กลุ่มทุนสิงคโปร์ขยายฐานธุรกิจนอกประเทศ รุกไทยครั้งแรก ผนึกพันธมิตรตั้งบริษัทร่วมทุนปักหมุดพื้นที่EEC นำร่อง “เดอะ เซนโทร คอนโด บางแสน” มูลค่า 550 ล้านบาท พร้อมเปิดจองรอบVIP วันที่ 23-29 มกราคม 63นี้ ตั้งเป้าปิดขายภายใน 6 เดือน – 1ปี ตั้งเป้า 5 ปี ผุด 8 โครงการ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นายออสติน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริการ บริษัท เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มของตนเป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศสิงคโปร์ ภายใต้กลุ่มบริษัท ABN โฮลดิ้ง ที่ดำเนินธุรกิจมาได้ 3 ปี พัฒนามาแล้ว 3 โครงการ และอยู่ในระหว่างกำลังพัฒนาอีก 2 โครงการ ในรูปแบบของบ้านแฝด และบ้านพักตากอากาศ ในสิงคโปร์ รวมมูลค่าการลงทุนทั้ง 5 โครงการ รวม 11.8 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมา 3 ปี มองว่าถึงเวลาที่ต้องขยายการลงทุนไปนอกประเทศ เพราะอสังหาฯที่สิงคโปร์มีอัตราการเติบโตเต็มที่แล้ว และที่ดินในการพัฒนาก็เริ่มหายาก ดังนั้นเพื่อที่ให้บรรลุเป้าหมายการนำ ABN โฮลดิ้ง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ จะต้องมีความแข็งแกร่ง และขยายธุรกิจให้มากกว่าที่ผ่านมา

ดังนั้นจึงได้ขยายการลงทุนมายังต่างประเทศ และประเทศไทยคือประเทศแรกที่ให้ความสนใจในการลงทุนเพราะมองว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเข้ามาลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และทางภาครัฐมีทิศทางที่ชัดเจนในการเดินหน้าโครงการลงทุนที่ชัดเจน โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่จะช่วยขับเคลื่อนการลงทุนของภาคธุรกิจต่างๆ มีการจัดตั้งโรงงานใหม่ๆ สร้างการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้จะมีความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีการขยายโรงงานใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีการขยายการลงทุนตาม ประกอบกับราคาที่ดินในประเทศไทยยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ทำให้การลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดี และสามารถทำราคาขายที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้าง แม้ว่าปัจจุบันค่าเงินบาทจะแข็งค่ามาก แต่ยังมองว่าการลงทุนในประเทศไทยยังมีความน่าสนใจ


โดยเริ่มจากการร่วมทุนกับกลุ่มพันธมิตรไทยคือ นายพีระพล รังสิมานุรักษ์ และนายจักรพันธ์ บำเพ็ญเกียรติกุล ที่นำบริษัท ทริปเปิลเอส2019  จำกัด ร่วมทุนกับกลุ่ม  ABN โฮลดิ้ง ในสัดส่วน 51:49 และตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาคือ บริษัท เวนเจอร์ โกลบอล โฮลดิ้ง จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 6.5 ล้านบาท เริ่มจากการพัฒนาโครงการ “เดอะ เซนโทร คอนโด บางแสน” ในรูปแบบของคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ สูง 8 ชั้น บนพื้นที่ 2 ไร่เศษ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยบูรพา ขนาดตั้งแต่ 28-58.27 ตารางเมตร ราคา 1.49 ล้านบาทขึ้นไป หรือราคาเฉลี่ยที่ 50,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 304 ยูนิต มูลค่าโครงการ 550 ล้านบาท โดยจะมีการออกบูธ เปิดจองรอบ VIP ระหว่างวันที่ 23-29 มกราคม 2563 นี้ ณ เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี และหลังจากนั้นจะเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคม 2563 และในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2563 จะนำโครงการไปโรดโชว์ที่สิงคโปร์ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อโครงการดังกล่าวจะเป็นกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก โดยจะเป็นกลุ่มเพื่อซื้ออยู่จริง 70% และซื้อเพื่อการลงทุน 30%  คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายใน 6 เดือน-1 ปี

บางแสนเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพ และพัทยา มีชายหาด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ค่าครองชีพไม่สูงมากเมื่อเทียบกับพัทยา ทั้งยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีแหล่งการศึกษา และแหล่งงาน บางแสนจึงเป็นเมืองที่มีโอกาสของการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการเป็นพื้นที่ในเขต EEC ซึ่งจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในพื้นที่กว่า 45,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บางแสนจึงเป็นอีกหนึ่งศักยภาพทำเลที่น่าสนใจ เหมาะกับการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในอนาคต เมื่อมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

