Project Highlight

  • คอนโดมิเนียม ระดับ Super-Luxury โครงการแรกภายใต้แบรนด์  “มัลเบอร์รี่ โกรฟ”
  • มูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท บนทำเลใจกลางสุขุมวิท เพียง 250 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย
  • 30-YEAR WARRANTY การรับประกัน 30 ปี
  • MULBERRY SPECIAL SERVICES การบริการพิเศษต่าง ๆ ของทางโครงการ อย่าง CAREGIVER ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง, WELLNESS MANAGER ผู้เชี่ยวชาญการออกกำลังกาย, บริการ Afternoon Tea ฟรีทุกวัน, CONCIERGE SERVICE
  • INTERGENERATIONAL ACTIVITIES กิจกรรมที่โครงเตรียมไว้่ให้ ทั้งการเวิร์คชอปต่าง ๆ อย่าง คลาสการทำอาหาร, คลาสออกกำลังกาย กิจกรรมเสริมสร้างทักษะสำหรับเด็ก
  • ENERGY RECOVERY VENTILATION (ERV) เทคโนโลยีทันสมัยที่ใช้ในการตรวจสภาพอากาศภายในห้องนอน และสร้างความมั่นใจในคุณภาพของอากาศภายในตัวอาคาร
  • SECURITY AI ความปลอดภัย ระบบ AI จากหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง MQDC และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก
  • COMBINEABLE / CONNECTABLE ROOMS ห้องพักอาศัยถูกออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกันได้ ตอบสนองความต้องการของครอบครัวใหญ่ที่ต้องการอยู่อาศัยร่วมกัน
  • Location โครงการตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท เพียง 250 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ

โครงการ MULBERRY GROVE Sukhumvit คือแบรนด์ Super-Luxury Residence ภายใต้แนวคิด “DESIGN FOR THE FINEST INTERGENERATION LIVING คอนโดที่ออกแบบเพื่อทุกเจเนอเรชั่น” ครั้งแรกของประเทศไทยที่ถูกพัฒนาจากการต่อยอดแนวคิด For All Well-Being ของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือที่เรารู้ จักกันในชื่อ MQDC เป็นโครงการที่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตครอบครัวส่วนหนึ่งในปัจจุบันที่มี pain point เรื่องความสัมพันธ์และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกหลายรุ่นที่นำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ในครอบครัวและสังคม โดย MULBERRY GROVE ได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องร่วมกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) และจากการศึกษางานวิจัยจากทั่วโลก ฝ่าย Research พบว่าความสุขลดลง สุขภาพแย่ลง 78%ของคนไทยอยากอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ Co creation พัฒนาโครงการร่วมกับลูกค้า 8 ครอบครัว ทำอะไรบ้าง ในแต่ละเวลา แล้วนำมาพัฒนาเป็น Facility โครงการ Inter generation well being Care Giver ตลอด24ชั่วโมง เพื่อดูแลสุขภาพ เป็นต้น

MULBERRY GROVE Sukhumvit จึงพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Super-Luxury Multi-Residence Platforms เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวในทุกรูปแบบ ที่มีหัวใจหลักคือการเอื้อให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันระหว่างสมาชิกหลายรุ่นในครอบครัว ซึ่งเป็นมากกว่า Super-Luxury Residence เพราะทุกรายละเอียดถูกออกแบบและพัฒนาจากความต้องการของสมาชิกครอบครัวทุกรุ่นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอาคารและส่วนอยู่อาศัย การตกแต่งภายในที่สวยงามแบบไร้กาลเวลา สถานที่ทำกิจกรรมและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อสุขภาพแบบองค์รวมต่างๆ นวัตกรรมและเทคโนโลยี และบริการเสริม ที่ใส่ใจรายละเอียดการใช้งานที่เหมาะกับผู้อยู่อาศัยทุกๆวัย เพื่อตอบโจทย์ทั้งความเป็นส่วนตัวและเอื้อให้เกิดการใช้เวลาร่วมกัน ไปจนถึงการใช้วัสดุก่อสร้างทุกชนิดที่ดีต่อสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยการวิจัยและพัฒนาร่วมกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดยทุกโครงการจะตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกครอบครัวทุกรุ่น และส่งเสริมให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกทุกรุ่น เพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขอย่างยั่งยืน

