาติยังไม่คืบ พร้อมชะลอแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯไปอีก 2 ปี ตั้งเป้ารับรู้รายได้ 1,000 ล้านบาท
นายกิตติพงษ์ สุมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจปี 2563 ว่า มีอัตราการเติบโตเพียง 2% ในขณะที่ตลาดอสังหาฯยังไม่ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา โดยมีอัตราการเติบโตต่ำกว่า 2-3% เนื่องจากกำลังซื้อชะลอตัว ส่งผลให้ในปี 2563 บริษัทฯเปิดตัวใหม่เพียง 2 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 2,200 ล้านบาท โดยเป็นโครงการที่เลื่อนการเปิดตัวจากปี 2562 จำนวน 1 โครงการ “IDEN เกษตรฯ-พหลโยธิน” ตั้งอยุ่บนพื้นที่ 18 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของทาวน์เฮาส์ 3 ชั้นครึ่ง ขนาดตั้งแต่ 22.8-31 ตารางวา ราคาเร่ิมต้นที่ 8.59-15 ล้านบาท จำนวน 85 ยูนิต และบ้านแฝด ขนาด 22-43 ตารางวา ราคาเร่ิมต้นที่ 8.59-20 ล้านบาท จำนวน 32 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท โดยจะเร่ิมเปิดขายรอบ VVIP ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มีนาคม 2563 คาดว่าในช่วงระยะเวลา 2 เดือนนี้จะสามารถทำยอดขายได้ 10 กว่ายูนิต


ปัจจุบันทำเลเกษตร พหลโยธิน เป็นทำเลที่บูมและมีศักยภาพ เดิมทีทำเลตรงนี้เป็นเขตพักอาศัยอยู่แล้ว มีหมู่บ้านอยู่หลายโครงการ รวมถึงตึกแถว เมื่อมีการตัดถนนประเสริฐมนูกิจขึ้นมา ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น บริเวณนี้จึงเป็นที่อยู่อาศัยหรือแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ และหลังจากที่มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต) เข้ามา ก็ยังเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดนักพัฒนาอสังหาฯทั้งรายเล็กรายใหญ่ เข้ามาลงทุนด้านที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยดีมานด์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาชีพอิสระที่กำลังเติบโต ขณะที่บริษัทฯขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งในย่านเดียวกั

ส่วนอีก 1 โครงการเป็นการพัฒนาแนวราบ ภายใต้แบรนด์ “ICOPEHN” บริเวณสุขุมวิท 76 บนพื้นที่ทั้งหมด 16 ไร่ มีแผนจะพัฒนาในรูปแบบของทาวน์เฮาส์ จำนวน 200 ยูนิต มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้้

ด้านความคืบหน้าโครงการ IDEN Sukhumvit101 ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 6 ไร่ เป็นทาวน์โฮม จำนวน 42 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟสๆแรก มีจำนวน 14 ยูนิต ขนาด 35.2 ตารางวา ราคา 24-28 ล้านบาท โดยได้พรีเซลไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขาย 5%

ปัจจุบันบริษัทฯยังมีที่ดินสะสมรอการพัฒนาอยู่ 4 แปลง ได้แก่ ที่ดินย่านพระราม 9 ,ย่านตลิ่งชัน ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีแดง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ ซึ่งมีแผนพัฒนาในรูปแบบแนวราบเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดข้อมูลได้ ,ที่ดินที่จ.ชลบุรี จำนวน 21 ไร่ มีแผนจะพัฒนาโครงการแนวราบ  และ ที่ดินที่จ.ระยอง บริเวณหาดพลา จำนวน 34 ไร่ มีแผนจะพัฒนาในรูปแบบมิกซ์ยูส และโครงการบ้านสำหรับผู้สูงวัย  ซึ่งทั้งหมดนี้หากนำมาพัฒนา จะมีมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าในการเจรจากร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาตินั้น ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งในปีนี้ยังคงไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาข้อมูล

ด้านแผนนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2564 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) คงต้องเลื่อนออกไปอีกประมาณ 2 ปี เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจยังไม่เอื้ออำนวย ซึ่งต้องดูสถานการณ์ตลาดในช่วงเวลานั้นด้วย

อย่างไรก็ตามในปี 2563 บริษัทฯคาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท จาก 3 โครงการ คือ ไอริส เวสท์เกต ,ไอริส พาร์ค ชัยพฤกษ์-วงแหวน และ IDEN Sukhumvit101 และจาก 2 โครงการใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ ปัจจุบันบริษัทฯมีสินค้าเหลือขายคิดเป็นมูลค่า 1,620 ล้านบาท แบ่งเป็นไอริส เวสท์เกต จำนวน 150 ยูนิต มูลค่า 220 ล้านบาท และไอริส พาร์ค ชัยพฤกษ์-วงแหวน จำนวน 180 ยูนิต มูลค่า 700 ล้านบาท และ IDEN Sukhumvit101 มูลค่า 700 ล้านบาท คาดว่าโครงการดังกล่าวจะปิดการขายภายในระยะเวลา 2 ปี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here