กลุ่มทุนอินเดีย ฟัลครัมดึงพันธมิตร “กรีนฟิลด์”จากสิงคโปร์ ร่วมทุนอสังหาฯในไทย ล่าสุดขยายไลน์ตลาดแนวราบผุดบ้านเดี่ยว แบรนด์ “พานารา เทพารักษ์” มูลค่า 1,250 ล้านบาท รองรับการขยายตัวพื้นที่EEC ตั้งเป้ารุกตลาดแนวราบปีละ 2-3 โครงการ ควบพัฒนารร.-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ วางแผนนำบริษัทฯเข้าแต่งตัวในตลาดหลักทรัพย์ฯภายใน 5 ปี
มร.ดีภัค มิชรา ผู้ก่อตั้ง บริษัท กรีนฟิลด์ แอดไวซอรี่ จำกัด  เปิดเผยว่า กลุ่มกรีนฟิลด์ซึ่งมีที่ตั้งบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีประสบการณ์ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วทุกทวีปในโลกมาต่อเนื่องยาวนาน ทั้งในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ได้เริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 เพราะมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีความเชื่อมั่นในการลงทุนธุรกิจ ยิ่งหลังเลือกตั้งแล้วมองว่าประเทศไทยมีความมั่นคงยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย จึงได้ร่วมทุนกับกลุ่มนายสมศักดิ์ ศรีคุรุวาฬ ด้วยการก่อตั้งบริษัท ฟัลครัม เวนเจอร์ส จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 1,322 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว โดยกลุ่มนายสมศักดิ์ ถือหุ้น 55% และกลุ่มตนถือหุ้น 45%  ซึ่งในช่วง 5 ปีแรกเข้าลงทุนธุรกิจบริการประเภทโรงแรม, เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ รวม 5 แห่ง จำนวน 400 ห้อง  ซึ่งที่ผ่านมาให้ผลตอบรับเป็นอย่างดี


และในปี2558 ที่ผ่านมามองว่าภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญในการลงทุนเมกะโปรเจกต์ในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor)อย่างต่อเนื่อง จึงมองเห็นศักยภาพและการเติบโตในทำเลโซนตะวันออก จึงตัดสินใจขยายไลน์ธุรกิจด้วยการรุกพัฒนาโครงการแนวราบ ภายใต้แบรนด์ “พานารา เทพารักษ์” (Panara Thepharak) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ โดยเป็นบ้านเดี่ยว Premium Luxury 2 และ 3 ชั้น         บนที่ดิน 50-60 ตารางวา  พื้นที่ใช้สอย 182-367 ตารางเมตร ราคาขายอยู่ที่ 7-15 ล้านบาท จำนวนทั้งหมด 129 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 1,250 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 20% โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

นายสมศักดิ์ ศรีคุรุวาฬ  ผู้อำนวยการ บริษัท ฟัลครัม เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า กลุ่มของตนได้ร่วมทุนกับกลุ่มกรีนฟิลด์ฯเพราะต้องการให้มาช่วยเสริมความแกร่งในการพัฒนาสินค้า และการตลาด    เริ่มต้นด้วยการชักชวนโดยเข้ามาซื้อกิจการโรงแรมและคอนโดมิเนียม “แอสพีร่า” ที่สมุยเป็นแห่งแรก จากนั้นซื้อที่ดินเปล่า        ที่ป่าตอง ภูเก็ต และตามมาด้วยโรงแรม   แกรนด์ สวิส สุขุมวิท 11 เป็นต้น จนถึงปัจจุบันฟัลครัม เวนเจอร์สฯ มีสินทรัพย์ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม, เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่ดินเปล่าหลายแห่ง โดยหลังจากที่ขยายไลน์ธุรกิจมารุกตลาดแนวราบนั้น บริษัทฯตั้งเป้าที่จะพัฒนาปีละประมาณ 2-3 โครงการ แต่ละโครงการจะใช้พื้นที่ประมาณ 30-100 ไร่  ระดับราคา 6-15 ล้านบาท  โดยในปี 2563 บริษัทฯมีแผนที่จะพัฒนาโครงการแนวราบในโซนตะวันออกของกทม.อีกอย่างน้อย 2-3 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ขณะนี้มีที่ดินรองรับเรียบร้อยแล้ว และทุกโครงการจะพยายามปิดการขายให้ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี

“การที่เราเลือกมาพัฒนาโครงการแนวราบนั้นเพราะมองว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดฯค่อนข้างชะลอตัว และมีกลุ่มนักลงทุนเพื่อเก็งกำไรมาก ในขณะที่โครงการแนวราบจะเป็นลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่จริง และที่เลือกทำเลโซนตะวันออกของกทม.เพราะมองเห็นศักยภาพการเติบโตของของ EEC ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและเกิดการจ้างงานขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้มีดีมานด์ต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังขยายธุรกิจอสังหาฯประเภทให้เช่าเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว อาทิ โรงแรม และเซอร์วิทอพาร์ตเมนต์อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าภายในระยะเวลา 5 ปี จะมีโรงแรมในเครือไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง จำนวนกว่า 800 ห้อง และภายในปี 2563 เตรียมลงทุนพัฒนาโรงแรมระดับ 3-4 ดาว และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ บริเวณหาดป่าตอง บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ จำนวน 300 ห้อง คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเลือกเชนมืออาชีพเข้ามาบริหารงาน โดยจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2566  ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้จากการขายและรายได้จากการเช่าสัดส่วน 60:40 รวมทั้งมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลา 5 ปีด้วย

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*