แสนสิริฯเดินหน้านำที่ดินเปล่ารอการพัฒนาโครงการอนาคตผุดฟาร์มผักปลอดสาร “Sansiri Backyard” ประเดิม 2 แปลงที่หัวและT77 ตั้งเป้านำไปใช้กับทุกโครงการใหม่ของบริษัท ทั้งสนนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาประยุกต์ใช้ต่อเนื่อง ย้ำไม่เกี่ยวภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชนหรือ SIRI เปิดเผยว่าจากปรากฏการณ์ทางสังคมในปัจจุบัน พบว่า ความเจริญก้าวหน้าของชุมชนเมือง ทำให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากรในเขตพื้นที่ชนบทเข้ามาในเขตเมืองมีมากขึ้น และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตต่าง ๆ องค์การอนามัยโลกได้ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของชุมชนเมือง ซึ่งจากสถิติชี้ชัดว่าอีก 20 ปี หรือภายในปี 2030 ทั่วโลกจะมีประชากรย้ายเข้ามาอยู่ในเขตเมืองถึง 67% และเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมาแสนสิริฯ ได้วางเป้าหมายสำคัญในการสร้างจุดเปลี่ยนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของวงการอสังหาฯ ไทย    สู่ความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านทางพันธกิจ Sansiri Green Mission กับ 4 คำมั่นสัญญาหลัก ได้แก่ Waste Management | Energy Saving & Generation | Smart Move และ Sustainability

โดยที่ผ่านมาแสนสิริฯได้นำพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้งาน หรือที่ดินเปล่าที่รอการพัฒนาในอนาคต  ให้ทีมงานนำพืชผักไปปลูกให้เป็นพื้นที่สีเขียวแห่งสังคมเมือง เช่น บริเวณดาดฟ้าคอนโดฯ,อาคารนิติบุคคล เป็นต้น เพื่อให้ลูกบ้านได้มีส่วนร่วมและสัมผัสมากขึ้น โดยทางโครงการจะนำผลผลิตที่ได้ไปแจกจ่ายลูกค้าในโครงการ ซึ่งในปี 2562 ได้เริ่มแล้ว 2 โครงการ โดยเริ่มจากที่ดินเปล่า จำนวน 1 ไร่เศษ บริเวณใกล้ตลาด CICADA อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่รอการพัฒนาในอีกประมาณ 2 ปี

และอีกแห่งคือในพื้นที่โครงการ T77 ณ สุขุมวิท77 จำนวน 15 ไร่ ดำเนินการเป็นฟาร์มผักปลอดสาร “Sansiri Backyard @T77 Community” เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนในเมืองใหญ่เห็นความสำคัญการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติและคุณภาพชีวิตที่ดีที่มาจากการทานอาหารสดใหม่ ปลอดสารและไม่ปรุงแต่งอันเป็นแนวคิดเบื้องต้นของ well-being ปัจจุบันได้ใช้พื้นที่ในการดำเนินการปลูกผักปลอดสารพิษไปแล้วประมาณ 50-60%  ส่วนจะมีการใช้เต็มพื้นที่เมื่อไหร่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ซึ่งจะทำการเปิดตัว Sansiri Backyard @T77 Community ในวันที่ 14-15 ธันวาคม 2562 นี้

“Sansiri Backyard @T77 Community เป็นโปรเจกต์ต่อยอดมาจากพันธกิจ Sansiri Green Mission สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนให้เกิดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนร่วมกับธรรมชาติแบบสมดุล เริ่มต้นจากหลัก 3Gs คือ Green-Grow-Give หรือ สร้าง-ปลูก-แบ่งปัน โดยเราได้เปลี่ยนพื้นที่สีเขียวส่วนกลางในโครงการ ให้เข้าถึงลูกบ้านมากยิ่งขึ้นเสมือนสวนหลังบ้าน ต่อยอดไปถึงชุมชนและสังคมให้ได้มาสัมผัส โดยเปลี่ยนพื้นที่รอการพัฒนาภายใต้แนวคิด Zero Waste เป็น Sansiri Backyard @T77 Community ปลูกผัก-ผลไม้ออร์แกนิค เพื่อส่งมอบให้แก่พนักงาน ลูกบ้าน และเด็กด้อยโอกาสผ่านมูลนิธิเสริมกล้า รวมถึงจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวในบ้านของตนเองและขยายต่อสู่ชุมชน และสร้างคอมมูนิตี้น่าอยู่ไปด้วยกัน”นางสาวจริยา กล่าว


ทั้งนี้ แสนสิริได้ขยายพันธกิจ Sansiri Green Mission ไปสู่เครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ เชิญชวน Co-Growing Partner เกือบ 30 ราย ซึ่งเป็นมืออาชีพในด้านการเกษตร เทคโนโลยี พลังงานสะอาด ก่อสร้าง การตกแต่งและอื่น ๆ มาร่วมสร้างจุดเปลี่ยนเพื่ออนาคตโลกของโครงการ อาทิ

-ไร่กำนันจุล หรือ CHUL FARM สร้างผลผลิตแบบออร์แกนิคในระบบนิเวศที่สมดุล

-บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ AIS ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม Intelligent Farm หรือ iFarm เพื่อโชวเคสการบริหารจัดการดูแลการเพาะปลูกในรูปแบบของฟาร์มอัจฉริยะ

-บริษัท บี ซี พี จี จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดแนวหน้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาดูแลเรื่องไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาดที่ใช้ใน Sansiri Backyard @T77 Community

-อิเกีย ประเทศไทย ที่สนับสนุนเฟอร์นิเจอร์ภายในโครงการที่มาจากการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน 100% (100% Renewable)

นางสาวจริยา กล่าวต่อไปว่า นับจากนี้ไปบริษัทฯจะนำรูปแบบ Sansiri Backyard ไปดำเนินการกับทุกโครงการใหม่ของแสนสิริทั้งแนวราบและแนวสูง เพื่อให้ลูกบ้านเข้าไปร่วมกิจกรรมได้ โดยจะมีนิติบุคคลของแต่ละโครงการเป็นผู้ดูแล จากกิจกรรมดังกล่าวคาดว่าลูกค้าของแสนสิริฯจะได้เห็นประโยชน์ที่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการ และกลับมามีส่วนร่วมในโครงการ รวมไปถึงสนับสนุนการซื้อสินค้าปลอดสารพิษ เพื่อนำเงินเข้ามูลนิธิเสริมกล้าต่อไป

นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรจากหลายธุรกิจมีความต้องการที่จะเข้ามาร่วมในกิจกรรมดังกล่าวอีกอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มนักดีไซน์เนอร์,ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ต้องการนำวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมได้กล่าวได้ เป็นต้น

“ต้องยอมรับว่าปัจจุบันกำลังและความรู้ด้านการปลูกผัก-ผลไม้ออร์แกนิค ของเรายังมีไม่มากนัก ซึ่งในอนาคตก็สนใจที่จะดีกับสิริ เวนเจอร์ฯนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาประยุกต์ใช้ได้ด้วย โดยล่าสุดให้ความสนใจการนำกังหันลมผลิตไฟฟ้ามาใช้ในสวนผักด้วย  ซึ่งคงต้องดูความสำเร็จจาก  Sansiri Backyard @T77 Community ก่อน และการนำที่ดินมาปลูกผัก-ผลไม้ ไม่เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯแต่อย่างใด แต่ต้องการให้มีพื้นที่สีเขียวสำหรับคนเมืองมากขึ้น” นางสาวจริยา กล่าวในที่สุด

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*