ซิซซา กรุ๊ป  จับมือ วินแดม โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท รุกตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน พร้อมยกระดับโครงการเป็น“วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต” ล่าสุดยอดขายพุ่งแล้ว 80% คาดปิดจ๊อบได้ภายในวันที่ 14 ธ.ค.62 นี้ แย้มแผนปี63 จ่อผุดโครงการในรูปแบบ Investment Property ทำเลภูเก็ตต่อเนื่อง ด้านวินแดม มองประเทศไทยยังน่าลงทุน ตลาดท่องเที่ยวยังขยายตัวได้อีกมาก ทั้งจากทรัพยากรที่มีอยู่และการสนับสนุนจากภาครัฐ ปักหมุดไทยเป็น World Class Investment Destination
นายอรรถนพ พันธุกำเหนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบ “Investment Property”(IP) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวลง แต่อสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตกลับยังมีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ รวมถึงคนไทยที่เข้ามาซื้อในลักษณะเพื่อการลงทุน จนทำให้ตลาดอสังหาฯในรูปแบบการการันตีผลตอบแทน หรือ Investment Property มีความต้องการสูงเห็นได้จากจำนวนโครงการแบบ Investment Property ที่เพิ่มมากขึ้นในจังหวัดภูเก็ต

 

“ความต้องการอสังหาฯ จากนักลงทุนต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงกำลังซื้อ รวมถึงคนไทยที่ต้องการหาทางเลือกใหม่ๆในการลงทุน จากภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ จนแทบไม่ได้ผลตอบแทนใดๆ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์แบบ Investment Property จึงเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนเหนือตลาด โดยเฉพาะตามหัวเมืองท่องเที่ยว ที่มีกลุ่มผู้เช่าแน่นอนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบการันตีผลตอบแทนได้รับความนิยม ซึ่งในระยะหลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการในภูเก็ตจึงหันมาพัฒนาสินค้าในลักษณะ Investment Property จำนวนมาก จนทำให้การแข่งขันสูง” นายอรรถนพ กล่าว

นายอรรถนพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์แบบ Investment Property ไม่ได้มีเฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังกระจายไปยังพื้นที่พัทยา เชียงใหม่ หัวหิน แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ Investment Property อย่าง 100% เหมือนที่บริษัทฯดำเนินการอยู่  ซึ่งซิซซา กรุ๊ป ได้เล็งเห็นทิศทางของตลาด จึงได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ WYNDHAM Hotels and Resorts ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมรีสอร์ทที่มีจำนวนสาขาในเครือมากที่สุดของโลก ที่จะพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในตลาดระดับบน และโครงการล่าสุดของบริษัทก็ได้รับการยกระดับขึ้นเป็น “วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต” (WYNDHAM Grand Nai Harn Beach Phuket) จากชื่อเดิมคือ  “วินแดม ในหาน บีช ภูเก็ต”

โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 11 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของอาคารสูง 4 ชั้น แบ่งเป็นห้อง 2  แบบ ขนาดตั้งแต่ 40 ตารางเมตร ขึ้นไป และ 60 ตารางเมตร จำนวนรวม 353 ยูนิต มีทั้งหมด 12 อาคาร โดย 4 อาคารบริหารเป็นโรงแรมเต็มรูปแบบ และอีก 8 อาคารแบ่งขายเพื่อการลงทุน และบริหารการเข้าพักโดยวินแดม ซึ่งปัจจุบันได้ปรับราคาขายขึ้นมาที่ 6.5 ล้านบาทขึ้นไป หรือเริ่มต้นที่ 160,000 บาท/ตารางเมตร  ขณะนี้มียอดจองซื้อไปแล้วกว่า 80%  ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวจีน รองลงมาเป็นฮ่องกง รัสเซีย และยุโรป  โดยในวันที่ 14 ธันวาคม 2562 จะมีงาน “Wyndham Open House” ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ นานา เพื่อทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมาย และยกระดับแบรนด์ของโรงแรมเป็น Wyndham Grand Nai Harn Beach Phuket (วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต) ภายในงานจะมีกิจกรรมเสวนาด้านการลงทุนเกี่ยวกับ IP ในแต่ละรูปแบบ คาดว่าจะสามารถปิดการขายในส่วนที่เหลืออีก 20% ได้ในวันดังกล่าว

