ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ คือ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (“NPLs”) โดยการซื้อ NPLs จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น และนำมาบริหารจัดการด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่ายเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้และแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน และธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (“NPAs”) โดยช่วยฟื้นฟูอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพให้เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ในประเทศไทยเกิดขึ้นหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงินปี 2540 โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์จะทำหน้าที่รับซื้อหรือ รับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินมีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจหลักของตนเอง ในช่วงเริ่มต้นบริษัทบริหารสินทรัพย์จะเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มภาครัฐและ/หรือธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก ต่อมามีบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มภาคเอกชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในช่วงเวลาต่อมา

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ (BAM) คือ บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและมีประสบการณ์พรั่งพร้อมมากว่า 20 ปี มีสายสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงเพื่อซื้อ NPLs และ NPAs จากธนาคารและสถาบันการเงินกว่า 11 แห่ง รวมทั้งเครือข่ายสำนักงานใหญ่และสาขาที่แข็งแกร่งถึง 26 แห่งทั่วประเทศ มีพนักงานกว่า 1,200 คน จึงมีช่องทางและฐานลูกค้าที่กว้างขวางทั่วทุกภูมิภาคสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย หรือนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

BAM ประกอบธุรกิจใน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ 1.ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs): BAM ซื้อ NPLs จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น โดยการประมูล หรือเข้าเจรจาซื้อจากสถาบันการเงินโดยตรง และนำมาบริหารจัดการ ด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่ายเท่าที่เป็นไปได้ (Win-Win) เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ NPLs สามารถกลับไปใช้ชีวิตหรือกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจตามปกติได้ต่อไป ทั้งนี้ NPLs ที่ BAM รับซื้อมาส่วนใหญ่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์
2.ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPAs): BAM ได้ NPAs มาจากหลายแหล่งที่มา เช่น (1) การเจรจากับลูกหนี้ NPLs เพื่อโอนหลักประกันหรือโอนทรัพย์ชำระหนี้ (2) การบังคับทรัพย์หลักประกันเพื่อชำระหนี้ และ (3) การซื้อหรือประมูลซื้อ NPAs จากสถาบันการเงินอื่นโดยตรง บริษัทฯ บริหารจัดการ NPAs ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดินเปล่า โรงแรม อาคารเพื่อการพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และอาคารชุด รวมทั้งสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์อื่น ๆ


บทบาทที่สำคัญของ BAM คือ 1. นำ NPLs ออกจากระบบสถาบันเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ลูกหนี้ NPLs สามารถกลับไปใช้ชีวิตหรือกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจตามปกติได้ต่อไปให้เร็วที่สุด และ 2. เพิ่มมูลค่า NPAs ที่ถูกทิ้งร้างหรือสร้างค้างไว้ เพื่อนำออกขายให้แก่ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในราคาที่จับต้องได้ ประกอบกับ BAM ยังมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ยิ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตให้กับประชาชนได้มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ทำให้บริษัทฯ สามารถระดมทุนและเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา NPLs ในระบบสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความโดดเด่นของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ คือ ความสามารถในการปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ในทุกภาวะเศรษฐกิจ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ลูกหนี้ของบริษัทมีศักยภาพในการชำระหนี้ และลูกค้าของบริษัทมีกำลังซื้อ NPAs เป็นการสร้างรายได้ให้กับบริษัท และในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทสามารถเลือกซื้อ NPLs และ NPAs ได้ในต้นทุนที่เหมาะสม สามารถซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ เข้ามาบริหารจัดการได้มากขึ้นเพราะสถาบันการเงินจะขาย NPLs ออกมามากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ประกอบกับลูกค้ายังได้รับอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพ ราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อในทำเลที่มีศักยภาพ เหมาะแก่การใช้ชีวิตอยู่อาศัยที่ได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการดูแลใส่ใจลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัย แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และโครงการผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ ดีกว่าเช่า ไม่สร้างภาระให้กับผู้บริโภค แต่กลับเพิ่มความสามารถในการออมเงินให้กับลูกค้าอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังมีทรัพย์เพื่อการลงทุนซึ่งเป็นทางเลือกหลากหลายสำหรับนักลงทุนอีกด้วย


การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์จากบริษัทบริหารสินทรัพย์ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงอสังหาฯ มือสอง ทั้งที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม ที่มีทำเลให้เลือกมากมายในระดับราคาที่หลากหลาย ครอบคลุมแทบทุกเซกเมนต์ และกระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ความต้องการ เงื่อนไข และข้อจำกัดในด้านต่าง ๆ ของผู้บริโภคได้ลงตัว เพราะสามารถสร้างโอกาสให้ผู้ที่กำลังมองหา หรือต้องการเป็นเจ้าของอสังหาฯ คุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงได้ ให้ความคุ้มค่ามากกว่า ในทำเลที่อาจจะหาได้ยาก หรือหาไม่ได้แล้วในโครงการมือหนึ่ง หรือที่พัฒนาขึ้นใหม่

นอกจากทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยแล้ว BAM ยังมีสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่เปิดโอกาสให้กับผู้ลงทุน ที่มองเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาสินทรัพย์ เช่น การลงทุนในที่ดินเปล่า ซึ่งในแต่ละปีราคาจะปรับขึ้นสูงต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 4-5% ต่อปี และเป็นการขยับขึ้นที่สามารถเอาชนะภาวะเงินเฟ้อในช่วงที่เงินเฟ้ออยู่ในอัตราที่สูง และยังให้ผลตอบแทนที่มากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และหากในภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีการเติบโต สินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ หรือ ที่ดิน จะทวีมูลค่ามากขึ้น ดังนั้น เราควรเลือกจัดสรรเงินลงทุน เพื่อพิจารณาอสังหาทรัพย์ที่มีคุณภาพ ในราคาที่คุ้มค่า


หมายเหตุ “ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here