บิ๊กเซ็นจูรี่21ฯเผยอสังหาฯอังกฤษน่าจับตามอง นักลงทุนไทยเฮ เงินบาทแข็ง หนุนการซื้อขายย่าน Prime Central London สร้างผลตอบแทนที่ดี ทั้งผลตอบแทนจากการเช่าและมูลค่าเพิ่มของราคาในอนาคต
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงษ์ ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเกิดภาวะชะลอตัวมาระยะเวลาหนึ่ง ทำให้การเช่าและการซื้อขายไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนรายย่อยคาดหวัง การปรับกลยุทธ์การลงทุนจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่นักลงมองหา ซึ่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศอังกฤษในทำเล Prime Central London ขณะนี้ถือว่ามีโอกาสที่จะทำให้นักลงทุนชาวไทยสร้างผลตอบแทนทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้

ทั้งนี้ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนได้รับความนิยมจากนักลงทุนไทยมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และด้วยปัจจัยบวกต่างๆ ทำให้การลงทุนเป็นที่น่าจับตามองเพิ่มขึ้น ซึ่งประกอบด้วย

1.การเลือกทำเล Zoning/Location การลงทุนให้ถูก อาทิเช่น Kensington, South Kensington, Chelsea และ Knightsbridge เป็นต้น เพราะทำเลเหล่านี้มีซัพพลายค่อนข้างจำกัด เป็นทำเลที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องจากการเช่า อีกทั้งระบบกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินของสหราชอาณาจักรยังอนุญาตให้ถือครองระยะยาวได้ถึง 999 ปี สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการเช่าคิดเป็น 3-4% ต่อปีโดยประมาณ อีกทั้งยังเป็นที่แหล่งที่พักอาศัยชั้นดี ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าในการถือครอง มี capital gain เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10-12% ต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาการถือครองและสภาพเศรษฐกิจในแต่ละปี

2.ค่าเงินปอนด์สเตอริงมีอัตราลดลง เมื่อเทียบกับตระกร้าสกุลเงินหลักตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา โดยค่าเงินของอังกฤษได้อ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ Brexit ที่มีผลต่อค่าเงิน ซึ่งทางบริษัททางการเงินอย่าง มอร์แกน สแตนเล่ย์ (Morgan Stanley) ได้คาดการณ์ว่าเงินปอนด์อาจจะอ่อนค่าไปใกล้เคียงกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ

จากตารางจะเห็นได้ว่า เป็นโอกาสนักลงทุนชาวไทยและชาวเอเชีย เพราะค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบกับสกุลเงินบาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนสิงหาคม 2562 ได้อ่อนค่าลงไปเกือบ 9% และอ่อนค่าลงถึง 43% เมื่อเทียบตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน

3.อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาดีลดีๆ ในตลาดและสร้างผลตอบแทนส่วนหนึ่งได้จากสถาบันการเงิน ซึ่งจะเหมาะกับการลงทุนในระยะกลางและยาว

นายกิติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเปรียบเทียบราคาที่อยู่อาศัยในกรุงลอนดอนซึ่งปรับตัวสูงขึ้นมาประมาณ 80% จากปี 2550 จนถึงปัจจุบัน กับค่าเงินบาทจะพบว่า ราคาที่อยู่อาศัยในลอนดอนสำหรับนักลงทุนไทยที่ซื้อในปัจจุบัน จะมีระดับราคาปรับขึ้นอยู่เพียง 1.9% เท่านั้น

ด้วยปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จึงถือว่าเป็นโอกาสทองในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอน และเมื่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอนดีดกลับมา รวมทั้งค่าเงินปอนด์ที่เชื่อว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปีหน้า ก็จะส่งผลให้มีกำไรจากการลงทุนอย่างแน่นอน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here