กลุ่ม “ภาสกรนที” พร้อมเปิดตัวอาคารสำนักงานเกรดA ย่านใจกลางเมือง T-One ทองหล่อ-สุขุมวิท”มูลค่า 3,500 ล้านบาท เผยทำเล รูปแบบอาคารตอบโจทย์ ผู้เช่าเต็มพื้นที่ภายใน 3 เดือน เล็งหาที่ดินผุดโครงการใหม่ต่อเนื่อง ด้านJLL เผยอาคารเกรดA ย่านใจกลางเมืองยังรองรับลูกค้าไม่เพียงพอ ระบุ WeWork มีผู้เช่าพื้นที่มากสุด 8,000-9,000 ตาราเมตร ขณะที่เกษร ทาวเวอร์ ราคาเช่าสูงสุดที่ 1,350 บาท/ตารางเมตร/เดือน

 

นางสาววริษา ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวัน บิวดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ครอบครัวของตน มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม อาทิโครงการ Villa Maroc Resort ปราณบุรี, One Nimman เชียงใหม่ จนมาถึง โครงการ “T-One ทองหล่อ-สุขุมวิท” ซึ่งเดิมเป็นที่ดินเปล่าของครอบครัว และได้มองเห็นศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง จึงมีความคิดในการพัฒนาที่ดินให้เป็นอาคารสำนักงานให้เช่า เนื่องมาจากความได้เปรียบด้านที่ตั้งที่อยู่ในใจกลางเมืองซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โครงการ “T-One ทองหล่อ-สุขุมวิท” ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรด A  ใกล้ซอยสุขุมวิท 40 สถานีทองหล่อ มีความสูง 47 ชั้น ขนาด 43,700  ตารางเมตร แบ่งเป็นส่วนพื้นที่สำนักงาน   Co-working space  ร้านอาหาร ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และพื้นที่ส่วนกลาง มูลค่าการลงทุน 3,500 ล้านบาท ถือเป็น office building แห่งสุดท้ายในย่านทองหล่อ   โดยเปิดให้จองพื้นที่ตั้งแต่ปี 2560 ราคาเช่าเริ่มต้นที่ 1,090-1,300 บาท/ตารางเมตร/เดือน  ซึ่งมีผู้เช่าเต็ม 100% ภายในระยะเวลา 3 เดือน และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 นี้ นอกจากนี้บริษัทฯที่จะลงทุนพัฒนาโครงการในย่านกลางเมืองอีกอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาหาที่ดิน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

โดยอาคาร “T-One ทองหล่อ-สุขุมวิท” มีจุดเด่นเป็นอาคารสำนักงานสำหรับธุรกิจด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และธุรกิจคลื่นลูกใหม่ทั้งระดับประเทศและระดับโลก เราจึงมีผู้เช่าเป็นบริษัทรุ่นใหม่ อาทิ Tencent, Joox, WeWork, Wongnai, Sanook, Etigo, Zelingo, Shizedo รวมทั้งสำนักงานใหญ่ของอิชิตัน กรุ๊ป ตัวโครงสร้างเป็นดีไซน์แบบทวิสต์ ใช้กระจกสีฟ้าและทอง เปรียบเสมือนคริสตัลบอลให้ความรู้สึกที่แตกต่างเมื่อสะท้อนกับแสงแดดในแต่ละช่วงเวลา รูปลักษณ์ของอาคารจะแตกต่างกันเมื่อมองจากทางเข้าอาคารทั้ง 4 ด้าน เหมาะกับแนวคิดของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ และใช้นวัตกรรมการก่อสร้างและการบริหารพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“ด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนี ที่ทำให้ตัวอาคารตั้งอยู่บนลูกบอลซึ่งทำให้โครงสร้างของตึกมีน้ำหนักเบาไม่มีคาน ทนทานปลอดภัย นอกจากนั้นยังมีระบบจอดรถที่ทันสมัยแบบ Automate Car Parking system เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่อีกด้วย ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางออกแบบให้คนทำงานภายในอาคารทุกคนสามารถเข้ามาพบปะ พูดคุย และสังสรรค์กันได้อย่างเต็มที่ สะท้อนภาพลักษณ์การทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ  ครีเอทีฟสเปซ สำหรับสร้างสรรค์ไอเดียที่สดใหม่อยู่ตลอดเวลา  เหมาะสำหรับบริษัทรุ่นใหม่ต้องการสร้างภาพลักษณ์การเป็นบริษัทระดับนานาชาติที่ใช้ทำเลนี้เป็นฮับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะขยายธุรกิจต่อไปยังประเทศ AEC พิสูจน์ได้จากการที่พื้นที่ในส่วนสำนักงานทั้งหมดถูกเช่าหมดแล้วตั้งแต่เปิดจองในเวลาเพียง 3 เดือน” นางสาววริษา กล่าว