Facility

MULBERRY INTERGENERATION FACILITY

แบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ๆ ได้แก่

  • INTERGENERATION WELL-BEING เสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของคนทุกเจเนอเรชั่น ด้วย CAREGIVER ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่คอยให้คำปรึกษา และความช่วยเหลือตลอด 24 ชม., สระว่ายน้ำมากถึง 4 สระ ที่ถูกออกแบบตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัย ทั้ง INFINITY SKY POOL, HYDROTHERAPY POOL, THERMAL POOL และ CHILDREN’S POOL, SKY-HIGH GYM STUDIO ตอบโจทย์คนรักสุขภาพด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครันจากแบรนด์ที่ดีที่สุดจากอิตาลี, PRIVATE SPA ห้องสปาส่วนตัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน, PRIVATE SKY-HIGH ONSEN ออนเซนส่วนตัว ที่สามารถจองล่วงหน้าเพื่อใช้บริการกับคนในครอบครัว, BALLET SUITE, PATIO GYM, YOGA SUITE ที่สามารถนำครูมาสอนได้ถึงที่โครงการฯ
  • INTERGENERATION KNOWLEDGE พื้นที่แห่งการเรียนรู้สุดหลากหลายได้ที่โครงการฯ ด้วย PRIVATE STUDY STUDIO พื้นที่ส่วนตัวสำหรับทำงาน ทำการบ้าน หรือเรียนพิเศษ ที่สามารถจองเพื่อใช้งานส่วนตัวได้, THE MULBERRY’S LIBRARY ห้องสมุดที่จะรวบรวมหนังสือประเภทต่าง ๆ ไว้, CHILDREN’S ROOM ที่ถูกออกแบบเพื่อให้สภาพแวดล้อมช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กทุกคนค้นพบความสามารถ และพัฒนาทักษะทางสังคม
  • INTERGENERATION SOCIAL LIFESTYLE SUITE พื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สานความสุข ทั้ง GRAND PRIVATE FAMILY ROOM ห้องกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับครอบครัว ภายในมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน, RESIDENTIAL LOUNGE เลานจ์สุดหรู พื้นที่สำหรับการพักผ่อน เพลิดเพลินกับทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า พร้อมบริการ Afternoon Tea ฟรีทุกวัน, PRIVATE STYLE ATELIER ห้องแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม และทำเล็บสำหรับคุณผู้หญิง ที่สามารถเรียกช่างมาเสริมความงามแบบส่วนตัวได้ ซึ่งโซนดังกล่าวสามารถจองการใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างสะดวกสบาย
  • INTERGENERATION NATURE สร้างที่อยู่อาศัยให้อยู่คู่ธรรมชาติ กับ 3 สวนยั่งยืนบนพื้นดินโครงการ GOURMET COURTYARD สวนปลูกพืชผักสวนครัวที่ลูกบ้านสามารถมาร่วมกันปลูกผักไว้รับประทานเองได้ ซึ่งทางโครงการมีเจ้าหน้าที่ดูแลสวนผักเพื่อนำมาบริการให้สำหรับลูกบ้าน, ENGLISH COURTYARD สวนหน้าบ้านที่ออกแบบเป็นสวนในสไตล์อังกฤษ ที่สามารถให้ผู้อยู่อาศัยมาปิคนิคกันได้, INTERGENERATION COURTYARD พื้นที่สำหรับทุกเจเนอเรชั่นมาใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่จิบน้ำชาสำหรับคุณแม่ สนามเด็กเล่น บ้านต้นไม้ และพื้นที่
    ออกกำลังกายของผู้สูงอายุ
  • INTERGENERATION MULBERRY SERVICE ยกระดับคุณภาพชีวิต กับการบริการครบครัน
    ทั้ง WELLNESS MANAGER เจ้าหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษาด้านการออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพ, COMPLIMENTARY AFTERNOON TEA มีบริการน้ำชา และอาหารว่างให้แก่ลูกบ้านฟรี, CONCIERGE SERVICE เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือไลฟ์สไตล์ด้านต่าง ๆ, MULBERRY ACTIVITIES กิจกรรม หรือเวิร์คชอปต่าง ๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้อยู่อาศัยได้ร่วมสานความสุขในครอบครัวตลอดทั้งปี

