เรียลแอสเสทฯปรับแผนลงทุนรับมืออสังหาฯขาลง เลือกพัฒนาสินค้า ราคาตอบโจทย์ แย้มปี63 จ่อเปิดตัว 4 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 5,500 ล้านบาท ทั้งเตรียมดึงกลุ่มอสังหาฯญี่ปุ่นร่วมทุนคอนโดฯย่านห้วยขวาง หวังนำโนว์ฮาวต่อยอดธุรกิจ  คาดสรุปผลเจรจาได้ปลายปี62 เดือนพ.ย.จ่อผุดแนวราบแบรนด์ “เซนส์” ในทำเลสุวรรณภูมิ ด้าน “ลาวีค สุขุมวิท 57” ยอดขายพุ่งแล้ว 80% คาดปิดขายได้ในปี63
นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ Real Asset เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯปี 2563 ว่า คงไม่ต่างจากปี 2562 มากนัก คาดว่าตลาดยังคงทรงตัว ผู้ประกอบการมีการชะลอตัวเปิดโครงการใหม่  รวมไปถึงระมัดระวังในการเลือกทำเลและพัฒนาโครงการมากขึ้น  สำหรับตลาดแนวสูงในปีนี้คาดว่าจะมีโครงการเปิดใหม่ประมาณ 50,000-55,000 ยูนิต จากในช่วง 2-3 ที่ผ่านมาเปิดตัวปีละประมาณ 60,000-70,000 ยูนิต  และแม้จะประสบปัญหาจากมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value: LTV) แต่หากเลือกทำเลในการพัฒนาที่ดิน ก็จะสามารถขายสินค้าได้ทั้งแนวราบและแนวสูง หากเป็นตลาดระดับบนก็ต้องมีจุดขายที่ชัดเจน แต่ถ้าเน้นสินค้าระดับล่าง ก็จะต้องชูจุดขายในเรื่องความคุ้มค่า ซึ่งการพัฒนาโครงการทั้ง 2 รูปแบบในปัจจุบันก็จะเน้นในเรื่องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ด้วย

สำหรับในส่วนของบริษัทฯเอง ได้ปรับแผนการลงทุนรับมือในช่วงที่ตลาดชะลอตัว จากเดิมที่ประกาศแผนรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยหันมาพัฒนาด้วยความระมัดระวัง แบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการเลือกพัฒนาสินค้า และราคาให้เหมาะสม ตอบโจทย์ลูกค้า

ด้านแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2563 จะเปิดตัวใหม่ประมาณ 4 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 5,500 ล้านบาท โดยเป็นแนวราบ 3 โครงการ คือที่ สุขาภิบาล 2, ลำลูกกา คลอง 5 และย่านกิ่งแก้ว  และคอนโดฯ ย่านห้วยขวาง 1 โครงการ ซึ่งตามแผนจะพัฒนาภายใต้แบรนด์ “เดอะ สเตจ” (The STAGE)  ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 27 ตารางเมตร ราคาขายประมาณ 100,000 บาทบวกลบ/ตารางเมตร มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการร่วมทุนกับกลุ่มทุนอสังหาฯระดับกลาง จากเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา คาดว่าจะสรุปได้ในปีนี้ หากผลการเจรจาไม่สำเร็จบริษัทฯ ก็พร้อมที่จะลงทุนเอง

“การที่เราเลือกร่วมทุนกับญี่ปุ่น เพราะดีลธุรกิจได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มทุนจากจีน ประกอบกับมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทในเครือไทยซัมมิทมาก่อน จึงเกิดดีลนี้ขึ้นมา ซึ่งเรามีความต้องการที่จะเรียนรู้วิธีการทำเงิน การตรวจงาน โนว์ฮาวด้านการก่อสร้าง รวมถึงเม็ดเงินลงทุนเพิ่ม เพื่อเรียนรู้และนำมาปรับใช้กับบริษัทฯเพื่อให้สามารถเติบโตต่อไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง”นายบดินทร์ธร กล่าว

นายบดินทร์ธร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในปี 2562 นี้บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการสุดท้ายของปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ คือ โครงการภายใต้แบรนด์ “เซนส์” ในทำเลสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 25 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของทาวน์เฮาส์ ขนาด 27 ตารางวาขึ้นไป ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านแฝด ขนาด 37 ตารางวาขึ้นไป ระดับราคาเริ่มต้นที่ 3.99-5.5 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าโครงการ “ลาวีค สุขุมวิท 57” ( LAVIQ Sukhumvit 57 ) บนเนื้อที่โครงการกว่า 2 ไร่ ( ที่ดิน Freehold ) พัฒนาขึ้นเป็นอาคารสูง 33 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 235 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,070 ล้านบาท  มีขนาดห้องตั้งแต่ 42- 357 ตารางเมตร(ตร.ม.) ราคาขายเริ่มต้นที่  10.9 ล้านบาท หรือ ราคาขายเฉลี่ย 260,000 บาทต่อตารางเมตร โดยรูปแบบและขนาดห้องมี ดังนี้

  • ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42 – 45 ตารางเมตร
  • ห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 79 – 91 ตารางเมตร
  • ห้องแบบ 3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 115 – 144 ตารางเมตร
  • ห้องดูเพล็กซ์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 92 ตารางเมตร
  • และห้องเพนท์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 244 – 357 ตารางเมตร

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมียอดขายแล้วประมาณ 80% คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในปี 2563

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*