สำหรับในส่วนของโรงแรมนั้นคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในไตรมาสแรกของปี 2563 นี้ โดยอัตราค่าบริการจะอยู่ที่ 4,800-12,000 บาท/คืน คาดว่าในปีแรกจะมีอัตราการเข้าพักประมาณ 70% และจะถึงจุดคุ้มทุนภายในระยะเวลาประมาณ 7 ปี

“รูปแบบการลงทุนนำเสนอการการันตีผลตอบแทนการลงทุน 2 ปีแรกที่ 6% และปีที่ 3-15 เป็นการจ่ายปันผลตามผลประกอบการโรงแรม โดยสัดส่วนรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนักลงทุนจะได้รับไปเป็นจำนวนเต็ม 100% ตามคาดการณ์นักลงทุนมีโอกาสได้ผลตอบแทนรวมเฉลี่ย 10% ต่อปี หากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 80% ต่อปี โดยที่นักลงทุนมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของและถือโฉนดยูนิตที่ลงทุน ซึ่งนอกจากนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในการลงทุนจากการบริหารงานของวินแดมแล้ว นักลงทุนยังได้สิทธิ์เข้าพักในโรงแรมฟรี 30 วันต่อปีและสิทธิพิเศษอื่นๆมากมาย” นายอรรถนพ กล่าว


นอกจากนี้ในปี 2563 บริษัทฯยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการในรูปแบบ Investment Property อีก 1 โครงการ ในทำเลศักยภาพที่จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้

ด้านนายจุน อัน ออย ประธานกรรมการบริหารวินแดม โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ตลาดการท่องเที่ยวยังเป็นตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่ถือได้ว่ามีความโดดเด่น ทั้งยังมีความได้เปรียบในด้านของทำเลที่ตั้ง เมื่อเทียบกับประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ประกอบกับการที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆสนับสนุนการท่องเที่ยว ทั้งการดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในไทย หรือมาตรการท่องเที่ยวภายในประเทศของไทยเอง ล้วนเป็นผลดีต่อตลาดการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจประเทศไทยทั้งสิ้น

ในตลาดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปจำนวนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบสัดส่วนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดภูเก็ต จึงทำให้กลุ่ม วินแดม โรงแรมและรีสอร์ท ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้า และการเลือกพันธมิตรที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกัน และซิซซา กรุ๊ป ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตรวมถึงพื้นที่ภาคใต้มากว่า 15 ปี จึงทำให้มีการตกลงจากทั้งสองฝ่ายที่จะพัฒนาสินค้าร่วมกันโดยมีกลุ่มเป้าหมายในตลาดระดับบน หรือตลาดลักชัวรี่ ภายใต้แบรนด์ วินแดม แกรนด์


ดังนั้น โครงการ  “วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต” ที่กำลังเปิดดำเนินการ จึงได้รับการยกระดับเพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การเข้าพักอันเป็นเลิศ ด้วยบริการที่พิถีพิถัน ในระดับ 5 ดาวพรีเมี่ยม เป็นการวางตำแหน่งทางการตลาดร่วมกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะลงนามเพื่อศึกษาตลาดและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมกันในรูปแบบ Investment Property ภายใต้แบรนด์ วินแดม แกรนด์ ซึ่งเป็นแบรนด์หรู 5 ดาวเกรดพรีเมียมของเครือวินแดม เพื่อรองรับความเป็น World Class Investment Destination ของประเทศไทยที่นักลงทุนจากทั่วโลกยังมีความต้องการเข้ามาลงทุนและท่องเที่ยว

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*