เจาะลึกรายละเอียดของโครงการ

  • ตัวโครงการ ( ตัวอาคาร ส่วนกลาง และ ห้องพักอาศัย )
  • ทำเลที่ตั้ง ( การเดินทาง และ สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ )

โครงการ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท” (MULBERRY GROVE Sukhumvit) พัฒนาโดยบริษัท MQDC บนพื้นที่ 2-2-1.2 ไร่ เป็นอาคาร High rise 1 อาคาร 37 ชั้นและชั้นใต้ดิน 2 ชั้น มีจำนวนห้องพักอาศัยทั้งสิ้น 287 ยูนิต  มีห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 47 – 56.50 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาด 87 – 114 ตร.ม. และ Penthouse 2 – 5 Bedroom  ในราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 175,XXX บาท / ตารางเมตร (ณ วันที่เรารีวิว)

ในส่วนของการออกแบบภายในตัวโครงการและส่วนห้องพัก ตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด DESIGN FOR THE FINEST INTERGENERATION LIVING” ออกแบบให้พื้นที่ภายในห้องพัก กลายเป็นบ้านที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขที่สุด มีทั้งพื้นที่ส่วนตัว แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่สามารถแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ เพื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกัน สร้างรากฐานแห่งความสุขของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

ภายในห้องพักถูกออกแบบให้มีรายละเอียดสำหรับทุกช่วงวัยไม่ว่าจะเป็น NOOK MULTI-PURPOSE SPACE พื้นที่อเนกประสงค์ที่ออกแบบไว้ให้สำหรับเป็นพื้นที่ส่วนตัว ปรับใช้ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น   มุมอ่านหนังสือสำหรับเด็ก ๆ มุมรับประทานน้ำชาของคุณแม่ หรือมุมจัดสวนสำหรับคุณปู่

WIDE FRONTAGE DESIGN ห้องพักทุกห้องเป็นกระจกหน้ากว้างที่สามารถมองเห็นวิวได้อย่างเต็มที่, LIVING ROOM ห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกัน เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถมารวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัว

A SPACIOUS MASTER BEDROOM ห้องนอนที่ออกแบบมาให้มีสภาพแวดล้อมที่กว้างขวาง พื้นที่บริเวณรอบเตียงสามารถเข็นรถเข็นของผู้สูงอายุ เข้าไปได้   และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเตียงเสริมได้

ENCLOSED DESIGN KITCHEN ห้องครัวขนาดใหญ่แบบปิด และมีระบบระบายอากาศ 2 ระบบ ที่สามารถกำจัดกลิ่นไม่ให้รบกวนพื้นที่อื่น ๆ พร้อมอุปกรณ์ครัวคุณภาพครบครัน พร้อมกันนั้น ในแต่ละห้องนอนถูกออกแบบให้มี

ระบบ ERV (ENERGY RECOVERY VENTILATION) ที่สามารถตรวจวัดอากาศภายในห้อง โดยตรวจวัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ และนำออกซิเจนเข้ามาในห้องอย่างอัตโนมัติเพื่อให้มีอากาศบริสุทธิ์ให้กับทุกคนในครอบครัว ที่สำคัญแต่ละยูนิตได้ออกแบบโครงสร้างเพื่อให้สามารถปรับเชื่อมต่อกันได้ เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการอยู่อาศัย รองรับความต้องการของครอบครัวในทุกรูปแบบและที่สำคัญ MQDC ยังรับประกันโครงการนานถึง 30 ปี

