ในยุคที่เทคโนโลยีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค การสร้างภาพลักษณ์ให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้อย่างแม่นยำ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตและอยู่รอดได้ในยุค 5G ซึ่ง “แสนสิริ” มีการวางกลยุทธ์ดึงดูดให้แบรนด์มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการสร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

นางสาว สุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด (เว็ปไซต์ Ter-raBKK.com) กล่าวว่า ข้อมูลจากผลวิจัย The Most powerful real estate brands 2019 และ Gen X&Y Customer insight for real estate ซึ่งเป็นการสำรวจออนไลน์ จากผู้ตอบแบบสอบถามในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 1,396 ตัวอย่าง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า “แสนสิริ” เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่มีคุณลักษณะตราสินค้าครบใน 4 หมวด คือ Functional Benefit, Leader, Emotional Benefit และ Brand Character ด้วย Brand Powerful Score 12.4 จุด รองลงมาคือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และ เอสซี แอสเสท ด้วย Brand Score 12 จุด และ 10.8 จุด ตามลำดับ

โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่า “บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)” มีความโดดเด่นด้านผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย เข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัย-นักลงทุน ส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้อยู่อาศัยรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯที่คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ แต่ยังคงความหรูหรา มีระดับมีความเป็นสากล และยังใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแสนสิริ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามที่มีแผนจะซื้อบ้าน หรือคอนโดฯ กว่า 49% ระบุว่า ให้ความสนใจแบรนด์แสนสิริ เป็นอันดับ 1 หากคิดจะซื้อบ้าน หรือคอนโดฯ ในทุกระดับราคา

จะเห็นว่า “แสนสิริ” มีการวางกลยุทธ์ดึงให้แบรนด์มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการสร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างในตลาด ด้วยจุดแข็งด้านการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับดีไซน์ที่โมเดิร์น ทันสมัย ใส่ใจรายละเอียดคุณภาพการก่อสร้าง ทำให้ลูกค้ายอมรับและเป็นที่ไว้วางใจ

สำหรับผลวิจัยเจาะลึกพฤติกรรม Gen X&Y Customer insight for real estate พบว่า กลุ่ม Gen Y เป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ส่งผลต่อการความต้องการเลือกซื้ออสังหาฯ ที่ส่วนใหญ่ระบุว่า จะซื้อตามความต้องการของตัวเองเป็นหลัก เน้นเลือกซื้อจากแบรนด์ที่ให้ความสนใจ และแบรนด์นั้นจะต้องยกระดับฐานะทางสังคมของผู้อยู่อาศัยให้ภูมิใจในสังคมที่มีระดับ ขณะที่ Gen X เป็นกลุ่มคนที่รู้เป้าหมายการใช้ชีวิตของตนเอง ตั้งเป้าดูแลรักษาสุขภาพ ซึ่งพฤติกรรมการซื้อสังหาฯจะเลือกซื้อบ้าน ที่มีพื้นที่ของครอบครัว ต้องการฟังก์ชั่นภายในที่ครอบคลุมการใช้งาน โดยจะเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ไว้วางใจได้ และคุณภาพการก่อสร้างสูง

ทั้งนี้ข้อมูลยังระบุว่า “ราคา” เป็นปัจจัยที่คนทุก Generation ให้ความสนใจหากจะเลือกซื้ออสังหาฯ และพร้อมจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 20-25% เพื่อซื้อบ้านหรือคอนโดฯกับแบรนด์อสังหาที่ใฝ่ฝันและชื่นชอบ โดยคนกลุ่ม Gen X จะให้ความสำคัญกับการเลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านวัสดุ และคุณภาพการก่อสร้าง ขณะที่ คนกลุ่ม Gen Y จะเลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง และคนกลุ่ม Gen Z ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์

ดังนั้นการสร้างแบรนด์ที่ดี บริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯควรศึกษาโอกาสทางการตลาดที่ยังมีช่องว่างในแต่ละเซกเม้นท์กลุ่มสินค้า อาทิ การสร้างพื้นฐานในการต่อยอดภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้า ซึ่งแบรนด์ต่างๆจำเป็นต้องสร้าง Sto-ry ความโดดเด่นของแบรนด์ให้ตรงกับช่องว่างทางการตลาดในแต่ละเซกเม้นท์ และทำดีไซน์ให้เหนือระดับ พร้อมบริการหลังการขายที่ดี ก็จะช่วยให้แบรนด์เจาะกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย สร้างความเชื่อมั่น ไว้ใจให้ลูกค้า และกลายเป็นตราสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here