แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมการอยู่อาศัย จับมือ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ฯ ปรับทรานส์ฟอร์มใหม่บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม รีแบรนด์หน่วยธุรกิจใหม่ LIV-24 ดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง อย่างเต็มรูปแบบแห่งแรก ต่อยอดจากความสำเร็จ Smart Command Centre คาดปี62 ใช้งบ 20 ล้านบาท ให้บริการได้ 27 โครงการ และเพิ่มอีก 60 ล้านบาท จาก 20 โครงการในปี63 หวังตอบโจทย์ลูกค้า
ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปลดล็อคประสิทธิภาพการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ การพัฒนาโครงการ ,การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไปถึงการสร้างสรรค์บริการ การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลชนะเลิศ ด้านองค์กรนวัตกรรม สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และเพื่อตอกความเป็นต้นแบบองค์กรนวัตกรรมของธุรกิจอสังหาฯไทย แสนสิริเตรียมนำเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น Facial Recognition ระบบการจัดเก็บและจดจำใบหน้าของบุคคลที่เข้ามาในโครงการ, Sansiri’s First Smart Home Model ที่รวบรวมเทคโนโลยีเพื่อส่งมอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัยและช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน และ Digital Security Service การบริหารความปลอดภัยด้วยการทรานส์ฟอร์มทุกอย่างให้อยู่บนระบบดิจิทัล แพลตเฟอร์ม ‘LIV-24’  มาแทนที่การทำงานแบบดั้งเดิม คือ Smart Command Centreในโครงการแนวราบและแนวสูงของแสนสิริฯ

 

โดยรูปแบบดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในปีนี้ โดยเบื้องต้นได้ทุ่มงบประมาณ 20 ล้านบาท ใน 27 โครงการใหม่ที่เปิดขายใหม่-โอนในปีนี้ แบ่งเป็นแนวราบ 15 โครงการ ได้แก่  คณาสิริ พระราม 2 – วงแหวน ,เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2  ,เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา  ,HABITIA Yard-รามอินทรา ,SARANSIRI ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ,KANASIRI ราชพฤกษ์ 346  ,SETTHASIRI จรัญฯ ปิ่นเกล้า 2   ,ANASIRIบางใหญ่ (ส้มเกลี้ยง)   ,SARANSIRI ศรีวารี  ,BURASIRIพระราม 2   ,SIRI PLACE พุทธสาคร  ,SIRI PLACE แก้วอินทร์  ,SIRI PLACE ราชพฤกษ์ 346  ,SIRI PLACE บางใหญ่ (ส้มเกลี้ยง) และ Dcondo ธาร

 

และแนวสูง 12 โครงการ  ได้แก่ XXXIX (Thirty Nine) ,The Line อโศก-รัชดา,The Line ราชเทวี ,The Monument Thonglo,TAKA Huas ,The Line สุขุมวิท 101 ,The Base เพชรเกษม ,Khun By Yoo ,The Base สุขุมวิท 50 ,The Line พหลโยธิน-ประดิพัทธ์,Lacasita และ KAWA Haus


และจะเพิ่มเป็น 60 ล้านบาทในปี 2563 ในอีก 20 โครงการ รวมเป็น 47 โครงการ
ซึ่งระบบดังกล่าวจะนำมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของทุกโครงการได้ในไตรมาส 4/2562 นี้ โดยในช่วง 2 ปีแรก แสนสิริฯจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด และหลังจากนั้นลูกค้าจะเป็นผู้จ่ายเอง โดยโครงการแนวราบจ่ายเพิ่มตารางวาละ 2-3 บาท และแนวสูง จ่ายเพิ่มตารางเมตรละ 2-3 บาทเช่นกัน

“ในการทรานส์ฟอร์มสู่ ‘LIV-24’ ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เพื่อเตรียมพร้อมส่งต่อมาตรฐานด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ก้าวล้ำหนึ่งเดียวแห่งวงการอสังหาฯไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัย และสร้างความพึงพอใจระดับสูงสุดให้กับลูกบ้านแสนสิริครอบคลุม   47 โครงการของแสนสิริภายในปี 2563” ดร.ทวิชา กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา แสนสิริมีความตั้งใจจริงในการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบของลูกค้า ตามแนวคิด ‘บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ‘ความปลอดภัย’ ซึ่งนับเป็น 1 ใน 5 ปัจจัยที่ลูกค้าให้ความสำคัญสูงสุดในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของแสนสิริ ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมาหลังจากการเปิดตัว  ได้เห็นผลการดำเนินงานของ Smart Command Centre ในการบริหารโครงการแบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยสามารถตรวจจับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติภายในโครงการ ด้วย CCTV และเข้าแก้ไขได้ทันท่วงที จำนวน 21 ครั้ง และแจ้งเตือนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันของระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร ด้วยเทคโนโลยี IoT ก่อนที่ระบบจะชำรุด จำนวน 13 ครั้ง พร้อมช่วยประหยัดเงินค่าซ่อมแซมได้กว่า 1 ล้านบาท


