พฤกษาฝ่าวิกฤตอสังหาฯ โชว์ผลงานไตรมาส 3  เติบโต15%

สร้างยอดขาย 14,113 ล้านบาทโตขึ้น 15% รายได้ 8,517 ล้านบาทโตขึ้น 9.5% จากไตรมาสก่อน

 พฤกษาฝ่าวิกฤตอสังหาฯ โชว์ผลงานไตรมาส 3 สร้างยอดขายได้ 14,113 ล้านบาท เติบโต 15% มีรายได้ 8,517 ล้านบาท เติบโต 9.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และมีกำไร 916 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าปรับแผนกลยุทธ์การเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสสุดท้าย โดยเลือกเปิดตัวโครงการที่มีศักยภาพ Right Location, Right Timing และ Right Target

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สร้างยอดขายได้ 14,113 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 15% มีรายได้ 8,517 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และมีกำไรอยู่ที่ 916 ล้านบาท ด้านผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ทำยอดขายได้ 37,480 ล้านบาท ลดลง 3.7% มีรายได้ 28,179 ล้านบาท ลดลง 6.8% และมีกำไร 3,534 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าพฤกษายังทำได้ดีกว่าตลาดรวมที่มีกำลังซื้อชะลอตัวลง

ทั้งนี้พฤกษายังคงเดินหน้าสร้างยอดขายและรายได้ให้เติบโตเพิ่มขึ้น โดยในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ยอดจองโครงการใหม่สูงขึ้นถึง 30% ซึ่งสามารถทำได้ดีกว่าตลาดที่มียอดจองอยู่ที่ 27% และยังคงครองความผู้นำอสังหาฯ เบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงสุดอยู่ที่ 12%

ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2562

  • ยอดขายรอรับรู้รายได้ทั้งหมด อยู่ที่ 42,534  ล้านบาท, เพิ่มขึ้น 15 %จากสิ้นไตรมาส 2 ที่ 36,938 36,938  ล้านบาท

“ เรารีวิวแผนปีนี้ใหม่ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 45,000  ล้านบาท ส่วนยอดขายตั้งไว้ที่ 50,000 ล้านบาท คิดว่าคงทำได้ไม่ถึง” นางสุพัตรา กล่าว

  • สินค้าคงเหลือ (Unsold inventory) มีจานวน 5,638 ยูนิต สูงขึ้น 14%, จากสิ้นปี 2561

“เรานำที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเข้าร่วมโครงการบ้านในฝัน รับปีใหม่ ของรัฐบาลด้วย ซึ่งบ้านระดับราคานี้มีอยู่ประมาณ 6,222 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วน 34% จากสินค้าคงเหลือคิดเป็นมูลค่ากว่า 18,300 ล้านบาท”

ด้านภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในไตรมาส 3 มีมูลค่าตลาดฯ ติดลบถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยลบจากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา รวมไปถึงมาตรการ LTV และการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ยอดปฎิเสธสินเชื่อปรับเพิมขึ้นเฉลี่ยเป็น 8% จากปกติอยู่ที่ 5% ในขณะเดียวกันกระบวนการพิจารณาของธนาคารก็ใช้เวลานานขึ้นอีก 3-5 วันเป็นกว่า 10 วันจากก่อนหน้านี้ใช้เวลาในการพิจารณาสินเชื่ออยู่ประมาณ 7 วัน

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีแผนช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาการกู้เงินไม่ผ่านให้กลับบ้านซื้อบ้านได้อีกครั้งผ่านโปรแกรม Win back ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทฯ ได้ถึง 4,878 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของยอดขายรวม

  • มาตรการ LTV และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้อัตราปฎิเสธสินเชื่อสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซ็กเม้นต์ระดับล่าง

ภารกิจที่สาคัญ

  • พันธมิตรกับสถาบันการเงิน เร่งการอนุมัติสินเชื่อให้เร็วขึ้น … เพื่อเร่งการโอน
  • เลือกการเปิดโครงการที่มีศักยภาพ … เพื่อเน้นความต้องการที่แท้จริง ( Real Demand)  และตรงกลุ่มเป้าหมาย (Right Right)
  • เร่งระบายสินค้าคงเหลือ… เพื่อเพิ่มรายได้
  • ปรับลดสินค้าคงค้างที่ยังอยู่ระหว่างดาเนินงาน (WIP inventory )และบริหารจัดการการสรรหาที่ดิน … เพื่อลดสินค้าคงค้างให้น้อยลง
  • ขับเคลื่อนความเป็นเลิศทางการขาย (Sales Excellence) : จัดแคมเปญร่วมกับ Shopee 11 /11 … เพื่อเพิ่มรายได้
  • ควบคุมต้นทุน และ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) … เพื่อเพิ่มกาไร
  • ใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ (New Strategy to Win)… เพื่ออยู่รอดในสภาวะตลาดถดถอย

สำหรับแผนการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้าย บริษัทฯ ได้ร่วมกับธนาคารพันธมิตรในการช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกค้ากู้ผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมปรับแผนกลยุทธ์เปิดโครงการใหม่อีก 9 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้านบาท โดยเลือกเปิดตัวโครงการที่มีศักยภาพ Right Location, Right Timing และ Right Target และยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่สามารถรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้อยู่ที่ 16,092 ล้านบาท พร้อมยังคงเดินหน้ามุ่งสร้างความเป็นเลิศทางการขาย (Sales Excellence) ผ่านช่องทางต่างๆ

ล่าสุดจัดแคมเปญต่อเนื่องผ่านธุรกิจ E-Commerce บนแพลทฟอร์ม Shopee เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้เข้าถึงตลาดกลุ่มมิลเลนเนียลที่เป็นกลุ่มที่นิยมการใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น โดยออกแคมเปญใหม่ “11.11 ลดอลัง ปังทุกยูนิต” เพียงกดซื้อคูปองผ่าน Shopee ในราคา 11 บาท สามารถนำไปแลกรับส่วนลดมูลค่าสูงถึง 200,000 บาท ในการซื้อทาวน์โฮมพร้อมอยู่ของพฤกษาที่เข้าร่วมโครงการกว่า 111 ยูนิต ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย. 62 นอกจากนี้มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา จะช่วยกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นแรงผลักดันช่วยให้พฤกษาก้าวผ่านพ้นปีนี้ไปได้ด้วยดี

ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 กลุ่มธุรกิจอสังหาฯ มีโครงการที่เริ่มเปิดขายและยังดาเนินงานอยู่ (Active Project)จำนวน 192 โครงการ มูลค่ารวมโครงการ (Total project value) 221,024 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ ดังนี้ทาวน์เฮ้าส์จำนวน 112 โครงการ มูลค่ารวม 92,822 ล้านบาท บ้านเดี่ยวจำนวน 47 โครงการ มูลค่ารวม 52,914 ล้านบาทโครงการอาคารชุดของกลุ่มธุรกิจ Value จานวน 23 โครงการ มูลค่ารวม 47,266 ล้านบาท และโครงการอาคารชุดของกลุ่มธุรกิจ Premium จำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวม 28,023 ล้านบาท

ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 85,320 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาเป็นหลัก และบริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ประกอบด้วย เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 10,700 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะยาว จำนวน 500 ล้านบาท และหุ้นกู้จำนวน 20,500 ล้านบาททั้งนี้เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและบริหารสภาพคล่องของบริษัท

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here