ในปัจจุบันเราจะพบว่าผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ นอกจากบ้านเดี่ยวแล้วทาวน์โฮมก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเช่นกัน เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งครอบครัวขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่มีงบประมาณจำกัดไปจนถึงกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และทาวน์โฮมยังกระจายอยู่ในทุกทำเลทั้งใจกลางเมืองและชานเมือง ซึ่งทาวน์โฮมนั้นไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านการอยู่อาศัยแต่ยังได้รับความนิยมในการนำไปทำเป็นสำนักงานอีกด้วย และการเติบโตของตลาดทาวน์โฮมก็ถือว่ามีความน่าสนใจเพราะเป็นที่อยู่อาศัยที่เจาะกลุ่มผู้ที่ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) โดยเฉพาะในปี 2562 นี้ ตลาดทาวน์โฮมถือว่ามีความโดดเด่นก้าวขึ้นมาเป็นพระเอก ได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

จากการสำรวจของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในรอบครึ่งปีแรก 2562 พบว่าตลาดทาวน์โฮม เติบโตดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม โดยพบอุปทานและอุปสงค์ของทาวน์โฮมเพิ่มขึ้น 20% และ 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 35,000 ยูนิตและ 15,700 ยูนิตตามลำดับ [1]  ซึ่งการเติบโตของทาวน์โฮมที่โดดเด่นขึ้นมานั้นมาจากกลุ่ม Real Demand ที่ไม่ได้เข้ามาซื้อเพื่อการเก็งกำไร เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่าลงทุน จึงสะท้อนการเติบโตที่แท้จริง


ส่วนปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดทาวน์โฮมเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ มาจากปัจจัยหลักคือการลงทุนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายต่างๆ ซึ่งการมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ได้ทำให้ตลาดทาวน์โฮมเติบโตได้ดีเพราะการเดินทางเชื่อมต่อที่สะดวกย่อมเอื้อต่อการเกิดขึ้นและเติบโตของธุรกิจหรือสถานประกอบการใหม่ๆ ในแถบนั้น ทำให้มีทำเลใหม่ที่มีศักยภาพน่าสนใจในการพัฒนาโครงการเกิดขึ้นหลายทำเล โดยที่ตั้งของโครงการทาวน์โฮม ส่วนใหญ่จะมีระยะทางไม่ไกลจากแนวรถไฟฟ้ามากนัก โดยผู้ซื้อที่เป็น Real Demand หากเป็นสินค้าในระดับราคาเดียวกัน มีแนวโน้มจะเลือกซื้อทาวน์โฮมมากกว่าคอนโดมิเนียมเพราะได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าและได้ที่ดินเป็นของตัวเอง ในขณะที่บ้านเดี่ยวในราคาระดับเดียวกันนั้นมักจะเป็นโครงการในทำเลที่ขยับออกนอกเมืองมากกว่า

โดยรอบสำรวจนี้พบว่าทาวน์โฮม ระดับราคา 3-5 ล้านบาทมีอุปสงค์เติบโตมากที่สุดเพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  สอดคล้องกับโครงการทาวน์โฮมเปิดใหม่ซึ่งเน้นเสนอขายในราคา 3-5 ล้านบาท โดยอุปทานในระดับราคาดังกล่าวเพิ่มขึ้น 52% YOY[2] ราคาขายดังกล่าวเป็นระดับราคาที่สามารถจับต้องได้สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยหลังแรก และมีพื้นที่ใช้สอยที่ได้มากกว่าหากเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียม และอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เมืองมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบ้านเดี่ยว

ซึ่งการเติบโตของทาวน์โฮมในระดับราคา 3 – 5 ล้านบาทนี้ ก็สอดคล้องกับทิศทางราคาของบ้านเดี่ยวที่พลัสฯคาดว่าบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ๆจะเสนอขายที่ระดับราคา 5-7 ล้านบาท จะมีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่โครงการใหม่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท[3] ซึ่งเป็นระดับราคาหลักของบ้านเดี่ยวจะมีแนวโน้มการเปิดโครงการใหม่ลดลง เนื่องจากราคาที่ดินเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นจะต้องปรับระดับราคาที่เสนอขายให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ทาวน์โฮมจึงได้รับส่วนแบ่งอุปสงค์ที่อยู่อาศัยแนวราบในระดับราคา 3 – 5 ล้านบาท ด้วยข้อได้เปรียบด้านทำเลที่อยู่ใกล้เมืองมากกว่าบ้านเดี่ยวในระดับเดียวกัน แถมในปัจจุบันทาวน์โฮมโครงการใหม่ๆก็มีการออกแบบให้มีหน้ากว้าง รองรับการจอดรถได้ถึง 2 คัน สามารถอยู่อาศัยแบบครอบครัวได้อย่างอบอุ่น แต่ก็ยังมีความทันสมัยเรียกได้ว่าตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองอย่างลงตัว

[1] Figure 1: Total Supply and Total Demand in the townhouse market (units)

[2] Figure 2: Comparation of Townhouse Sales Rate by price range

[3] Figure 3: New Supply Offered for Sale in every half year

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here