คิดมาทุกตารางเมตร ไม่ให้เกิด Lost space เน้นครัวปิด เพราะครอบครัวไทยชอบทำกับข้าว Design แบบ Universal Wheel share เข้าถึงได้ทุกส่วน แม้แต่ห้องนอน และวิว สามารถเห็นได้รอบทิศ มีเครื่องตรวจจับ ค่า Oxygen ในห้องนอนเพื่อให้นอนหลับได้เต็มที่ ออกแบบให้ซื้อเพื่อ Connect ได้ มองถึงครอบครัวที่อยากอยู่ร่วมกันแทนบ้านอีกด้วย

“Unit Layout”

ห้องพักอาศัย ที่นี่เริ่มที่ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เหมาะสำหรับหนุ่มสาววัยทำงานที่ต้องการซื้อคอนโดแห่งนี้เป็นอสังหาริมทรัพย์ชิ้นแรก ซึ่งห้องมีขนาด เริ่มต้น 47 ตารางเมตร ใหญ่พอที่จะเริ่มต้นสร้างครอบครัวมีน้องตัวเล็กอีกคนก็ยังอยู่ไหว ใหญ่ขึ้นมาหน่อยเป็นห้อง 1 ห้องนอนเช่นกัน ขนาด 55-56 ตารางเมตร และห้องขนาดใหญ่ 2 ห้องนอน2 ห้องน้ำ สำหรับครอบครัวขนาดเริ่มต้น ตั้งแต่ 87 ตารางเมตรไปจนถึง 114 ตารางเมตร เทียบกับโครงการอื่นๆที่มีพื้นที่ตารางเมตรใหญ่เท่านี้ ก็มักจะทำเป็นห้อง 3 ห้องนอนไปแล้ว แต่ด้วยตัวโครงการ เน้นการใช้พื้นที่ร่วมกันให้เกิดกิจกรรมภายในครอบครัว ทำให้เกิด Space Living Area ขนาดใหญ่เพื่อทุกๆคน

การออกแบบเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยได้อย่างจริงจังทุกวัน เพราะเมื่อลองมาดูด้านในห้อง อย่างแรกที่ต้องชื่นชม คือการจัดวางแปลนห้อง เริ่มที่ห้องตัวอย่างขนาด 56.50 ตารางเมตร มีการใช้กระจกบานสไลด์เพื่อแบ่งสัดส่วนห้องทำให้โปร่งโล่ง สามารถมองทะลุไปถึงวิวด้านนอก ที่ใช้กระจก Full Height ได้ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา 

 

และให้น้ำหนักพื้นที่ส่วนห้องนอนและห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นจุดที่เราใช้เวลานานที่สุดมากถึง 70 – 80% จึงทำให้ห้องนี้รู้สึกสบายสามารถนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในห้องทั้งวันก็ยังไม่รู้สึกอึดอัด 

ครัวเป็นครัวแบบ ปิด 100% ทุก unit  กระจกกั้นห้องสูงจากพื้นถึงผ้าที่ 2.7 เมตร มีระบบดูดอากาศภายในห้องครัว เพิ่มเติมจาก hood ปกติที่เราจะเห็นในโครงการอื่นๆ  พื้นห้องครัวเป็น Porcelain Tiles แข็งและคุณภาพดีกว่ากระเบื้องแกรนิตโต้ มีตู้เก็บถ้วยชาม อุปกรณ์ต่างๆ ได้จุมากๆ Top เคาน์เตอร์ครัวด้วยหิน Quartz

สามารถใช้มีดหั่นลงบนเคาเตอร์เพื่อเตรียมอาหาร เตาไฟฟ้าเป็นระบบ Induction 2 หัว ปลอดภัยมากถ้ามือเด็กๆ เผลอโดนจะไม่ร้อน เพราะจะทำงานต่อเมื่อวางภาชนะสำหรับเตาแม่เหล็กไฟฟ้าลงไปเท่านั้น