จากผลการดำเนินงานและความสำเร็จที่ผ่านมา ผนวกกับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกบ้านที่ซื้อและโอนโครงการของแสนสิริฯ อาทิ โครงการเดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา ซึ่งถือเป็นสมาร์ทคอนโดฯ เต็มรูปแบบแห่งแรกในวงการอสังหาฯไทย ที่มีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมากที่สุดโครงการหนึ่งของแสนสิริสามารถโอนกรรมสิทธิ์ครบ 100% แล้วในปัจจุบัน  ซึ่งเล็งเห็นถึงศักยภาพของ Smart Command Centre

“แสนสิริและพลัสฯ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในศักยภาพของ LIV-24 บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาคารเต็มรูปแบบแห่งแรกของวงการอสังหาฯ ไทย อันนำมาซึ่งการทรานส์ฟอร์มครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อยกระดับบริการมาตรฐานเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำหน้าที่สุดหนึ่งเดียวของวงการอสังหาฯ ไทย ภายใต้การการันตีด้วยรางวัลด้านนวัตกรรมระดับชาติจะช่วยให้ลูกบ้านแสนสิริได้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยและอุ่นใจเพิ่มมากขึ้น” ดร.ทวิชา กล่าว


ด้านนางสาวภัสสรีภัคว์ ศรีกัญจนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ LIV-24 บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า  ในปี 2563  “LIV-24” ภายใต้หน่วยธุรกิจการบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ ของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด วางแผนเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Security Monitoring) และระบบวิศวกรรมอาคารส่วนกลาง (IoT Facility Management) เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบ IoT Facility Management ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการแนวราบ และเตรียมยกระดับความปลอดภัย

จากพื้นที่ส่วนกลางเข้าสู่ที่พักอาศัย ด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณ Intrusion Alarm แจ้งเตือนเมื่อมีการบุกรุกเข้าสู่ตัวบ้านในโครงการแนวราบ และระบบ Smart Meter โซลูชั่นตรวจสอบและแจ้งเตือน เมื่อมีการใช้น้ำประปาและไฟฟ้าที่ผิดปกติในที่พักอาศัยในโครงการแนวสูง ตลอดจนวางแผนเตรียมขยายทีมเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการรวม 10 คน เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ของแสนสิริอย่างต่อเนื่องในอนาคต


LIV-24 บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาคารเต็มรูปแบบ ที่สร้างความแตกต่างและมาตรฐานใหม่ในการนำเทคโนโลยีมาเติมเต็มบริการด้านความปลอดภัยแห่งแรกและหนึ่งเดียวของวงการอสังหาฯ ไทย ให้บริการด้านการดูแลระบบโครงสร้างวิศวกรรมภายในอาคารทั้งในรูปแบบการดูแลรักษาแบบก่อนเกิดเหตุ (Preventive Maintenance)  และความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ (Professional Monitoring) ด้วยเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่มาพร้อมกับจุดเด่นในการช่วย ‘ลด’ 3 ด้าน สำหรับผู้นิติบุคคนและผู้พักอาศัยของโครงการแสนสิริ ได้แก่ ลดต้นทุน-ลดค่าใช้จ่าย ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีนัยยะ ทั้งกับตัวอะไหล่และเครื่องจักรที่มีความซับซ้อน รวมทั้งค่าใช้จ่ายเรื่องบุคลากรซ่อมบำรุง ส่งผลโดยตรงต่อการบริหารส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยลดค่าซ่อมแซมที่จะเพิ่มขึ้นจากเหตุต่าง ๆ โดยใช่เหตุ รวมทั้งช่วยให้ลูกบ้านแสนสิริสามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด สร้างความประทับใจและเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here