ด้านนางสาวทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการแผนกอาคารและสำนักงาน บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด  หรือ JLL กล่าวว่า ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ยังคงอยู่ในภาวะของการมีปริมาณพื้นที่ไม่เพียงพอรองรับความต้องการของบริษัทผู้เช่า โดยเฉพาะอาคารสำนักงานเกรดA ปัจจุบันอาคารสำนักงานทั่วกรุงเทพฯ มีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้น 9 ล้านตารางเมตร ซึ่งในจำนวนนี้ มีอัตราการว่างเหลือเช่าเฉลี่ย 8.7%   ในขณะที่กลุ่มอาคารสำนักงานเกรดA มีพื้นที่ว่างเหลือเพียง 5% จึงทำให้อาคารสำนักงานเกรดA มีแนวโน้มปรับตัวค่าเช่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่อัตราค่าเช่าของอาคารสำนักงานเกรด A ตั้งแต่แยกราชประสงค์-ทองหล่อ มีราคาค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ 1,350 บาท/ตารางเมตร/เดือน คือ อาคารเกษร ทาวเวอร์ และราคาเช่าต่ำสุดที่ 902 บาท/ตารางเมตร/เดือน ซึ่งอัตราค่าเช่าในทำเลดังกล่าวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 5% ต่อปี และยังมีความต้องการเช่าอาคารสำนักงานจากผู้ประกอบการต่างๆในทำเลดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนอาคาร T-One มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200 บาท/ตารางเมตร/เดือน โดยค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ 1,300 บาท/ตารางเมตร/เดือน และค่าเช่าต่ำสุดอยู่ที่ 1,090 บาท/ตาราเมตร/เดือน โดยมีผู้เช่าที่เช่าพื้นที่มากที่สุด คือ WeWork พื้นที่ 8,000-9,000 ตาราเมตร

“สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ในอาคาร“T-One ทองหล่อ-สุขุมวิท”ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าอาคารสำนักงานสำหรับการทำงาน เราจึงออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวางโดยเฉพาะชั้น 40 และ 46 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทำเลและบรรยากาศดีที่สุดของอาคารเพื่อให้บริการร้านอาหาร และบาร์บน rooftop ท่ามกลางวิวกรุงเทพมหานคร 360 องศา ซึ่งจะเปิดให้ผู้เช่าและบุคคลภายนอกได้เข้ามาใช้บริการและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองแนวคิด “Where the Connection Begins” นอกจากนี้เรายังจัดพื้นที่โคเวิร์คกิ้งสเปซขนาด 3,200 ตารางเมตรที่บริเวณชั้น 20,26,27 ที่จัดไว้รองรับการเติบโตของสตาร์ทอัพ และใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยมาช่วยให้การเข้ามาใช้พื้นที่ภายในอาคารทำได้สะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น อาทิ การใช้ระบบจอดรถ Automate Car Parking system ที่สามารถรองรับการจอดรถได้เกือบ 400 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้อย่างดีที่สุด”นางสาวทัตยากรณ์  กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*