อ่างล้างจาน รุ่นพิเศษ จาก Panasonic กว้างเป็นพิเศษทำให้ภายในพื้นอ่าง สามารถแยกโซนการล้างของสดได้เช่น เนื้อสัตว์ และผักวางแยกกันได้ และ Accessory เสริมอีกหลายอย่าง โครงการใช้เป็นที่แรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นรุ่นที่ต้องนำเข้า

ส่วนหน้าบานตู้ทุกบานเป็น Soft close รุ่นที่ anti Fingerprint และให้ตู้มาเยอะมาก สามารถเก็บของได้อย่างเรียบร้อยมิดชิด มีบานตู้ปิดปล่องเครื่องดูดควันให้กลมกลืนไปกับตู้ทั้งหมดด้วย 

ถัดเข้ามาจากครัว และส่วนหน้าของยูนิต จะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถวางโต๊ะได้ประมาณ 4-6 คน ซื้งบริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ที่อยู่ติดกับระเบียง

พื้นห้องนั่งเล่นทั้งหมดเป็นหินอ่อน Synthetic Marble ซึ่งบริเวณห้องนั่งเล่นนี้เองจะมีประตูเชื่อมเข้าไปที่ห้องนอน

ห้องนอนวางเตียงได้ 6 ฟุตแล้วยังเหลือให้เดินได้รอบเตียงสบาย ส่วนพื้นเป็นไม้สัก Engineered Teak Wood 15 mm. จึงให้ความรู้สึกในการเดินที่ดี หนักแน่นเหมือนไม้จริง

ภายในห้องนอน จะมีห้องน้ำ ซึ่งต้องเดินผ่าน Walk in Closet เข้าไปก่อน ห้อง Walk in closed ออกแบบให้มีความกว้างและลึก เพื่อให้เก็บเสื้อและใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าที่สุด แต่ก็มาพร้อมกับเรื่องที่ว่าจะทำให้เมื่อปิดประตูห้องแต่งตัว อาจจะร้อนได้ ซึ่งโครงการ ทำช่องอากาศเพิ่มที่ประตูเพื่อให้แอร์สามารถลอดช่อง เข้าไปทำให้ไม่อบอ้าวตอนแต่งตัว เรียกคิดมาทุกตารางเมตรจริงๆ

 

ภายในห้องน้ำมี shower box (กระจกนิรภัย) และอ่างอาบน้ำมาให้เรียบร้อยไม่ต้องลำบากไปติดตั้งเองและให้ rain shower และให้โถสุขภัณฑ์แบบ Dual Flush ช่วยประหยัดน้ำ จากบริษัทผลิตสุขภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมี่ยม แบบระบบ Automation

พื้นและผนังห้องน้ำเป็นหินอ่อน พอร์ชเลนสีขาวทั้งดูหรูหรา สะอาดตา และคงทน

ห้องตัวอย่างอีก Type เป็นแบบ 2 ห้องนอน ซึ่งโครงการมีตั้งแต่ ขนาด 87 ตารางเมตร ไปจนถึง 114 ตารางเมตรที่เป็นขนาดที่ทำไว้เป็นห้องตัวอย่าง 2ห้องนอน 2.5 ห้องน้ำ ด้่วยพื้นที่ของแต่ละยูนิตที่มีขนาดใหญ่ ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาคือ Nook space เป็นมุมที่เปิดกว้าง พื้นที่กึ่ง semi outdoor ที่ flexible มีอยู่ทุกห้อง เพื่อให้ใช้งานได้หลากหลาย อาทิ มุมพักผ่อน มุมปลูกสวนในห้อง ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เห็นกันในห้องตัวอย่าง Type นี้เองนี่นี้

แอบอยู่หลังประตู เป็นช่องเก็บของเก็บรองเท้าได้เกือบ 10 คู่ ไว้วางของวางกระเป๋า กุญแจรถ กุญแจบ้าน ติดกันเป็นประตูห้องน้ำ ที่เสปคเดียวกันกับห้อง  Type ที่แล้ว

