กรมธนารักษ์เลื่อนประกาศใช้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์รอบใหม่ ไปปี64 เหตุออกกฎหมายลูกไม่ทันกำหนด ด้านบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง ปรับเหลือ 36 แบบ เอื้อประโยชน์ประชาชนนำไปใช้ โดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจเจ้าหน้าที่รัฐ  ราคาประเมินห้องชุดตามกฎหมายใหม่เตรียมหารือสมาคมอาคารชุดไทย หาทางออกอีกรอบ
นางสาววิลาวัลย์ วีระกุล รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยในงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ“พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กับการปรับตัวของทุกภาคส่วน” ซึ่งจัดโดย สภาหอการค้าไทย ว่า ราคาประเมินที่ดินที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นรอบบัญชี 2559-2562 แต่เนื่องจากว่ากรมธนารักษ์ จะประกาศใช้ พ..บ.ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562  แต่กระบวนการของการประเมินกฎหมายใหม่ ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายเดิม  ซึ่งอยู่ในระหว่างการออกกฎหมายลูก ทำให้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์รอบใหม่ที่จะประกาศใช้ในในปี 2563 ต้องเลื่อนออกไปอีก 1 เป็น ปี 2564  ซึ่งราคาประเมินฉบับใหม่ได้มีการปรับขึ้นโดยเฉลี่ยทั่วประเทศ 7-8% ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ราคาประเมินเดิมไปก่อน แต่เมื่อกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว แต่ละจังหวัดสามารถกำหนดราคาประเมินได้ ซึ่งได้ดำเนินการเรื่องการประเมินราคาด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ลดระยะเวลาได้เร็วขึ้น  แต่สามารถใช้ระบบบัญชีเดิมไปได้ก่อน 1 ปี

“เราดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งประเทศ แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ จนกว่าจะผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง นั้น กรมธนารักษ์ก็มีบัญชีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นแบบมาตรการที่กำหนดไว้ จากเดิมจำนวน 99 แบบ เหลือ 36 แบบ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ ที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทจะมีราคาเดียว โดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบบัญชีโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างได้” นางสาววิลาวัลย์ กล่าว

ในเรื่องการประเมินราคาตามกฎหมายใหม่ ประชาชนสามารถอุทธรณ์ตามราคาที่ดินและคัดค้าน ภายในระยะเวลา 90 วัน หากมีการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ก็ต้องมีการตรวจสอบอีกครั้ง เพราะบางแปลงราคาอาจจะปรับขึ้นมากกว่าเดิมได้

สำหรับในกรณีของบ้านจัดสรรต้องดูราคาคุณทรัพย์ หากจะนำไปดำเนินการประเภทอื่น ต้องเช็กให้ดี เพราะหากลงทุนไปแล้วอาจจะไม่คุ้มค่า ส่วนกรณีภาระจำยอม ที่นำมาใช้ถนน ตามกฎหมายนั้นมีการยกเว้นจัดเก็บภาษีฯ สำหรับอาคารชุด ตามกฎหมายใหม่ก็ต้องมีการจดทะเบียนก่อนจึงจะทำการประเมิน ต่างจากที่ผ่านมาจะมีราคาประเมินอ้างอิงอยู่แล้ว ซึ่งจะมีผลต่อการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ซึ่งคงต้องหารือกับสมาคมอาคารชุดไทย ในลำดับถัดไป

ส่วนที่ดินที่เช่าในทำเลดีๆเช่น ที่ดินราชพัสดุ หรือที่ดินของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ฯลฯ ก็เสียภาษีที่ดิน แต่ไม่เสียภาษีในสิ่งปลูกสร้าง ถ้าที่ดินไม่มีทางเข้าออก ก็จะตีเป็นที่ดินตาบอด  หากต้องการให้เป็นที่ดินมีศักยภาพ(ที่ดินตาดี)จะต้องติดถนน มีซอยทาง และมีทางเดินไปสู่ที่ดินแปลงนั้นๆ แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วที่ดินบางแปลงไม่ได้อยู่ในสภาพเดิม มีการใช้ประโยชน์ต่อเนื่องกัน ก็จะตีเป็นที่ดินตาบอดไว้ก่อน จนกว่าเจ้าของที่ดินจะมีการร้องเรียน

นายจุมพล  สมุทรวินิจพันธุ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนารายได้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า ทางหน่วยงานก็ให้ความรู้กับทางอปท.ไปแล้ว 27 รุ่น และกทม. 3 รุ่น โดยผู้ที่ผ่านมาการอบรมสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ได้ประมาณ 90% และทุกอย่างดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นไปตามข้อเท็จจริง และเก็บข้อมูลต่างๆผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและค้นหา คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2563

นายชุมพล สุวรรษกิจบริหาร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายภาษี สำนักนโยบายภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ที่ดินในการทำประโยชน์มี 4 แบบ ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งการปลูกป่า ส่วนที่ดินให้เกษตรกรเช่าทำการเกษตร ก็ได้รับการยกเว้น 50 ล้านบาทแรกเช่นกัน คือที่ดินทุกแปลงสามารถเลือกทำเกษตรได้ แต่ต้องไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนกรณีภาระจำยอม กฎหมายได้มีการยกเว้น  บ้านแนวราบถ้านำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่น ก็วัดตามพื้นที่ใช้ประโยชน์ประเภทนั้นๆ ส่วนคอนโดฯหรืออาคารพาณิชย์ ก็วัดตามประโยชน์ใช้สอยประเภทนั้นๆเช่นกัน  สำหรับที่ดินที่ยังไม่ใช้ประโยชน์ของผู้ประกอบการก็ไม่ได้รับการยกเว้น จะได้รับการลดหย่อนก็ต่อเมื่อได้รับการอนุญาตจัดสรร

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*