“การลงทุนด้านคมนาคมขนส่งของรัฐบาลไทย ในอนาคตยิ่งทำให้การเดินทางจากกรุงเทพโดยรถไฟความเร็วสูงถึงจังหวัดชลบุรีง่ายขึ้น ระบบโลจิสติกส์สมบูรณ์แบบมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้บริษัทตัดสินใจที่จะลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โครงการแรกที่บางแสน” นายออสติน กล่าว

นายพีระพล รังสิมานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวนเจอร์ โกลบอล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ตนและกลุ่มนายจักรพันธ์  มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการในพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออก โดยเฉพาะสระแก้ว ชลบุรี และระยอง ในรูปแบบบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ และโรงแรม มาประมาณ 4 ปี และการร่วมทุนกับพันธมิตรสิงคโปร์ในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมความแกร่งให้บริษัทฯมากขึ้น โดยจะเป็นการร่วมทุนกันอย่างต่อเนื่องระยะยาว ซึ่งไม่เน้นเฉพาะจังหวัดในพื้นที่EEC เท่านั้น แต่จะเข้าไปพัฒนาในทุกจังหวัดที่มีศักยภาพและมีโอกาสในการลงทุน รวมทั้งในกทม.ด้วย โดยตั้งเป้าภายในระยะเวลา 4-5 ปี จะนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่ง ณ วันนั้นบริษัทฯจะต้องมีมูลค่าการลงทุนรวม 4,000 ล้านบาท จาก 8 โครงการ

ทั้งนี้นโยบายในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ภาครัฐได้ให้การสนับสนุนเขตพื้นที่ภาคตะวันออก ทำให้พื้นที่บางแสน จังหวัดชลบุรี ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวอย่างที่ผ่านมา บางแสนเป็นเมืองศักยภาพในทุกๆด้าน ทั้งในด้านของการศึกษา และการทำงาน โดยเฉพาะด้านการขนส่งคมนาคม ภายในปี 2566-2567 รถไฟความเร็วสูงที่เชื่อม 3 สนามบิน จะเปิดให้บริการ ยิ่งจะทำให้การท่องเที่ยวการลงทุนคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา เป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออก นักศึกษาจากต่างประเทศ เช่น ประเทศจีนเข้ามาศึกษามากขึ้นในทุกๆปี

ทั้งนี้ จากการศึกษาศักยภาพทำเลพบว่าราคาที่ดินบางแสนปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด 3-5 ปีที่ผ่านมา โดยราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้น 30-50% ในส่วนความต้องการของผู้บริโภคยังคงต้องการที่อยู่อาศัยดีๆ และจากการที่มีคนเข้ามาอยู่อาศัยในบางแสนมากขึ้น ระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีอุปทานใหม่เกิดขึ้นเลย บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาโครงการเดอะเซนโทร คอนโด บางแสน” ซึ่งเป็นคอนโดฯที่มีแนวคิดการออกแบบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในพื้นที่ โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมืองใกล้สถานศึกษา ก็เหมาะที่จะซื้อลงทุนเพื่อปล่อยเช่าได้ โดยอัตราผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 5-8%

“โครงการ เดอะ เซนโทร คอนโด บางแสน เป็นคอนโดมิเนียนใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในรอบ 2-3 ปี ของบางแสน ทีมบริหารที่มีประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่มาตลอด ประกอบกับพันธมิตรสิงคโปร์ ที่จะช่วยสนับสนุนด้านการเงิน ทำให้เรามีเงินทุนที่แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาโครงการได้ดีตอบสนองความต้องการชุมชนคนบางแสน รวมถึงนักลงทุน เชื่อว่า เดอะเซนโทร คอนโด บางแสน จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความสนใจ” นายพีระพล กล่าว

โดยในปี 2563 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 600 ล้านบาท และวางแผนที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพิ่มอีก 1 โครงการ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการมองหาที่ดินที่มีศักยภาพ ซึ่งมีผู้นำมาเสนอหลายแปลง โดยจะเปิดตัวหลังจากที่โครงการ “เดอะ เซนโทร คอนโด บางแสน” มียอดขายเกิน 50% พร้อมตั้งเป้าหมายระยะยาวใน 5 ปี (2563-2567) จะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย จำนวน 8 โครงการ และตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2-4 ปี

 

 

 

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here