ฝั่งตรงข้ามห้องน้ำจะเป็นพื้นที่บริเวณครัวซึ่งเป็นครัวปิด 100% เช่นกัน  อุปกรณ์ และในครัวหรูหรา สะอาด ดูกว้างขวาง มีช่องให้เก็บของมากมาย เตาเป็นแบบ 4 หัว ตู้เย็นซ่อนอยู่ใต้หน้าบานที่ออกแบบมาให้กลมกลืนกับชั้นและตู้อื่นๆ

พื้นที่ต่อจากส่วนหน้าของยูนิต จะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น ที่อยู่ติดระเบียง บริเวณหน้าห้องน้ำ ฝั่งที่ตรงข้ามกับครัว ยังมีตู้เซอร์วิช ที่ไว้สำหรับใส่ทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และยังเก็บข้าวของอุปกรณ์ สำหรับทำความสะอาดอื่นๆ ได้อีกด้วย

พื้นที่ต่อจากส่วนหน้าของยูนิต จะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น ที่อยู่ติดระเบียง บริเวณหน้าห้องน้ำ ฝั่งที่ตรงข้ามกับครัว ยังมีตู้เซอร์วิช ที่ไว้สำหรับใส่ทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และยังเก็บข้าวของอุปกรณ์ สำหรับทำความสะอาดอื่นๆ ได้อีกด้วย

พื้นที่รับประทานอาหาร เว้นที่ไว้สำหรับวางโต๊ะที่นั่งได้ 6-10 คน เป็นห้องสำหรับครอบครัวใหญ่อย่างแท้จริง ห้องนั่งเล่นและพื้นที่เชื่อมต่อบริเวณรับประทานอาหารนี้เอง จะมีประตูแยกห้องนอนทั้ง 2 ห้องออกไปคนละฝั่ง เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว

และฟังก์ชั่น ที่เป็น Highlight นั่นก็คือ Nook space เป็นมุมเปิดกว้าง กึ่ง semi outdoor ที่ flexible มีอยู่ทุกห้อง สำหรับการงานได้หลากหลาย อาทิ มุมพักผ่อน มุมปลูกสวนให้ห้อง หรือใครจะจัดเป็นมุมสำหรับทำงาน หรืออ่านหนังสือก็ได้เช่นกัน

ห้องนอน Master Bedroom ห้องนอนใหญ่ที่วางเตียง 6 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ให้ดินได้รอบเตียงแบบสบาย จะติดโทรทัศน์ปลายเตียงก็ยังได้ แถมยังมีมุมโต๊ะทำงาน และอ่านหนังสือช่วงหัวเตียงได้อีกตั้งหาก ถ้าเปลี่ยนเป็นบิ้วท์อิน Day bed ก็คงน่ารักดีเหมือนกัน

ที่ห้องนอนใหญ่นี้เอง จะมี Walk in Closet ขนาดใหญ่สำหรับเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ต่างจะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมละระหว่างห้องน้ำและห้องนอน

ห้องน้ำมี 2 ซิงค์ For His and Her และ พื้นที่อาบน้ำพร้อมอ่างน้ำ เสปคเดียวกันกับห้อง type ที่แล้ว

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นห้องนอน ที่ก็ไม่เล็ก วางเตียง 5 ฟุต ก็ยังเดินได้รอบเตียงแบบ สบายๆ แถมยังเหลือพื้นที่ให้ใส่โซฟา 1 นั่ง เข้าไปได้อีก และห้องนอนนี้ก็ใหญ่พอที่จะมี Walk in Closet และห้องน้ำในตัวได้อีกเหมือนกัน

เป็นห้องพักอาศัย ที่ดึงความรู้สึกหมือนอยู่บ้านจริงๆ สร้างพื้นที่ สร้าง Space ที่คอนโดส่วนใหญ่ไม่มีให้ออกมา เป็นโครงการที่จะสานความสุขให้ทุกเจนเนอเรชั่น อย่างคอนเซปที่ว่าไว้อย่างแท้จริง..

MULBERRY GROVE Sukhumvit ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนสุขุมวิท บริเวณก่อนถึงปากซอยสุขุมวิท 65 โดยจะอยู่ช่วงระหว่างโซนเอกมัย และพระโขนง อยู่เยื้องกับ Gateway Ekkamai มาหน่อย และไม่ไกลจากโรงพยาบาลสุขุมวิท ห่างจาก BTS เอกมัยเพียง 250 เมตร ด้วยศักยภาพทำเลบริเวณเอกมัย พื้นที่แนวรถไฟฟ้าที่ยังคงน่าสนใจ และทำให้เกิดการลงทุนระดับตลอดเวลา

ปัจจุบันเอกมัย เป็นทำเลที่มีความเจริญสูงอย่างต่อเนื่อง มีโปรเจกต์ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา ความเจริญเหล่านี้ได้รับอานิสงส์มาจากสุขุมวิทตอนต้นอย่างอโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ และเอกมัยก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่กำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ ทำเลฮอตตามรุ่นพี่ทำเลอื่น ๆ ต่อไป

ส่วนการเดินทางบนย่านเอกมัย สามารถเดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว และรถสาธารณะ ถนนเส้นหลักของโครงการคือถนนสุขุมวิท สามารถขึ้นทางด่วน เชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญต่าง ๆ ทั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกได้ และยังทะลุไปถึงถนนเพชรบุรี ต่อไปได้อีกถึงย่านรามคำแหง-บางกะปิ

การเดินทางสาธารณะโดยมี BTS สถานีเอกมัย เป็นจุดเชื่อมต่อในการเดินทางและร่นระยะเวลาในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ในอนาคตบริเวณสถานีทองหล่อจะยังคงเพิ่มศักยภาพทำเลด้วยแผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเทาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอยู่ห่างจาก BTS สถานีเอกมัย เพียงหนึ่งสถานีเท่านั้น สามารถเชื่อมต่อไปยัง Interchange สายสีเทาที่สถานีทองหล่อ และเลือกเดินทางรามอินทรา – พระราม 3 ได้สบายๆ

Shopping Mall

  • The Commons
  • Penny’s Balcony
  • J Avenue
  • Nihonmura Mall
  • Tops ทองหล่อ
  • Big C เอกมัย
  • Major เอกมัย
  • Park Lane
  • Rain Hill
  • Emporium
  • Gateway เอกมัย
  • The EmQuatier
  • Terminal 21
  • สวนเพลิน มาร์เก็ต

Education

  • รร.นานาชาติ เอกมัย
  • รร.สาธิตฯ ประสานมิตร
  • รร.ศรีวิกรม์
  • ม.กรุงเทพ
  • ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

Hospital

  • รพ.สมิติเวช
  • รพ.กล้วยน้ำไท
  • รพ.กรุงเทพ
  • รพ.สุขุมวิท
  • รพ.ปิยะเวช
  • รพ.พระราม 9

Park

  • สวนเบญจสิริ
  • สวนเบญจกิติ

ข้อมูลการติดต่อ เว็บไซต์โครงการ http://bit.ly/2RPGR4I

เบอร์โทรติดต่อ 084-2442456 กฤติกา พิริยะธรรมวงศ์

ด้วยทำเลที่พร้อมทุกด้าน และ Product ที่ออกแบบอย่างตั้งใจ ใช้วัสดุคุณภาพดี จนมั่นใจได้ว่าราคาในอนาคตขึ้นแน่นอน โครงการ Per sale พร้อม Promotion  ในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ นี้ พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ และส่วนลดสำหรับห้อง 1 Bedroom กว่า 900,000 บาท

ชวนคุณมาสานความสุขให้ทุกเจเนอเรชั่น และทุกคนในครอบครัว” ที่ MULBERRY GROVE Sukhumvit